คอลัมน์ ส่องบอร์ด สอดเว็บ เก็บบล็อก โดย OMG

4 มกราคม 2556 | อ่านแล้ว 1801 ครั้ง    

โปรดเอื้อเฟื้อที่นั่งบนรถสาธารณะแก่…ใคร


หลายเดือนมานี้มีประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์อยู่เรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ดูเผินๆอาจรู้สึกว่า เกี่ยวข้องกับคนแค่บางกลุ่ม แต่เมื่อติดตามไปเรื่อยๆถึงได้พบว่า มันช่างกระจายแยกแตกตัวลามปามไปเกี่ยวกับผู้คนทุกเพศทุกวัย

กระทู้แรก เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ในเว็บไซต์ pantip.com ห้องสีลม ซึ่งมีหนุ่มสาววัยทำงานนิยมเล่นกัน ใช้ชื่อกระทู้ว่า

“ผิดหรือ ที่ไม่ลุกให้คนท้องนั่งบนรถ BTS”


เนื้อหาโดยสรุปมีว่า ผู้ตั้งกระทู้นั่ง BTS จากแบริ่งถึง หมอชิต ก่อนนั้นต้องโหนรถเมล์มาจากปากน้ำ เมื่อรถถึงสถานีอุดมสุข มีหญิงวัยกลางคนเรียกคนท้องให้มานั่งที่ว่าง แต่มีคนอื่นมาแย่งที่ตรงนั้นไปเสียก่อนที่คนท้องจะมาถึง ป้าจึงตะโกนตำหนิเสียงดังลั่นรถว่า คนสมัยนี้ ช่างไม่มีน้ำใจกันเลย คนท้องจึงได้นั่งเพราะมีคนลุกให้ (จากการตะโกนของป้า)

ผู้ตั้งกระทู้แสดงความเห็นยอมรับว่า การมีน้ำใจเป็นสิ่งที่ดี แต่การช่วยเหลือคนหนึ่งโดยมาเบียดเบียนอีกคนหนึ่งนั้นมันไม่ถูกต้อง ทุกคนก็อยากนั่ง ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกัน นั่งระยะทางไกลจะให้ยืนตลอดทางก็ไม่ไหว

และประโยคเด็ดที่ทำเอากระทู้เดือดระอุก็คือ คนท้องไม่ใช่คนป่วย ทำไมจะยืนไม่ได้! ความเห็นในกระทู้ช่วงแรกจะเป็นแนวตอบคำถามในหัวกระทู้ที่ว่า ผิดไหม? ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าไม่ผิด แต่เป็นเรื่องของน้ำใจที่ควรมี บ้างก็แบ่งปันประสบการณ์เรื่องที่เคยพบ ทั้งเป็นคนลุกให้เด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ บ้างก็เคยเป็นคนท้องหรือมีพี่น้องมีภรรยาท้อง  

และมีหลายคนที่ทั้งแอบเหน็บ (และด่าตรงๆ) ว่าผู้ตั้งกระทู้ อาจลืมไปว่า แม่ตัวเองก็เคยท้อง! เดิมทีหลายคนคิดว่าผู้ตั้งกระทู้นี้เป็นหญิง แต่ต่อมาได้แสดงตัว ออกมาว่าไม่ใช่ แต่คือเพศชาย! จากนั้นเรื่องก็มีทีท่าว่าจะไม่จบลงง่ายๆเมื่อกระทู้นี้ได้ถูกนำไปบอกต่อใน ห้องต่างๆของ pantip ทั้งในห้องที่รวมตัวของเหล่าคุณแม่คือห้องชานเรือน ห้องที่มีสาวๆชุมนุมอยู่มากอย่างห้อง โต๊ะเครื่องแป้ง ก็ได้มีผู้แสดงความเห็นฝ่ายหญิงเข้ามาพยายามอธิบายเรื่องคนท้องไม่ใช่คนป่วย

