ปีใหม่นี้ ไปไหว้ศาลเจ้าจีนรอบกรุงกันเถอะ

4 มกราคม 2556 | อ่านแล้ว 21366 ครั้ง    

สิ่งหนึ่งที่สามารถยึดเหนี่ยวใจของชาวจีนมาเป็นเวลาช้านานแล้วก็คือการบูชาเคารพนับถือเทพเจ้า
การบูชาเคารพนับถือเทพเจ้าของชาวจีนนั้นมีอิทธิพลต่อความเชื่อส่วนบุคคลของชาวจีนเป็นอย่างมาก
ชาวจีนนิยมสักการะไหว้เทพเจ้าเนื่องจากเคารพบูชา ศรัทธา โดยมักจะกราบไหว้ขอพรให้ได้มาซึ่งในสิ่งที่ตนต้องการ เช่น อยู่ร่มเย็นเป็นสุข และพ้นจากทุกข์ภัยต่างๆ
ปีใหม่นี้เราจะพาคุณไปพบกับศาลเจ้าจีนที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งในฝั่งธนบุรีและพระนคร

 

ซำปอกง
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร


ซำปอกง วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) จากนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า "วัดกัลยาณมิตร" และรับสั่งให้ทรงสร้างพระประธานสำหรับพระวิหารหลวง คือ หลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก โดยทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระพุทธรูปใหญ่แบบเดียวกันกับที่ วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ซำปอกง เป็นที่เคารพสักการะอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน มักจะนิยมกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล โชคดีมีชัย และปลอดภัยตลอดปี  ซำปอกง วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เปิดทุกวัน เวลา 8.00-16.00น.
 

"หลวงพ่อโต" หรือชื่อภาษาจีนว่า "ซำปอฮุดกง" หรือ "ซำปอกง" เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 8 วา 3 ศอกคืบ สูง7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานเมื่อ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2380 อยู่ภายในพระวิหารขนาดใหญ่อยู่กลางวัดกัลยาณมิตร

 

ศาลเจ้าแม่กวนอิม
มูลนิธิเทียนฟ้า

มูลนิธิเทียนฟ้า ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2445 เป็นมูลนิธิแห่งแรกในประเทศไทย โดยเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มชาวจีนเพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยยากไร้ให้ได้รับการรักษาทั้งแบบแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน และภายในมูลนิธิแห่งนี้ยังมีศาลรูปเคารพของเจ้าแม่กวนอิม หรือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ปางประทานพร ซึ่งประดิษฐานเป็นเทพเจ้าองค์ประธานที่แกะสลักจากไม้เนื้อหอม ศิลปะแบบราชวงศ์ถังที่อัญเชิญมาจากประเทศจีนอีกด้วย พระอวโลกิเตศวรได้ชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาที่ชาวจีนเรียกกันว่ากวนซีอิมหรือกวนอิมพู่สัก ที่มีความหมายว่าพระโพธิสัตว์ผู้เงี่ยหูฟังโลก ซึ่งชาวพุทธนิกายมหายาน ได้ให้ความเคารพนับถือและมักจะขอให้เทพเมตตา ปัดเป่าโรคา ปราศจากโรคภัยต่างๆ
ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า ตั้งอยู่บน ถ.เยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียน เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
 

เจ้าแม่กวนอิม องค์นี้เป็นไม้แกะสลัก ศิลปะแบบราชวงศ์ถัง สันนิฐานได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง เมื่อประมาณ800-900 ปีที่ผ่านมา ได้ถูกอัญเชิญมาจากประเทศจีนเมื่อประมาณปี พ.ศ.2501 มาประดิษฐานที่บริเวณ มูลนิธิเทียนฟ้า เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา

 

เทพเจ้ามังกรเขียว
วัดทิพยวารีวิหาร (กัมโล่วยี่)

เทพเจ้ามังกรเขียว วัดทิพยวารีวิหาร (กัมโล่วยี่) สร้างในสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี 

เทพมังกรเขียว หรือ แชเล่งเอี๊ย คือเทพารักษ์ผู้รักษาบ่อน้ำทิพย์ประจำวัด ตั้งแต่สมัยโบราณกาลโดยชาวจีนเชื่อกันว่าเทพมังกรเป็นเทพารักษ์ประจำแหล่งน้ำทุกแห่ง อีกทั้งยังเชื่อว่าเทพมังกรจะบันดาลความอุดมสมบูรณ์ และยังทำให้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลอีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีความศักดิ์สิทธิ์อำนวยพรให้ผู้ที่ศรัทธาได้ผลสมความปรารถนาในเรื่องการคุ้มครองดวงชะตา เสริมพลังบารมีและโชคลาภ ตลอดจนเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆ อีกด้วย

เทพเจ้ามังกรเขียว วัดทิพยวารีวิหาร (กัมโล่วยี่) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามห้างดิโอลด์สยาม เปิดทุกวัน เวลา 8.00-18.00น.

