ฝันร้ายข้ามปี ประมงปากอ่าวครวญ พิษน้ำท่วม ไร้คนเหลียวแล

6 มกราคม 2556 | อ่านแล้ว 1441 ครั้ง    

สภาพหอยที่ยังมีชีวิตกับหอยที่ตาย
ที่มาภาพ:
http://transbordernews.in.th/home/?p=62


“หอยแมลงภู่ที่เลี้ยงไว้ตายเป็นจำนานมาก ถ้าคิดเป็นเงินคือเกือบ 100,000 บาท”


นายแลม หนูแย้ม ชาวประมงผู้เพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่บริเวณชายฝั่งทะเลซึ่งมีพื้นที่กว่า 300 ไร่ บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรปราการ เล่าให้ฟังถึงผลจากน้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว


มหาอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ทำให้ประมงปากอ่าวไทยสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เสียหายมาก เพราะน้ำทั้งหลายที่ลงไปสู่อ่าวไทยนั้นเป็นน้ำเสีย ทำให้ระบบนิเวศบริเวณนั้นเปลี่ยนไป


อย่างกรณีของนายแล ที่ก่อความเสียหายให้แก่ฟาร์มหอยของเขาถึง 60 ไร่ รวมแล้วตีเป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท


แม้จะมีการรายงานข่าวเรื่องน้ำท่วมในสื่อกระแสหลักทั้งโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์


แต่ก็เป็นการรายงานขณะน้ำมาและพ้นไปจากกรุงเทพฯ


หลังจากนั้น น้ำจะไปไหน ผู้ที่อยู่ปลายน้ำจะเป็นอย่างไร การรายงานข่าวกลับเงียบหาย


เมื่อเงียบหาย เสียงของคนเล็กคนน้อยเหล่านี้จึงถูกลืม


“เหตุการณ์น้ำท่วมทำให้น้ำชะสิ่งสกปรกทุกอย่างลงมาสู่ทะเล ทำให้ในน้ำทะเลบริเวณปากอ่าวไทยมีสารอินทรีย์สูง ค่าความเน่าเสียสูง และความเค็มต่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้หอยแมลงภู่และสัตว์น้ำทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลตายเป็นจำนวนมาก” นายก้องเกียรติ ปานพรหมมินทร์  เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ วิจัยด้านการเพาะเลี้ยง และทรัพยากรประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาชายฝั่ง จังหวัดสมุทรสาคร ให้ข้อมูล


ประมงแถบนี้ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน โดยแทบไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแล


หรือแม้จะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ทำไม่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย


พวกเขายังไม่มีพื้นที่สำหรับส่งเสียง เนื่องจากสื่อทั้งหลายไม่ให้ความสนใจ


“เราทราบว่าน้ำจะต้องเสียอยู่แล้ว แต่หอยที่เลี้ยงไว้ยังโตมาเต็มที่ จึงไม่สามารถเก็บหอยขึ้นมาขายได้ หอยจึงร่วงตายหมด เสียหายราว 200,000 บาท” นายธนพล โพธิสัตย์ ชาวประมงผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสาครโดยมีพื้นที่กว้าง 5 วา ยาว 20 วา เล่า


นายธนพล บอกว่า กรมประมงได้มีมีการแจกไม้ปักหอยจำนวน 40 มัดเพื่อช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ต้องการเงินทุนเพื่อมาใช้จ่ายมากกว่า เพราะรายได้ที่จะได้จากการขายหอย ก็เสียไปหมดแล้ว สร้างความลำบากให้กับครอบครัวมิใช่น้อย 


ด้านผู้แทนของประชาชน 3 จังหวัดประมงปากอ่าวอย่าง นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ยืนยันว่า การที่ประชาชนไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงเป็นเพราะหน่วยงานของรัฐไม่มีข้อมูลความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชาวประมงทำให้ช่วยเหลือได้ไม่ตรงจุดและทำให้เกิดปัญหาตามมา


“ผมได้ร้องเรียนไปเรื่องการแจกไม้ที่ให้หอยแมลงภู่เกาะ ซึ่งไม่ได้ขนาด ไม่สามารถเยียวยาชาวประมงได้ แถมยังเป็นการประชาชนมากกว่าการช่วยเหลือ”


นายสุรจิต ยังวิเคราะห์ว่า ฝ่ายประชาชนเองก็ยังไม่ทราบถึงสิทธิของตนเอง และการขาดข้อมูลข่าวสารทั้งที่รัฐธรรมนูญ­ 2550 มาตรา 56 และ 57 ได้บัญญัติรับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และสิทธิในการได้รับคำชี้แจงจากหน่วยงานของรัฐ รวมถึงสิทธิในการฟ้องหน่วยงานของรัฐตามรัฐธรรมนูญ­ 2550 มาตรา 60 ซึ่งถ้าประชาชนรู้สิทธิของตนเองก็จะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง


เมื่อสอบถามเรื่องการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบไปยังจังหวัด เจ้าหน้าที่ของสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่รายหนึ่งบุว่า ทางสำนักงานประมงได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย หลังจากที่ทางจังหวัดได้มีประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว

 

เมื่อรับคำร้องขอความช่วยเหลือจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับงบส่วนกลางจากรัฐบาลในการช่วยเหลือเยียวยาชาวประมงเบื้องต้น ซึ่งผู้เพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดจะได้รับความช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 4,225 บาท ส่วนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง อาทิเช่น กุ้ง ปู หอยแครง เป็นต้น จะได้รับความช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 10,920 บาท

 

เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ผู้ที่สามารถรับสิทธ์ในการร้องขอเงินชดเชยจะต้องเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ก่อน โดยได้มีการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 รวมทั้งสิ้น  415 ราย เป็นเงินความช่วยเหลือรวมทั้งสิ้นกว่า 17 ล้านบาท


อย่างไรก็ดี ข้อมูลที่ปรากฏ เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น


แต่ชาวประมงปากอ่าวเองหลายรายก็ยังส่งเสียงรอความหวังที่จะให้รัฐเข้ามาดูแลพวกเขาให้มากกว่านี้ 



คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)