แต่คนท้องต้องแบกน้ำหนักที่มากขึ้น คนท้องไม่ควรยืนนานๆ เพราะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว และการยืนมีความเสี่ยงต่อการถูกกระแทกหรือ กระทบกระเทือนได้ หลายๆคนบอกเล่าว่า เคยท้องและขึ้นรถสาธารณะแล้วไม่มีคนลุกให้นั่งเลย

ความเห็นในช่วงต่อมาแสดงความเป็นห่วงสังคมว่าหากมีคนที่คิดแบบคนตั้งกระทู้มากๆ สังคมนี้จะเป็นอย่างไร หรือถ้าหากคิดว่าจะไม่ลุกให้นั่ง ก็ไม่ควรมาป่าวประกาศ ให้ชาวบ้านได้รังเกียจเดือดฉันท์


สรุปความเห็นในกระทู้นี้คือ คนส่วนใหญ่ทั้งชายและหญิง “แสดงน้ำใจ” “ความเอื้อเฟื้อ” ซึ่งหลายคนก็เคยเป็นทั้งคนให้และคนรับ หลายคนมีความหวังและความเชื่อว่าสังคมนี้ยังไม่ได้ “ป่วย” อย่างที่กังวล

สุดท้ายเรื่องนี้ร้อนแรงอยู่ได้สักสัปดาห์ก็เริ่มซาลงไปตามวัฏจักรของสังคมออนไลน์ ต่อมาในต้นเดือนกันยายน มีกระทู้ใน pantip อีกเช่นกัน คราวนี้เริ่มที่ห้องชานเรือน ซึ่งเกี่ยวข้องกับแม่ๆลูกๆโดยตรง เปิดประเด็นจากข่าวทีวี ที่มีดาราชายท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เวลาไปไหนมาไหน กับภรรยาที่ตั้งครรภ์ไม่ค่อยมีคนลุกให้นั่ง และตั้งข้อสังเกตว่า สมัยนี้คนไทยมีน้ำใจน้อยลงจริงๆ

ความเห็นส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่คราวนี้ความเข้มข้นต่างกับกระทู้ก่อนนี้ในห้องสีลม เพราะมีคุณแม่ที่เคยตั้งท้องมากมาย มาแบ่งปันประสบการณ์ที่ถูกหมางเมินไม่ได้รับน้ำใจเอื้อเฟื้อจากเพื่อนร่วมทาง ในการโดยสารรถสาธารณะที่เคยผ่านมา แม้จะมีบางคนที่เคยได้รับการลุกให้นั่ง

แต่ก็เป็นส่วนที่น้อยกว่า ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เคยสบายใจจากการสรุปการติดตามกระทู้ก่อน ว่าคนไทยยังไม่ได้แล้งน้ำใจ ขนาดนั้น แต่กลับต้องมาคิดใหม่เมื่ออ่านข้อความจากเหล่าคุณแม่

 

ระหว่างนี้ผู้เขียนก็เริ่มสนุกกับการสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทางในยามที่ใช้รถสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดิน รถเมล์ และเรือโดยสาร แม้จะเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรื่องดราม่ามากมายในสังคมออนไลน์มาหลายปี แต่ยอมรับว่าเรื่องการที่มีคน ไม่อยากลุกให้คนท้องนั่งบนรถไฟฟ้านี่ เป็นความแปลกใจ ตกใจ ปนตื่นตระหนกสำหรับตนเองมาก 

เพราะตั้งแต่ ออกจากบ้านนอกมาเรียนและทำงานในเมืองหลวง เคยทั้งเป็นนักศึกษาตัวเล็กแบกของหนัก แล้วมีคนสละที่ลุกให้นั่ง เคยยกมือไหว้ขอบคุณคนใจดี เพราะถูกสั่งสอนมาให้ทำแบบนั้น จนใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่ง จะเป็นคนลุกให้ เด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์นั่ง ตามคำขวัญประจำใจที่ท่องตามข้อความเหนือหน้าต่างด้านในรถเมล์  และเมื่อวันนั้นได้มาถึง ตอนลุกขึ้นจากที่นั่งไปยืนเกาะราวครั้งแรก มันรู้สึกเหมือนมีไฟสป็อตไลท์ส่องลงมาที่เรา ทั้งที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ

ระหว่างกำลังคิดย้อนอดีตตัวเองเพลินๆ ปลายเดือนพฤศจิกายน เว็บไซต์ pantip.cpm ก็ร้อนฉ่าขึ้นมา ด้วยเรื่องการเอื้อเฟื้อต่อคนท้องบนรถเมล์อีกแล้ว คราวนี้เกิดที่ห้องรัชดา ซึ่งเป็นศูนย์รวมผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ตั้งกระทู้ในหัวข้อว่า “คุณผู้ชายครับ ใครมีแฟนกำลังท้องอย่าให้ขึ้นรถเมล์เลยครับ”  ผู้ตั้งกระทู้เล่าว่า เจอเหตุการณ์ที่คนท้องแก่ยืนอยู่บนรถเมล์ ไม่มีคนลุกให้นั่ง จนมีคนตะโกนขอที่นั่งให้คนท้อง แต่ก็ไม่มีใครลุก ต้องรอจนมีคนลงตามป้าย คนท้องจึงได้นั่ง
ผู้ตั้งกระทู้สรุปกระเด็นบอกผู้ชายทั้งหลายว่า ถ้าแฟนคุณท้อง อย่าให้เธอต้องลำบากขึ้นรถเมล์ ควรจะไปส่งหรือไม่ก็ยอมจ่ายเงินให้นั่งรถแท็กซี่เถอะ!

 

ประเด็นเริ่มร้อน เมื่อมีผู้แสดงความเห็นที่เป็นชาย บอกว่า ไม่ควรกดดันให้คนที่นั่งอยู่จะต้องสละที่นั่งให้ เด็ก สตรี คนชรา และคนท้องหรอก ในเมื่อคนที่มาก่อนควรมีสิทธิ์ในที่นั่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งก็มองว่า ไม่ใช่ทุกคน ที่จะมีเงินทองพอจะใช้ไปกับการมีรถขับหรือนั่งแท็กซี่ได้ และอีกประเด็นที่ร้อนพอกันก็คือ มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อปัจจุบัน ผู้หญิงมักออกมาเรียกร้องสิทธิสตรีให้ทัดเทียมกับเพศชาย แต่ในบางกรณีทำไมหล่อนกลับกลายเป็น เพศที่อ่อนแอต้องได้รับการดูแล

ส่วนประเด็นที่ทำให้เรื่องไปถึงจุดเดือดสุดๆก็คือ ความเห็นที่บอกว่า “จะเด็ก แก่ ท้อง พิการ มันเป็นปัญหาของคุณครับ ลุกให้เมื่อยดิ”  กับความเห็นที่บอกว่า ตนจะลุกให้กับเด็กและคนแก่เท่านั้น ส่วนคนท้องไม่ว่าจะท้องแปดเดือนหรือคลอดพรุ่งนี้ก็ไม่ลุกให้นั่ง “เพราะเด็กและคนแก่เลือกไม่ได้เป็นวัฏจักรของชีวิต ส่วนคุณผู้หญิงไม่ได้ถูกบังคับให้ท้อง” จึงควรทำตัวเองให้พร้อมก่อนจะท้อง อย่าไทษสังคมที่ไม่ช่วยเหลือคุณ!  


