รับน้องแบบเดิมควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่?

30 ตุลาคม 2556 | อ่านแล้ว 1512 ครั้ง    

มีอีเมล์เป็นบทความจากนักศึกษาปี 1 สาขานิเทศศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ส่งมาให้ OMG ว่าด้วยการรับน้องใหม่เมื่อเทอมที่ผ่านมา น่าสนใจเลยเอามาฝากกัน ดังนี้...

 

รับน้องแบบเดิมควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่?

 

ผ่านเทอมแรกไปแล้ว เพื่อนนักศึกษาคงจะพอปรับตัวกับการเรียนในสถาบันใหม่ได้

 

อย่างไรก็ดี หากย้อนดูสิ่งที่หลายคนมีประสบการณ์ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หนึ่งในเรื่องที่น่าถกเถียงนั้นคือ การรับน้องใหม่ภายในสถาบันการศึกษาต่างๆ  

 

เมื่อย้อนดูข้อมูลการรายงานข่าวในช่วงที่ผ่านมา สื่อทั้งหลายมักจะจับตาข่าวคราวความรุนแรงในประเพณีว่าด้วยการรับน้อง มีการรายงานปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ การให้รุ่นน้องเพศชายหลายคนยืนเปลือยบริเวณชายหาด การข่มขู่ทางร่างกายจนเกินกว่าเหตุ หรือการขับไล่หลังรุ่นน้องไม่ยอมไหว้รุ่นพี่

 

จนเป็นประเด็นทางสังคมขึ้นมาว่าการรับน้องควรมีต่อไปหรือไม่ ถ้ามีควรมีแบบใด?

                

เท่าที่สืบค้นตามเว็บไซต์ทั่วไป มีการให้ข้อมูลว่า การรับน้องมีขึ้นมานานแล้วในสังคมไทย โดยเป็นการกิจกรรมที่ให้รุ่นน้องทำกิจกรรมร่วมกันโดยมีรุ่นพี่คอยดูแลผ่านระบบโซตัส (SOTUS) คือ ความอาวุโส ระเบียบวินัย ประเพณี น้ำหนึ่งใจเดียว ความมีไมตรีต่อกัน 

 

ในทางปฏิบัติจริงนั้นพบว่า ระบบนี้เป็นระบบที่ทำให้รุ่นน้องต้องเคารพยำเกรงรุ่นพี่เชื่อฟังรุ่นพี่ทุกอย่าง

 

บนข้ออ้างที่ว่า กิจกรรมนี้จะทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ตลอดจนความภาคภูมิใจในสถาบันที่ตนศึกษาอยู่

 

นอกจากนี้ หลายครั้งมีการกระทำที่เกินเลยมากขึ้นไปอีก เช่น มีการใช้ความรุนแรงกับนักศึกษา ทำร้ายรุ่นน้อง หรือข่มขู่อย่างรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ

 

ข้อสังเกตก็คือ ระบบแบบนี้นับวันจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

 

เพราะกลายเป็นการบังคับมากกว่าสมัครใจ ไม่ให้อิสระในการตัดสินใจแก่รุ่นน้อง จนทำให้บางคนรู้สึกเหมือนว่าเข้าค่ายทหารมากกว่า

               

การกระทำเหล่านี้ยังถูกทำต่อมาแบบรุ่นสู่รุ่นโดยอ้างว่า “เป็นการทำตามประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน”

 

บ้างก็อ้างว่า “เป็นการยึดเหนี่ยวและอุดมการณ์ในแบบเดียวกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน หากมาอยู่ในคณะเดียวกันต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน และเป็นที่ยอมรับในสังคม (ของคณะ) ในที่สุด”

 

แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่ปฏิเสธการรับน้องหรือไม่ยอมรับระบบนี้ จะกลายเป็นคนที่ไม่ได้รับการสนใจจากรุ่นพี่ หมู่คณะ และไม่ได้รุ่น จนกลายเป็นคนแปลกแยกในที่สุด

                 

จากเหตุผลข้างต้นทำให้การรับน้องยังมีต่อไปแม้ว่าบางคนจะไม่เต็มใจก็ตาม เพราะกลัวที่จะโดดเดี่ยวและอยู่คนเดียวซึ่งเป็นธรรมชาติของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์เราอยู่แล้ว

 

ยิ่งระบบอาวุโสที่ถูกสร้างขึ้นมาในสังคมเราปลูกฝังให้ผู้ที่เด็กกว่าต้องเคารพผู้ที่แก่กว่า โดยไม่สนใจว่าจะน่าเคารพหรือไม่ ยิ่งผลักดันให้ระบบโซตัสแข็งแกร่งขึ้นเกินความจำเป็น

 

กลายเป็นความรุนแรง การบังคับ การฝืนใจที่เกิดขึ้นในการรับน้อง

 

การรับน้องในปัจจุบันต้องยอมรับว่า มีการดำเนินไปโดยใช้พื้นฐานแห่งความกลัวเป็นหลัก ไม่ใช่ความสมัครใจ

 

เช่นการให้ “พี่ว๊าก” มาตะคอกกดดันรุ่นน้องในห้องเชียร์ หรือการทำโทษต่างๆ ที่รุ่นพี่อยากให้ทำ เพื่อให้เกิดความกลัวและเคารพยำเกรงต่อรุ่นพี่

 

การกระทำข้างต้นล้วนขัดต่อพื้นฐานสิทธิบุคคลที่มีสิทธิปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้ในสังคมเสรีประชาธิปไตย

 

อันที่จริงรุ่นพี่ควรจะเคารพสิทธิของรุ่นน้อง ไม่ทำตัวเป็นผู้มีอำนาจในวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังหรือวาจาข่มขู่รุ่นน้องในกิจกรรมต่างๆ และควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สมัครใจในการรับน้องสามารถปฏิเสธได้

 

ไม่ใช่บังคับเข้าร่วมเหมือนที่เห็นกันในหลายๆ มหาวิทยาลัย

 

มีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้รุ่นน้องและรุ่นพี่รักใคร่กลมเกลียว ยอมรับกันโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง เช่น การเล่นกีฬาหรือกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน หรือการหาความรู้ร่วมกันในเรื่องต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่าย “ใหม่” ด้วยกันทั้งคู่ หรือการจับกลุ่มพูดคุยในเรื่องต่างๆ ที่สนใจร่วมกัน

 

เป็นการมาทำความรู้จักกัน เรียนรู้ที่จะเคารพความต่างกัน บนพื้นฐานของความเสมอภาคกันน่าจะเป็นหัวใจหลักของกิจกรรม

 

เหล่านี้ดูจะดีกว่าการบังคับ สร้างความกลัวเป็นไหนๆ

                

สุดท้ายน้องๆ ที่จะมาเป็นรุ่นพี่ในปีถัดๆไป จะตีความคำว่า “โซตัส” อย่างไร

 

รุ่นพี่ (ที่เดิมเคยถูกทำให้หวาดกลัว) วันนี้มาเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมจะทำมันในรูปแบบใด

 

จะเห็นดีเห็นชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อกันมา

 

หรือเห็นว่า ถึงเวลาที่ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนใหม่แล้ว



จดหมายจากเพื่อนใหม่

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)