เทพมังกรเขียวหรือแชเล้งเอี๊ยเป็นที่เคารพสักการะในหมู่ชาวจีนโดยทั่วไปมาเป็นเวลาช้านาน เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของท่านมักอำนวยพรให้ผู้ศรัทธาได้ผลสมความปราถนาด้านคุ้มครองดวงชะตาเสริมสร้างบารมีและโชคลาภ ตลอดจนเรื่องทุกข์ร้อนต่างๆตามแต่กำลังวาสนาบารมีเดิมของแต่ละบุคคล

 

ศาลเจ้าไต้ฮงกง
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

ศาลเจ้าไต้ฮงกง สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2452-2461 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงปู่ไต้ฮงมหาเถระจำลองซึ่งอัญเชิญมาจากจีน

ไต้ฮงกง คือพระผู้มีความเมตตากรุณา และเป็นผู้ริเริ่มการจัดบำเพ็ญกุศลในงานฌาปนกิจศพไร้ญาติในสมัยราชวงศ์ซ้องของประเทศจีนเมื่อเกือบ 1,000ปีที่แล้วอีกด้วย

ไต้ฮงกง อริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และป้องกันภัยให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย ตั้งอยู่บริเวณสน.พลับพลาไชย1และ2 เปิดทุกวัน เวลา 6.00-20.00น.
 

หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) องค์เจ้าแม่พระโพธิสัตว์กวงอิมอวโลกิเตศวร และ องค์ตี่จั่งอ๊วง (ยมทูต) หรือ พระกษิติครรภโพธิสัตว์ พระผู้โปรดสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากบาป

 

ศาลเจ้าแม่ทับทิม
พาหุรัด

เจ้าแม่ทับทิม เป็นเทพเจ้าอีกองค์ที่คนไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดี โดยมีเรื่องเล่าว่าในขณะที่เจ้าแม่ทับทิมเกิดก็มีปาฏิหาริย์พิเศษปรากฏขึ้นมา กล่าวคือเจ้าแม่กวนอิมได้มาเฝ้าดูเป็นสักขีพยานในตอนที่เจ้าแม่ทับทิมเกิด ต่อมาเมื่อโตขึ้นยังมีความสามารถในการว่ายน้ำสามารถว่ายโต้คลื่นใหญ่ๆ ได้เมื่อยามที่เกิดมีเรือประสบภัยพายุ และยังสามารถพยากรณ์ดินฟ้าอากาศได้แม่นยำ

ด้วยคุณงามความดีทำให้ผู้คนมากมายก็ต่างรักใคร่เจ้าแม่ทับทิม และพากันยกย่องเจ้าแม่ทับทิมให้เป็น “หม่าโจ้ว” ซึ่งมีความหมายว่า เจ้าแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์

โดยที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมจะให้ความคุ้มครองและประทานความสำเร็จให้แก่ผู้มากราบสักการะ รวมทั้งให้โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย มีเงินมีทอง และเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป

ศาลเจ้าแม่ทับทิม พาหุรัด ตั้งอยู่บนถนนจักรเพชร ใกล้การไฟฟ้าสาขาวัดเลียบ เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00-17.00น.
 

ศาลเจ้าแม่ทับทิมที่พาหุรัดนี้ มีชื่อว่า"เทียงโหวเซี้ยบ่อเก็ง" ซึ่งแปลว่าวังของพระแม่แห่งสวรรค์

 

