กรมสุขภาพจิตเผย เด็กไทยมีไอคิวต่ำกว่าสากล!

25 มกราคม 2556 | อ่านแล้ว 1319 ครั้ง    

 

ภาพประกอบเนื้อเรื่องเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับข่าวแต่อย่างใด
 
กรมสุขภาพจิตเผยเด็กไทยมีไอคิวต่ำกว่าสากล
 
เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติประจำพ.. 2555 ที่ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์  โดยนพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เสนอผลการสำรวจสถานการณ์ระดับสติปั­­ญญาเด็กนักเรียนไทยพ..2554 และการกระจายระดับสติปั­­ญญารายภาค ว่า จากการสำรวจระดับสติปั­­ญญาเฉลี่ย (ไอคิว) เด็กนักเรียนอายุ 6-15 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานการศึกษา กรุงเทพมหานคร (.กทม) ในช่วงเดือนธันวาคม พ..2553 ถึง มกราคม พ..2554 ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมจำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 72,780 คน พบว่า เด็กนักเรียนไทยมีคะแนนสติปั­­ญญาเฉลี่ยเท่ากับ 98.59 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติค่อนไปทางต่ำกว่าค่ากลางของมาตรฐานสากลในปัจจุบันซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 100
                                         
 
เผยนักเรียนภาคใต้ไอคิวเฉลี่ยต่ำสุด
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการกระจายตัวระดับสติปั­­ญญารายภาคพบว่า นักเรียนในภาคกลางมีค่าเฉลี่ยระดับสติปัญญาสูงที่สุด ซึ่งจังหวัดที่นักเรียนมีค่าเฉลี่ยระดับสติปั­­ญญาสูงที่สุดคือจังหวัดนนทบุรี ส่วนนักเรียนในภาคใต้มีค่าเฉลี่ยระดับสติปั­ญญาต่ำที่สุด ซึ่งจังหวัดที่นักเรียนมีค่าเฉลี่ยระดับสติปั­­ญญาต่ำที่สุดคือ จังหวัดนราธิวาส
 
อาหารปัจจัยหลักเสริม-ลดไอคิว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อสติปั­­ญญาของเด็กนักเรียนไทยคือ โภชนาการ เช่น ระยะเวลาในการดื่มนมแม่ ซึ่งพบว่า เด็กที่มีระดับสติปั­­ญญาสูงจะเป็นเด็กที่มีค่าเฉลี่ยการดื่มนมแม่นานกว่า 6 เดือน ส่วนถ้าขาดการบริโภคสารอาหารทั้งไอโอดีนและธาตุเหล็กจะทำให้มีระดับสติปั­­าลดน้อยลง นอกจากนี้ปัจจัยด้านการเลี้ยงดูของครอบครัวก็มีผล โดยครอบครัวที่ผู้ปกครองมีเวลาในการให้ความรักความอบอุ่นแก่ลูกจะช่วยในการส่งเสริมในการพัฒนาสติปั­­ญญาได้มากกว่าครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น นอกจากนี้การได้รับสารบางอย่าง เช่น สารตะกั่วและสารหนู ก็ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระดับสติปั­ญญาของเด็กได้
 
กมธ.ศึกษา วุฒิฯ ชี้เด็กขาดความเท่าเทียมกันด้านการศึกษา
ด้านนายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส..สงขลา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา กล่าวว่า การที่ไอคิวของเด็กไทยมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าสากลอาจเป็นเพราะปั­ญหาทางสังคม เริ่มตั้งแต่พ่อแม่ที่ขาดความรู้ความเข้าใจ และความพร้อมในการดูแลบุตร ทำให้เด็กมีพัฒนาการการเจริ­ญเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งส่งผลต่อไอคิวของเด็กเป็นอย่างมาก อีกทั้งระบบการศึกษาของไทยยังมีปั­ญหาอยู่มาก เด็กขาดความเท่าเทียมกันทางด้านการศึกษา ส่วนเด็กในภาคใต้มีไอคิวน้อยกว่าภาคอื่นๆ อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อมและเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ส่งผลให้โอกาสทางด้านการศึกษาของเด็กลดน้อยลงด้วย
 
ขณะที่นายทรงศักดิ์ หริรักษาพิทักษ์ ผู้ปกครองนักเรียนจากจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า เหตุที่ทำให้นักเรียนในภาคใต้มีไอคิวน้อยกว่านักเรียนในภาคอื่นๆ อาจเป็นเพราะระบบการเรียนการสอนที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ การศึกษาปัจจุบันชอบสอนให้เด็กท่องจำมากกว่าจะสอนให้เด็กคิดเองเป็น
 



คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)