ซีรีส์ “เด็กคืออนาคตของชาติ” ตอนที่ 3 : โครงการอาหารกลางวันนักเรียนยังไม่ทั่วถึง แม้ปรับเพิ่มงบเป็น 20 บาทต่อหัว แต่เด็กประถมฯไทยกว่า 1.6 ล้านคน ยังขาดแคลนอาหาร นักโภชนาการชี้อาจได้สารอาหารไม่ครบส่งผลพัฒนาการ

15 มกราคม 2560 | อ่านแล้ว 319 ครั้ง    

 

“กลางวันได้กินกับข้าวแค่ 2 อย่าง เติมอีกไม่ได้เพราะครูบอกว่า ข้าวไม่พอ วันไหนกินไม่อิ่มก็ต้องซื้อขนมกินเอง นาน ๆ ครั้งถึงจะได้กินผลไม้” 

 

ด.ญ.รัชนีกร โสประดิษฐ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเมตารางค์ จังหวัดปทุมธานี เป็น 1 ในนักเรียนชั้นประถมศึกษา จำนวน 1,683,802 คน ที่ขาดแคลนอาหารกลางวัน ตามรายงานข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษา ปีการศึกษา 2559 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ

 

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นมา รัฐบาลได้ปรับเพิ่มงบประมาณโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนจาก 13 บาท ต่อคนต่อวัน เป็น 20 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารและภาวะทุพโภชนาการในเด็กนักเรียน โดยให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้จ่ายเงินให้โรงเรียนในสังกัดสพฐ. และโรงเรียนในสังกัดท้องถิ่น งบประมาณเฉลี่ย 2.4 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่หลายโรงเรียนในปริมณฑล และต่างจังหวัด ยังไม่สามารถจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนได้อย่างเพียงพอ

 

นางศมานันท์ ทรัพย์หิรัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเมตารางค์ จังหวัดปทุมธานี เผยว่า ปกติโรงเรียนต้องจัดกับข้าวให้นักเรียน 2 อย่างต่อมื้อ แต่บางวันจัดได้เพียงอย่างเดียว เพราะต้องแบ่งเงินไปซื้อข้าวสาร และจ่ายค่าจ้างแม่ครัวมาประกอบอาหาร อยู่ที่วันละ 250 บาท

 

“โรงเรียนขนาดเล็กมีงบประมาณรวมเพียง 1,120 บาท ต่อนักเรียน 56 คน จึงไม่เพียงพอต่อการประกอบอาหาร และต้องขอรับบริจาคข้าวสารเพื่อลดค่าใช้จ่าย” นางศมานันท์ กล่าว

 

ด้านคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่องแนวทางปฏิบัติการจัดโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นระเบียบที่ใช้เทียบเคียงในการจัดอาหารกลางวันให้โรงเรียนประถมแห่งอื่น ๆ ระบุว่า การจัดโภชนาการอาหารกลางวันในโรงเรียนสามาถดำเนินการได้ 2 แบบ คือการจัดอาหารจานเดียว และการจัดอาหารเป็นชุด ประกอบด้วยกับข้าว 2 อย่าง และมีขนมหวานหรือผลไม้ตามฤดูกาล

 

นางสาวพิมพ์พิชชา กลิ่นทองหลาง ครูฝ่ายบริหารงานทั่วไป โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า การจัดอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน 100 คน ต้องมีงบประมาณ 2,000 บาท ต่อวัน แต่วัตถุดิบประกอบอาหารมีราคาสูง เช่น ไข่พะโล้ต้องใช้เงิน 1,300 บาท ผัดกะเพรา 1,200 บาท ขนมจีนน้ำยา  1,700 บาท ต่อมื้อ หากต้องทำอาหาร 2 อย่างตามระเบียบ เช่น มีทั้งไข่พะโล้และผัดกะเพราจะต้องใช้เงินถึง 2,500 บาท เกินงบประมาณต่อวัน

 

ขณะที่ นางประดิษฐ สอนดี ครูผู้ดูแลโครงการอาหาร โรงเรียนวัดแสนสุข ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมขนาด 800 คน ในกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในแต่ละวันมีต้นทุนค่าอาหารไม่เท่ากัน ราคาวัตถุดิบสำหรับนักเรียน 721 คน อยู่ที่ 13,350 บาทต่อวัน มีงบประมาณ 14,420 บาทต่อวัน พอเฉพาะค่าวัตถุดิบ แต่ยังมีค่าแก๊ส ค่าจ้างแม่ครัว ค่าน้ำยาล้างจาน ฯลฯ

 