ศาลเจ้ากวางตุ้ง
มูลนิธิกว๋องสิว

ศาลเจ้ากวางตุ้ง เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2423 ตามความเชื่อทางพุทธศาสนานิกายมหายานผสมกับลัทธิบูชาเทพเจ้าดั้งเดิมแบบจีน โดยชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลกวางตุ้ง แล้วจัดตั้งเป็นสมาคมการกุศลและได้ใช้ศาลเจ้าเป็นทั้งศูนย์กลางและที่ทำการของสมาคม ในการรวบรวมสิ่งของและเงินไปบริจาคเพื่อการกุศล ซึ่งบรรดาสมาคมและศาลเจ้าจีนเหล่านี้จึงเป็นศูนย์กลางสำคัญในการถ่ายทอด วัฒนธรรมและประเพณีแบบจีนที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ศาลเจ้ากวางตุ้ง มีเทพเจ้าหลายองค์ที่เป็นผู้บันดาลโชคลาภ ความมั่งคั่งและความสมบูรณ์พูนสุขให้แก่ตนเอง ครอบครัวและบรรพบุรุษ อันได้แก่ เทพเจ้ากวนอู เป็นเทพแห่งชัยชนะ เทพเจ้าขงจื้อ เป็นนักปราชญ์ ผู้มีความรู้สูงส่ง เทพเจ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ เป็นเทพเจ้าเกี่ยวกับราชา เทพเจ้าลู่ปาน เป็นเทพแห่งการทำงานการก่อสร้าง และสุดท้ายก็คือพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตากรุณา
ศาลเจ้ากวางตุ้ง ตั้งอยู่เยื้อง ซ.แปลงนาม ถ.เจริญกรุง เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00น.

พระสังกัจจายภายในศาลเจ้ากวางตุ้ง  พระสังกัจจาย หรือ พระมหากัจจายนเถระ เป็นพระอรหันต์ ในพระพุทธศาสนา
พระสังกัจจาย เป็นผู้มีปัญญามากและเป็นผู้เลิศในทางอธิบายธรรม เป็นเลิศในลาภ สักการะ โภคทรัพย์และเสน่ห์เมตตามหานิยมทั้งปวง ส่วนด้านหลังคือ องค์เจ้าแม่กวนอิม
 

 

ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย
วัดสามจีน

ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย วัดสามจีน ก่อตั้งขึ้นในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แต่เดิมองค์เจ้าพ่อเห้งเจียได้ถูกอัญเชิญมาจากประเทศจีนโดยเรือสำเภา ที่ล่องมาตามแม่น้ำนครชัยศรี เทียบท่าที่วัดนางสาว จ.นครปฐม จนกระทั่งมีผู้อัญเชิญให้มาประดิษฐาน ณ วัดสามจีน หรือ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารในปัจจุบัน
ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย หรือศาลเจ้าไต้เซี้ยฮุกโจ้ว เป็นจุดศูนย์รวมแห่งความศรัทธาของชาวไทยและชาวจีนในย่านเยาวราช อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย
โดยคนส่วนใหญ่จะเดินทางมากราบไหว้ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล ขอให้แก้ไขอุปสรรคให้ผ่านไปด้วยดี ทำให้ผู้กราบไหว้มีความร่มเย็นเป็นสุข และมีชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังต่างประสบความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและธุรกิจการค้ากันเป็นจำนวนมาก

เจ้าพ่อเห้งเจีย หรือซุนหงอคง เป็นเทพผู้ประทานความสุขและเป็นผู้กำจัดเหล่าปีศาจร้าย ชนชาวจีนจึงนิยมกราบไหว้และบูชามาก ปัจจุบันศาลเจ้าหลายแห่งจะมีรูปเคารพของเทพวานร หรือเจ้าพ่อเห้งเจีย เพื่อไว้ให้คนที่เลื่อมใสศรัทธามีโอกาสเข้าไปสักการะขอพร

 

ขุนด่านเจ้าพ่อเสือ
บางหว้า

ขุนด่านเจ้าพ่อเสือ บางหว้า หรือที่นิยมเรียกว่า ศาลเจ้าพ่อเสือ บางหว้า และศาลเจ้าพ่อเสือ ภาษีเจริญ สร้างขึ้นในยุคที่
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ในอดีตเป็นที่เล่าลือกันว่า มีคนพบเห็นเสือโคร่งขนาดใหญ่วนเวียนอยู่บริเวณนั้น จึงเป็นที่มาขององค์ประธานในศาล คือ "ตั่วเหล่าเอี๊ย" หรือ เจ้าพ่อเสือ เช่นเดียวกับศาลเจ้าพ่อเสือ ที่ถ.ตะนาว เขตพระนคร และเจ้าพ่อขุนด่าน ที่เชื่อกันว่าเป็นนักรบโบราณในสมัยกรุงธนบุรี
โดยคนส่วนใหญ่จะมากราบสักการะเพื่อขอพรในเรื่องของการงาน โชคลาภต่างๆ และขอให้ประสบความสำเร็จ
ศาลเจ้าขุนด่านเจ้าพ่อเสือ บางหว้า ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ระหว่างซอยเพชรเกษม 46 และ 46/1 เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 - 19.30 น.
 

เจ้าพ่อขุนด่าน ที่เชื่อว่าเป็นนักรบโบราณในยุคกรุงธนบุรี

 

 



คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)