ซื้ออนาคตให้ลูกน้อย

9 กุมภาพันธ์ 2558 | อ่านแล้ว 600 ครั้ง    

  

จะให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลที่ไหนดี?

 

หนึ่งในเรื่องอันน่าปวดหัวที่สุดของพ่อแม่ยุคนี้ เพราะผู้ปกครองล้วนต้องการให้ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพทั้งด้านการเรียนการสอน คุณภาพครู การจัดสภาพแวดล้อม ขณะที่ค่าเล่าเรียนของเด็กอนุบาลนั้นเรียกว่าแพงหูฉี่ ยิ่งโรงเรียนดังเท่าไหร่ ยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น

 

บางโรงเรียนยังต้องจองและจ่ายค่าเทอมล่วงหน้าเป็นปีๆ เรียกว่าคลอดปุ๊บ ก็ต้องมีเงินก้อนไปจ่ายค่าแรกเข้าจองคิวไว้ได้เลย

 

การเลือกโรงเรียนอนุบาลแต่ละประเภทยังต้องคิดเผื่อไปถึงเส้นทางการเรียนประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย เพราะโรงเรียนแต่ละแบบก็มีจุดแข็ง จุดอ่อน ของทางเดินไปข้างหน้าต่างกัน

 

อย่างโรงเรียนนานาชาติ ค่าเทอมเฉลี่ย 200,000 บาทขึ้นไป และยังมีค่าแรกเข้าหลักแสนเพิ่มมาอีกก้อน บางโรงเรียนมี 3 เทอม เฉลี่ยแล้วเรียนอนุบาล 3 ปีจะต้องจ่ายเกือบ 2 ล้านบาท แลกกับการเรียนเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ กับครูชาวต่างชาติ จะเรียนกับครูไทยก็เฉพาะวิชาภาษาไทยเท่านั้น อนุบาลบางที่ยังให้เรียนภาษาที่ 3 หรือ 4 ด้วย

 

ส่วนเส้นทางอนาคต เนื่องจากโรงเรียนนานาชาติใช้ระบบการสอนแบบอังกฤษหรืออเมริกัน แม้จะสามารถเทียบวุฒิการศึกษากับระบบโรงเรียนไทยได้ แต่ระบบการเรียนและวิธีการเรียนต่างกัน ผู้ปกครองก็มักจะส่งเรียนโรงเรียนประเภทนี้ไปจนจบมัธยมศึกษา ส่วนระดับมหาวิทยาลัยถ้าไม่ไปเรียนเมืองนอก ก็เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษอย่างเดียว เพราะไม่สามารถเรียนหลักสูตรปกติที่ใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอนได้

 

ส่วนโรงเรียนอนุบาลประเภทการศึกษาทางเลือก ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมาก หลายโรงเรียนต้องจองล่วงหน้าเป็นปี บางโรงเรียนอาจจะต้องจ่ายค่าจองล่วงหน้า ค่าเทอมหลักครึ่งแสน ค่าแรกเข้าอีกครึ่งแสน เฉลี่ยจบอนุบาลจะต้องจ่ายราวครึ่งล้าน

 

เงินก้อนนี้แลกกับวิธีการสอนแบบ “เรียนผ่านกิจกรรม” คือ เน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เพิ่มทักษะให้ระบบประสาท กล้ามเนื้อ และสมอง ตามช่วงอายุ ชั้นเรียนหนึ่งมีนักเรียนราว 25 คน ครูและผู้ช่วย 3-4 คน มีครูชาวต่างชาติสอนภาษาอังกฤษ

 

ผู้ปกครองยุคใหม่ชอบโรงเรียนแบบนี้โดยให้เหตุผลว่า ลูกไปโรงเรียนแล้วสนุก ไม่เคยบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียน และบุตรหลานได้รับการดูแลใกล้ชิด มีการประชุมผู้ปกครองสม่ำเสมอ ส่วนการสอบ จะไม่มีการจัดลำดับเทียบกับเด็กคนอื่นว่า ได้ที่เท่าไหร่ของห้อง มีแต่ผ่านกับไม่ผ่านทำให้นักเรียนไม่กดดันกับผลการสอบ นอกจากนี้ครูต้องเขียนรายงานส่งผู้ปกครองทุกอาทิตย์ว่า นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องอะไร ทำกิจกรรมอะไรไปบ้าง มีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างไร และผู้ปกครองก็ต้องเขียนรายงานความประพฤติของนักเรียนเมื่ออยู่ที่บ้านตอบกลับมา

 

โรงเรียนประเภทนี้ (และโรงเรียนนานาชาติ) อาจจะดูอ่านออกช้ากว่าโรงเรียนประเภทอื่น เพราะเน้นเตรียมความพร้อม แต่ผู้ปกครองหลายคนก็ให้ลูกไปเรียนวิชาการเพิ่มเติม ในกรณีที่อยากจะเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่โรงเรียนประถม มัธยม และมหาวิทยาลัยตามระบบทั่วไปของไทย

 

ขณะที่โรงเรียนอนุบาลเอกชนประเภทเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ อาจเรียกว่า โรงเรียนแบบ “อ่านเขียน” ถ้าเป็นโรงเรียนดังๆ ค่าเทอมและค่าแรกเข้าทุกอย่างใกล้เคียงกับประเภทการศึกษาทางเลือก มุ่งเน้นการอ่านออก เขียนได้ บวกเลขคล่อง เพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเอกชนมีชื่อในระดับประถมศึกษาทั้งหลาย รวมถึงโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ  

 

ส่วนโรงเรียนเอกชนทั่วไปในระดับรองลงมา ค่าเทอมก็จะลดหลั่นกันลงมา ขึ้นอยู่กับการสร้างชื่อเสียงของโรงเรียน และบอกต่อของผู้ปกครอง รวมถึงโรงเรียนคู่แข่งในพื้นที่ เพราะโรงเรียนประเภทนี้เกิดขึ้นไปจำนวนมากทั้งในเมือง ชานเมือง และต่างจังหวัด แม้ค่าเทอมยังอยู่ที่หลักหมื่น แต่พ่อแม่จำนวนไม่น้อยก็ยอมจ่ายเพื่อแลกกับการศึกษาของบุตรหลาน

 

ด้านโรงเรียนอนุบาลสังกัดรัฐบาลและท้องถิ่น แม้จะไม่เสียค่าเทอมเพราะได้รับการอุดหนุนจากรัฐ แต่หลายโรงเรียนก็ต้องการสร้างชื่อ โดยอาจจะเพิ่มกิจกรรมหลักสูตรพิเศษเข้ามา เช่น ครูชาวต่างชาติผู้เป็นเจ้าของภาษาหรือครูชาวฟิลิปปินส์ หรือกิจกรรมอื่นๆ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยหลักพันต่อเทอม วิธีการสอนไม่ต่างจากโรงเรียนเอกชนประเภทเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่สภาพแวดล้อมและสื่อการเรียนการสอนอาจหรูเลิศไม่เท่า ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนเก่าแก่ มีชื่อเสียงมานาน และมักเปิดสอนถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนที่จะแยกย้ายไปสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังต่อไป    

 

การวางแผนการศึกษาให้ลูกแต่เนิ่นๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบันมีโรงเรียนให้เลือกหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งความชอบ ความเหมาะสม และเงินในกระเป๋าของผู้ปกครองด้วย

 

 

   

 



ปณัฐนันท์ ดวงจิต / ภัทรพันย์ เสวะกะ / กมลพรรณ สุขปาน / พิมพ์ชนก วิฑูรรัตน์ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ รุ่น 6

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)