“บรรจุภัณฑ์สีเขียว” สุขภาพกับราคาที่ต้องจ่ายเพิ่ม?

16 กุมภาพันธ์ 2559 | อ่านแล้ว 734 ครั้ง    

กล่องโฟมใส่อาหารเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ส่วนถุงพลาสติกก็เช่นกัน ใช้เวลาย่อยสลายเกือบครึ่งสหัสวรรษ

ซ้ำร้ายเวลาเก็บทำลายยังส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ

แต่ความที่มันนำไปใช้ได้สะดวกรวดเร็วและมีราคาถูก ทำให้โฟมและพลาสติกยังคงเป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย


อย่างไรก็ดี หลายครั้งผู้ค้าและผู้บริโภคมักนำไปใส่อาหารผิดประเภท ทำให้มีความเสี่ยงสะสมพิษในร่างกายผู้บริโภค

ภัยร้ายจากกล่องโฟม

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยแพร่บทความเตือนการใช้โฟมบรรจุอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมันและอาหารที่ร้อนจัด ระบุว่า เมื่ออาหารสัมผัสกับกล่องโฟมจะทำให้ภาชนะเสียรูป และอาจหลอมละลายจนเกิดเป็นสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า “สไตรีน” ปนเปื้อนกับอาหาร

ปริมาณการละลายของสไตรีนขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่าง คือ ไขมันในอาหาร ระยะเวลา และอุณหภูมิระหว่างการสัมผัสของอาหารกับภาชนะ

 

อาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้มีการละลายออกมาของสไตรีนมากกว่าอาหารที่ไม่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ

ชานอ้อยคือคำตอบ


นพ.วีรฉัตร กิตติรัตน์ไพบูลย์ ผู้ผลิตกล่องบรรจุอาหารที่ทำจากชานอ้อย บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด ให้ข้อมูลว่า ในอดีต แม้ประเทศไทยจะเคยรณรงค์เพื่อลดการใช้โฟมใส่อาหาร แต่ก็ไม่สามารถหาบรรจุภัณฑ์อื่นมาทดแทนได้ ต่อมาจึงมีการค้นพบบรรจุภัณฑ์
 “ชานอ้อย” ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะกับการใส่อาหาร

“ชานอ้อยสามารถแก้ปัญหาเรื่องสารพิษ เพราะสามารถนำเข้าไมโครเวฟ-เตาอบได้ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งชานอ้อยยังสามารถหาได้ง่ายในประเทศไทย” นพ.วีรฉัตร ระบุ

เขาบอกอีกว่า บรรจุภัณฑ์สีเขียวชนิดนี้ยังสามารถย่อยสลายได้เองในธรรมชาติภายใน 30-45 วัน ขณะที่กล่องโฟมไม่สามารถย่อยสลายได้เอง

นโยบายกรีนแคมปัสกับทางเลือกราคาแพง?


หน่วยงานราชการหลายแห่งเริ่มจำกัดการใช้กล่องโฟมและพลาสติกบรรจุอาหาร โดยกำหนดกติกาให้ผู้ที่จะเข้ามาขายอาหารใช้กล่องที่ทำจากชานอ้อย


ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี ก็เช่น นางดาวลอย กาญจนมณีเสถียร
 รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี  กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความตื่นตัวเกี่ยวกับ “มาตรการมหาวิทยาลัยสีเขียว” โดยเห็นว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

"ที่นี่ออกระเบียบเป็นข้อปฏิบัติให้ร้านค้าภายในมหาวิทยาลัย เปลี่ยนจากการใช้โฟมมาเป็นกล่องกระดาษที่ผลิตจากเยื่อชานอ้อย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 จนถึงปัจจุบัน" รองอธิการบดีประจำวิทยาเขต ระบุ

แม้การออกกฎระเบียบเช่นนี้สร้างผลดีให้สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค แต่อีกด้านหนึ่ง นางอัญชลี มีคลองแบ่ง แม่ค้ารายหนึ่งซึ่งขายโจ๊กมา 2 ปี ในตลาดของมหาวิทยาลัย ระบุว่า ต้นทุนของบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยที่ทางมหาวิทยาลัยออกระเบียบบังคับให้ใช้มีราคาที่แพงกว่าโฟมมาถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกำไรที่จะได้รับในแต่เดือนจากการขายโจ๊กพบว่าไม่คุ้มค่าจึงไม่เลือกใช้

ส่วนมุมมองของผู้บริโภคอย่างนางสาวศรัณยา ตั้งวรเชษฐ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายนี้เพราะรู้สึกปลอดภัยมากกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟม แต่ชานอ้อยที่มีราคาสูงเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นก็อาจกระทบต่อแม่ค้า


“หากสามารถหาจุดกึ่งกลางที่ไม่เกิดผลเสียต่อสุขภาพและต้นทุนราคาที่ไม่สูงจนเกินไปได้ ก็จะเป็นเรื่องดีต่อแม่ค้าและตัวผู้บริโภคเอง” ศรัณยา กล่าว
  

อนาคตบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมยังมืดมัว


แม้จะมีการณรงค์หรือออกกฎเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารต่างๆ ของบางหน่วยงานราชการ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมการใช้กล่องโฟมได้

บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอาจตอบสนองคนที่กำลังสนใจสุขภาพ

แต่ความเป็นไปได้ที่จะทำให้ประเทศไทยหันมาใช้ “บรรจุภัณฑ์สีเขียว” มากขึ้นจะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายด้าน

โจทย์คือ จะสร้างเงื่อนไขให้เอื้อต่อการใช้บรรจุภัณฑ์เหล่านี้อย่างไร?

ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ค้า ผู้บริโภค ตลอดจนอุตสาหกรรมผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะทำอย่างไรให้พวกเขา สะดวกและง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สีเขียวที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


อย่างไรก็ดี ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย!

นั่นเป็นภาพสะท้อนว่า นโยบายภาครัฐอาจไม่จูงใจพอที่จะทำให้นักลงทุนเข้ามาสนใจผลิตในอุตสาหกรรมประเภทนี้

หนทางที่ควรจะเดินไปคือ รัฐบาลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องควรหันมาตระหนักผลร้ายที่จะตามมาจากบรรจุภัณฑ์โฟมกันอย่างจริงจัง


ที่สำคัญคือ ควรส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ภาคการผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์สีเขียวมากกว่านี้ ตลอดจนเข้มงวดให้ข้อกฎหมายแสดงฉลาก เพื่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค

มิเช่นนั้นเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ยังคงต้องรับความเสี่ยงจากบรรจุภัณฑ์อันตรายต่อไป



รชนีกร ศรีฟ้าวัฒนา ไอซีทีนิเทศศาสตร์รุ่น 8

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)