หญิงไทยอายุต่ำกว่า 20 ตั้งครรภ์อันดับ 2 ของอาเซียน จำนวนท้องเพิ่มต่อเนื่องในช่วง 10 ปี

24 มีนาคม 2557 | อ่านแล้ว 38196 ครั้ง    



‘อนามัยโลก’ เผย สถิติหญิงไทยอายุต่ำกว่า 20 ปี สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน พัฒนาสังคมฯ เผย ท้องไม่พร้อมในรอบ 10 ปี เพิ่มกว่าร้อยละ 10 สธ.-มูลนิธิเพื่อนหญิง เชื่อ โจ๋ไทยยังขาดความรู้เพศสัมพันธ์ แนะครอบครัวสถานศึกษา ให้ความสำคัญกับเด็ก


เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยรายงานล่าสุด เกี่ยวกับสถานการณ์การตั้งครรภ์ของผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ทั่วโลกในปี 2556 โดยประเทศไทยมีจำนวนสูงถึง 74 คนต่อ 1,000 คนเท่ากับประเทศ มาเลเซียและอยู่อันดับที่ 2 รองจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งมีสถิติอยู่ที่ 65 คนต่อ 1,000 คน หรือประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในภูมิภาค แต่มีสถิติเพียง 69 คนต่อ 1,000 คนเท่านั้น ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานจากทั่วโลกอยู่ที่ 65 คนต่อ 1,000 คน


ขณะที่รายงานสภาวะการมีบุตรของวัยรุ่น สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สป.พม.)โดยการประมวลผลข้อมูลการจดทะเบียนเกิดของสำนักบริหารงานทะเบียน กรมการปกครอง ฉบับล่าสุดปี 2555 เปิดเผยว่าในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา สถานการณ์การคลอดบุตรของผู้หญิงไทยที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต่อจำนวนผู้หญิงที่คลอดบุตรทั้งประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจาก ปี 2540 ที่มีสถิติเพียงร้อยละ 5.37 หรือคิดเป็น 47,215 คน ขณะที่ปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 18.50 แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ออกนโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 1 ดำเนินการในปี 2553-2557 มีจุดประสงค์ข้อหนึ่งคือ ลดปัญหาการตั้งครรภ์ของมารดาอายุต่ำกว่า 20 ปีก็ตาม แต่ประเทศไทยยังคงมีสถิติผู้หญิงตั้งครรภ์โดยมีอายุต่ำกว่า 20 ปี สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวยอมรับว่า จำนวนการตั้งครรภ์ของผู้หญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี เพิ่มขึ้นจริง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่พร้อม ขาดความรู้ในการป้องกันทั้งก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำแท้งผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อเด็กที่จะเกิดมา ขณะนี้สำนักอนามัยเจริญพันธุ์ได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร


นพ.บุญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มจากครอบครัว และสถานศึกษา ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร สอนวิธีป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้การสอนทักษะชีวิตเรื่องเพศ วิธีคุมกำเนิดอย่างเหมาะสมการบริการการให้คำปรึกษารวมถึงการหาสถานที่และทำแท้งอย่างปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน


ด้านนางเปรมวดี แก้วบุรี เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า มีผู้หญิงโทรเข้ามาปรึกษาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมกับมูลนิธิเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 5 ราย โดยสาเหตุของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ผู้ชายก็มีส่วนสำคัญ นอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังขาดความรู้ในเรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์เมื่อมีเพศสัมพันธ์ทั้งนี้มูลนิธิได้ให้คำปรึกษาด้วยการเชิญมานั่งสนทนาหาทางออก รวมถึงข้อดีข้อเสียของการทำแท้งจากผู้มีประสบการณ์และแนะนำว่าให้เก็บเด็กเอาไว้ เพื่อให้เห็นว่าปัญหายังมีทางออก 


ขณะที่นายอภิเชษฐ์ ปานจรัตน์ นักจิตวิทยาชำนาญการ สถานสงเคราะห์บ้านเด็กอ่อนพญาไท กล่าวว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เกิดขึ้นจากเด็กและเยาวชนที่ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างอบอุ่น การเติบโตขึ้นมาในสภาพสังคมที่เสี่ยง ประกอบกับสื่อยั่วยุที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงงบประมาณจากภาครัฐยังมีน้อย เมื่อเทียบกับปัญหาที่แก้ไม่ตก
 



จุลลดา จุลเจริญ, ชลิตา ปุณณรัตนกุล, ชวัลนาถ ศรีชวนะ, ฐิตินันท์ ศรีธาตุ, พินทุสร คุ้มภิญโญ, อธิชา สุขจิตสำราญ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้นปีที่ 3

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)