หมู่บ้านกลางหุบเขา...ออนซอนคีรีวงกต

31 ธันวาคม 2559 | อ่านแล้ว 244 ครั้ง    

 

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ องค์การบริหารส่วนตำบลนาแค

 

140 กิโลเมตร ไกลจากตัวเมืองอุดรธานี ตำบลนาแค อำเภอนายูง ยังมีหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา โอบล้อมด้วยขุนเขา 3 แห่งด้วยกัน ทั้ง ภูหมอบ่วาย, ภูมืด, และ ภูหลวง นั่นคือ หมู่บ้านคีรีวงกต

 

ในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะมีอุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส เหมาะแก่การพาครอบครับไปเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ รับลมหนาวสัมผัสกับธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีชุมชนเป็นอย่างยิ่ง

 

เมื่อผมไปถึงที่หมู่บ้านคีรีวงกต หมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าของอุทยานแห่งชาตินายูง - น้ำโสม ในตำบลนาแค อำเภอนายูง มีผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านมารอต้อนรับเป็นอย่างดี

 

แต๊ก แต๊ก แต๊ก เสียงรถของ รถอีแต๊ก ดังมาแต่ไกล ชื่ออีแต๊กมาจากเสียงที่ดัง แต๊ก ๆ ๆ ชาวบ้านจะเรียกรถอีแต๊กว่า พี่เสือ มาจากคำว่าเสือภูเขา ซึ่งเอาไว้ใช้ขับขึ้นเขาอย่างสมบุกสมบันเลยทีเดียว

 

ที่นี่มีกิจกรรมนั่ง ล่องแก่ง ไปทานข้าวกลางป่า ท่ามกลางธรรมชาติไปกับรถอีแต๊กอีกด้วย และไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของการมาเที่ยวหมู่บ้านคีรีวงกต นั่นคือ กิจกรรมนั่งรถเสือภูเขา นี่เอง

 

           ขอบคุณภาพจาก  zeekway.com

        

พี่เสือเกิดจากชาวบ้านนำรถไถนามาใส่เกียร์ ล้อหน้า พวงมาลัย กลายเป็นรถสี่ล้อที่มีสมรรถนะสูง ทำให้รถไถกำลังเครื่องยนต์เพียง 14 แรงม้าวิ่งฉิวขึ้นเนินได้ สบาย ๆ เลยทีเดียว      

 

เมื่อทุกคนก้าวขึ้นหลังเสือเรียบร้อย พี่เสือก็ออกวิ่งจากถนนลาดยางที่ราบเรียบกลางหมู่บ้านสู่ทางลูกรังที่เป็นดินขรุขระ ทิ้งรอยเท้าไว้เป็นทางยาว 

 

ช่วงที่เร้าใจที่สุดคือตอนที่ พี่เสือ” กระโจนลงลำธาร น้ำกระเซ็นแหวกเป็นสองข้าง ตะกอนดินฟุ้งขึ้นจนน้ำขุ่นคลั่ก  พี่เสือของเรากระโดดเด้งไปซ้ายทีขวาที เส้นทางที่ยากลำบากแต่เต็มด้วยความสนุกนาน ความงดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน ๆ

 

ใช้เวลาราวชั่วโมงเศษ พี่เสือก็พาเรามาถึงจุดหมายที่น้ำตกห้วยช้างพลาย  ในช่วงปลายฤดูฝนจะมีน้ำไหลบ่าเต็มพื้นตามผาหิน บรรยากาศสดชื่น ไม่ร้อน ปกคลุมด้วยความชุ่มชื้น  ชาวบ้านจะพาเราล้อมวง ทำอาหารและกินข้าวกันในป่า 

 

โดยเริ่มจากนำกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดเตรียมไว้มาล้าง จากนั้นนึ่งก็จะใส่ข้าวเหนียวใส่ข้าวลงไปเพื่อนึ่งข้าว นำไก่ที่ได้หมักเตรียมเอาไว้แล้วมาย่าง ต้มน้ำใส่เครื่องสมุนไพรลงไปและใส่เนื้อปลาที่เตรียมไว้แล้วลงไป ทำต้มยำปลาในกระบอกไม้ไผ่

 