คู่มือการจำแนกอาหาร ขนม นม และเครื่องดื่มตามมาตรฐานโภชนาการ ปี 2557 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงปริมาณอาหารกลางวันของนักเรียนอายุ 6 12 ปี ที่ควรได้รับตามหลักโภชนาการว่า ต้องได้รับ ข้าว (แป้ง) 2 2.5 ทัพพี เนื้อสัตว์ 2 ช้อนกินข้าว ผัก 4 ช้อนกินข้าว ผลไม้ 1 ส่วน น้ำมัน 2 ช้อนชา  

 

นางสาวพรวิภา ดาวดวง นักโภชนาการชำนาญการ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ยังมีบางโรงเรียนจัดอาหารกลางวันที่ให้สารอาหารไม่ครบถ้วน เช่น มีไข่พะโล้ให้เพียงอย่างเดียวต่อมื้อ ซึ่งหากไม่ได้รับตามมาตรฐานโภชนาการอย่างเพียงพอ จะส่งผลให้นักเรียนเสี่ยงภาวะทุพโภชนาการ สติปัญญาด้อย เรียนรู้ช้า จนทำให้การเรียนตกต่ำกว่าเด็กที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงจำเป็นต้องมีเมนูที่ 2 มาเสริมให้มีสารอาหารครบถ้วน

 

“โรงเรียนขนาดเล็กมักมีนักเรียนไม่ได้รับอาหารเพียงพอ มีสาเหตุจากการบริหารจัดการ เพราะมีค่าจ้างแม่ครัว ค่าแก๊ส ค่าซอส ไม่ใช่เฉพาะวัตถุดิบ อย่างข้าวหรือหมูเพียงอย่างเดียว ซึ่งโรงเรียนไม่ได้มีรายได้อย่างอื่นเข้ามา ทำให้หลาย โรงเรียนต้องหาทุนเพิ่ม” นางสาวพรวิภา กล่าว

 

นายบรรเจิด ท้าวแพทย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนคลองมะขามเทศ กรุงเทพฯ กล่าวว่า แม้โรงเรียนขนาดใหญ่ จะได้งบอาหารกลางวัน 20 บาทต่อหัว เท่ากับโรงเรียนขนาดเล็ก แต่เมื่อจำนวนนักเรียนมากกว่า ก็จะมียอดรวมเงินมากกว่า เวลาซื้อวัตถุดิบเยอะ ๆ จึงได้ราคาถูกกกว่า เมื่อเทียบกับโรงเรียนขนาดเล็ก

 

“เงื่อนไขเชิงพื้นที่ก็มีส่วน โรงเรียนขนาดเล็ก ไม่มีร้านค้ารายรอบ บังคับให้นักเรียนต้องกินอาหารกลางวันของโรงเรียน ขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่ นักเรียนบางคนซื้ออาหารกลางวันกินเองรอบโรงเรียน โรงเรียนจึงคำนวณปริมาณการทำอาหารไว้จำนวนหนึ่ง และสามารถจัดกับข้าว 2 อย่างได้ และตักอาหารให้นักเรียนไม่มาก ถ้าไม่อิ่มจึงค่อยมาตักอาหารเพิ่ม จึงสามารถเฉลี่ยอาหารได้ทั่วถึงบนงบประมาณที่ได้รับ” นายบรรเจิด กล่าว

 

ขณะที่ นางสาวสมรักษ์ กิ่งรุ้งเพชร์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่า โรงเรียนขนาดเล็กมักประสบปัญหาไม่สามารถจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนอย่างเพียงพอหรือให้สารอาหารครบ เพราะงบประมาณรวมได้น้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่และขึ้นอยู่กับการบริหารงบของโรงเรียนเองด้วยเช่นกัน 

 

เมื่อถามว่า รัฐมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร นางสาวสมรักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนต้องแก้ปัญหาการจัดสรรงบประมาณเอง รัฐยังไม่มีแผนปรับเพิ่มงบค่าอาหารกลางวัน เพราะต้องทำวิจัยเพื่อยืนยันว่า เหตุใดถึงไม่เพียงพอ ก่อนเสนอรัฐบาลเห็นชอบ อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ มีโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน โดยให้นักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กย้ายไปเรียนที่โรงเรียนขนาดใหญ่แทน เพื่อแก้ไขปัญหาประสิทธิภาพการจัดการในโรงเรียนขนาดเล็ก


สามารถย้อนอ่านตอนที่ 1 : เงินอุดหนุนไม่ทั่วถึง เด็กแรกเกิดเกือบครึ่งล้านไร้สวัสดิการ http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=457#.WISizfmLTIX
ตอนที่ 2 : เด็กไทยขาดสารอาหาร หวั่นกระทบคุณภาพแรงงานในอนาคต http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=458#.WISizvmLTIW



เรื่องและภาพโดย ศิรวิชญ์ บุญทน ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ปี 3 รุ่น 8

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)