คงไม่ต้องเดาว่ากระทู้นี้จะร้อนแรงสุดๆในความเห็นที่ตามมาขนาดไหน บ้างก็ตำหนิไปถึงว่าคนพูด คงเกิดมาจากกระบอกไม่ไผ่ถึงได้กล้าคิดเช่นนั้น กระทู้นี้มันยืดเยื้อได้อีกเพราะว่าผู้ที่มีความคิดเห็นต่างกับคนส่วนใหญ่ ยังมาต่อปากต่อคำและแสดงมุมมองในฝั่งที่ตัวเองเชื่อ (คือการไม่เห็นว่าคนท้องควรได้รับการลุกให้นั่ง) ผู้เขียนปวดตากับการไล่อ่านความเดือดดาลนับพันกว่าความคิดเห็น

จึงอยากจะหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยการ ไปค้นหาใน google เกี่ยวกับเรื่องสละที่นั่งให้คนท้อง จึงได้ไปเจออีกกระทู้หนึ่งในเว็บบอร์ด MThai ตั้งแต่ปีค.ศ. 2008 ที่ผู้ตั้งได้ไปพบเหตุคนท้องขึ้นรถเมล์มา แล้วไม่มีคนลุกให้นั่ง จึงได้มาบอกต่อ ขอน้ำใจจากเพื่อนร่วมเว็บ แต่ความคิดเห็นที่นี่กลับเป็นไปในอีกทิศทางหนึ่ง จากผู้เล่นเว็บที่คงเป็นชายส่วนใหญ่ แสดงประเด็นว่า แล้วทำไมผู้หญิงไม่ลุกให้นั่งเองบ้างล่ะจะมาเรียกร้องแต่ให้ให้ผู้ชายเสียสละ

หลายคนเล่าประสบการณ์ว่า เคยลุกให้นั่งแต่โดนปฏิเสธถึงกับหน้าแตกให้ได้อายกัน อีกหลายคนบอกว่าเมื่อพวกเธอเหล่านั้นได้ที่นั่งแล้ว ไม่มีแม้คำพูดขอบคุณออกจากปากเแถมยังทำเชิดใส่อีก ทำให้เบื่อหน่ายที่จะแสดงน้ำใจเสียแล้ว

ผู้ชายหลายคนก็อยากจะหลีกเลี่ยงภาวะการมีคนที่อ่อนแอกว่ามายืนใกล้ที่ตนนั่ง ด้วยการหนีไปนั่งแถวหลังสุด หรือไม่ก็ยืนโหนราวไปเลยทั้งที่บางครั้งยังมีที่นั่ง เพราะคิดว่าประเดี๋ยวจะมีผู้มาทดสอบระบบแสดงน้ำใจ ให้กระอักกระอ่วนหรือไม่

 

กลับมาย้อนมองที่ตัวเราก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันแฮะ บางครั้งนั่งอยู่บนรถไฟฟ้าเห็นคนแก่ขึ้นมา ก็นึกในใจว่า แก่พอหรือเปล่าวะ?

 

เคยลุกให้แล้วเขาไม่สน แถมทำสายตาตำหนิว่าเขาไม่แก่ซะหน่อย เคยลุกให้เด็กน้อยที่มาพร้อมคุณแม่ เจ้าเด็กก็อยากที่จะยืนห้อยโหนเล่นที่ราวจับซะงั้น บางครั้งเราก็ไม่อยากจะ นั่งเก้าอี้ตัวที่ติดประตูรถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดิน เพราะรู้ว่าที่ตรงนั้นเป็นที่สำรองให้กับพระ เด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์ ไม่อยากผจญกับภาวะที่ต้องคิดคำตอบราวกับเล่นเกมส์โชว์ แต่ถ้าเห็นคนที่เข้าข่ายอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะนั่งจุดไหน ก็พร้อมที่จะลุกให้แน่นอน อาจเพราะเราไม่ต้องนั่งนานหลายสถานีเหมือนหลายๆคน และนั่งทำงานมาทั้งวันแล้วควรจะยืนเพื่อยืดเส้น ยืดสายบ้าง เดี๋ยวจะมีคนสละที่ลุกให้นั่ง แล้วต้องตะโกนบอกเขาไปว่า “กรูไม่ได้ท้อง กรูอ้วน!”



เรื่องโดย OMG

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)