ชาวบ้านจะตัดใบตองมารองนั่ง ตัดไม้ไผ่ป่ามาทำเป็นแก้ว เจาะช่องตรงกลางระหว่างข้อไม้ไผ่เพื่อใส่อาหาร ตัดกิ่งไผ่ที่เป็นเศษไม้มาทำเป็นช้อน เรียกได้ว่าวัสดุที่ใช้ทั้งหมดนี้แทบจะเป็นธรรมชาติก็ว่าได้

 

คุณลุงผู้ใหญ่บ้านเล่าเหตุผลที่ในอดีตชาวบ้านพากันแบกท้องมากินข้าวที่นี่ ให้ผมฟังระหว่างทานข้าวว่า

คนสมัยก่อนเข้าป่าไม่ได้นำภาชนะอะไรติดตัวไปเลย จะให้ถือหม้อไปด้วยก็ไม่สะดวก จึงไปตัดกระบอกไม้ไผ่มาหุงหาอาหารแทนหม้อ คนรุ่นใหม่ไม่เคยทำแล้ว พอเขามากินข้าวในป่า เราก็จะได้บอกว่าสมัยก่อนคนรุ่นพ่อแม่เขากินอย่างไร

 

สักพักเราก็เริ่มได้กลิ่นหอมของอาหารและท้องก็เริ่มร้องแล้ว เมื่ออาหารสุกพวกเราพวกเราก็เริ่มกิน ไก่ย่างหอมฉุย ต้มปลา ต้มไก่รสแซบ พร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ ด้วยความเอร็ดอร่อย

 

 

นั่งกินไปเพลินไปกับเสียงน้ำตก ตบท้ายด้วยการนั่งจิบกาแฟจากแก้วไม้ไผ่ ข้าง ๆ น้ำตกรับลมธรรมชาติ ฟังเสียงน้ำตกไปอยากเพลินใจ เป็นบรรยากาศที่ต้องบรรยายเป็นคำอีสานว่า ออนซอน ซึ่งแปลว่าสวยงามน่าชื่นชม

 

หลังจากทานอาหารเสร็จ ผมจึงเดินเที่ยวและเก็บภาพบรรยากาศสวย ๆ ไว้เป็นความทรงจำดีๆ ที่ยอดภู มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นลำโขงที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นธรรมชาติ ที่มีความอุดมสมบูรณ์  มีเมฆ หมอกปกคลุม อากาศสดชื่น มองไปแล้วเย็นตา

 

เมื่อผมสนุกเต็มที่แล้ว เวลาเริ่มจะเย็นแล้วถึงเวลาที่ต้องขี่หลังพี่เสืออีกครั้งเพื่อกลับไปยังโฮมสเตย์

 

ช่วงค่ำจำมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการต้อนรับแขกผู้มาเยือนของชาวอีสาน มีผู้เฒ่าผู้แก่ มาผูกข้อไม้ข้อมือ และแหล่ อวยพรให้ผม

 

หลังจากนั้นจากนั้นก็จะมานั่งทานข้าวร่วมกันตามประเพณีชาวอีสานและก็จะมีเด็ก ๆ มาทำการแสดงโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชม

 

เช้าวันรุ่งขึ้นผมได้ใช้บริการพี่เสืออีกครั้ง เพื่อไปชมบรรยากาศยามเช้ากลางไร่มันสำปะหลัง ที่เต็มไปด้วยหมอก เพื่อเก็บภาพความความงามของที่นี่เอาไว้ก่อนที่ผมจะกลับไป

 

การมาหมู่บ้านคีรีวงกตครั้งนี้ทำให้ผมได้ประสบการณ์ตะลุยป่าอันแสนสนุกและอบอุ่นใจในมิตรภาพของชาวบ้าน เป็นความทรงจำดีๆ จากหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่าที่มีทางเข้าคดเคี้ยวราวเขาวงกต

 

หากช่วงวันหยุดในฤดูหนาวนี้ คุณยังไม่มีแพลนที่จะไปที่ไหน การเดินทางมาชมความงามของธรรมชาติ ซึมซับวิถีชาวบ้าน กินข้าวป่า และทำกิจกรรมสนุกสุดมันส์ อย่างล่องแก่งหรือขึ้นรถพี่เสือ ณ หมู่บ้านคีรีวงกตก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย



เรื่องโดย ชุติพนธ์ พรมสอน 13590449 ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ปี 1 รุ่น 10

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)