ซีรีส์ระบบนิเวศชายฝั่งเพชรบุรี ตอนที่ 3 : อ่าวไทยชั้นใน ไร้เงาปลาทู เหตุธาตุอาหารน้อย-น้ำร้อนขึ้น ทำปลาทูชะลอการสืบพันธุ์ ด้านนักวิชาการชี้ปิดอ่าวไม่สอดคล้องกับวงจรปลาทู

24 มกราคม 2560 | อ่านแล้ว 560 ครั้ง    

 

เลยจากชายฝั่งทะเลจังหวัดเพชรบุรี ลงไป เป็นอ่าวไทยชั้นใน รูปตัว ‘ก’ ชาวประมงอำเภอชะอำ กำลังกังวลถึงการออกเรือหาปลาทู ที่ปีนี้ จับไม่ค่อยได้

 

“ออกเรือแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายราว 1,500 บาท แต่บางครั้งจับปลาทูไม่ได้เลย หากจับได้ ก็ได้ปลาทูสาวที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ขายได้ 2,000 – 3,000 บาท จากเดิมที่เคยได้คราวละ 7,000 บาท” นายนิตย์ หอมคง หัวหน้ากลุ่มเรือประมงขนาดเล็ก ตำบลบ้านบางควาย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ให้ข้อมูล

 

แม้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศปิดอ่าวไทยรูปตัว ก เพื่ออนุรักษ์สัตว์น้ำวัยอ่อน ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 4,940 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2557 – 31 กรกฎาคม 2559 และงดจับปลาฤดูวางไข่ทุกปี แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

 

แต่มีรายงานสถิติการประมงแห่งประเทศไทย กรมประมง ปี 2557 ระบุว่า ปลาทูมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2554 – 2557 ปริมาณการจับปลาทูในบริเวณอ่าวไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 126,426.25 ตัน ขณะที่ล่าสุดปี 2558 นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลายฉบับว่า ปริมาณการจับปลาทูในบริเวณอ่าวไทยอยู่ที่ 39,600 ตัน

 

ธาตุอาหารน้อย-น้ำร้อนขึ้น ทำปลาทูชะลอการสืบพันธุ์

 

นายสรณัฐ ศิริสวย อาจารย์ประจำภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทีมวิจัยโครงการการศึกษาสถานภาพของทรัพยากรปลาทูที่สัมพันธ์กับสภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นผิวทะเลในบริเวณอ่าวไทย เปิดเผยผลวิจัยว่า ช่วงเวลาที่เซลล์สืบพันธุ์ของปลาทูเจริญเติบโตสูงสุด เริ่มขยับไปช่วงท้ายของการปิดอ่าว ซึ่งไม่สอดคล้องกับวงจรปลาทูที่เป็นมาในอดีต

 

“สาเหตุน่าจะมาจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะธาตุไนโตรเจนในน้ำจืดที่ไหลลงทะเลในปีนี้มีน้อย ทำให้สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินเจริญเติบโตได้ดีกว่าแพลงก์ตอนไดอะตอมที่เป็นอาหารของปลาทู การขาดแคลนอาหารทำให้ปลาทูชะลอการสืบพันธุ์ และย้ายถิ่นไปสู่บริเวณน้ำลึก” นายสรณัฐ กล่าว

 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นด้วย โดยรายงานเรื่องสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากไซยาโนแบคทีเรีย ของนางสาวอินทิรา ขูดแก้ว คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตีพิมพ์ในเว็บไซต์สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เมื่อเดือนมกราคม 2558 ชี้ว่า อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น มีผลให้สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน แพร่หลายมากขึ้น

 

เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ปี 2558 พบข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า อุณหภูมิน้ำทะเลในอ่าวไทยชั้นในนั้น สูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 4-5 องศาเซลเซียส ปัจจุบันอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 34 องศาเซลเซียส

 

 

นักวิชาการชี้ปิดอ่าวไม่สอดคล้องกับวงจรปลาทู

 

นายเมธี แก้วเนิน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาการจัดการประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัยโครงการการศึกษาสถานภาพของทรัพยากรปลาทูที่สัมพันธ์กับสภาพสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นผิวทะเลในบริเวณอ่าวไทย กล่าวว่า การปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ตามประกาศจากกรมประมงไม่สอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู เพราะก่อนการปิดอ่าวปลาทูส่วนใหญ่ยังไม่มีการพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์ ขณะที่ช่วงเริ่มเปิดอ่าวกลับเป็นช่วงที่ปลาทูมีการพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์สูงสุด

 

“ควรมีการวิจัยปลาทูอย่างจริงจัง ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากกรมประมง สถาบันการศึกษา และชาวประมง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงมาตรการปิดอ่าว” นายเมธี กล่าว

 

กรมประมงรับปลาทูลด เหตุจากสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง

 

ขณะที นายคณิต เชื้อพันธุ์ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยตอนกลาง กรมประมง ยอมรับว่า ปี 2557 ที่ปิดอ่าวเป็นปีแรก ปริมาณสัตว์น้ำวัยอ่อนเพิ่มมากขึ้น แต่ปี 2558 - 2559 ปริมาณปลาทูกลับลดน้อยลง ขณะนี้กำลังทำการสรุปผลประเมินการปิดอ่าวไทยตอนในอยู่ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2560

 

“คาดว่า ปัญหาปริมาณปลาทูไทยที่จับได้ลดลง อาจมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่กรมประมงไม่สามารถควบคุมได้” นายคณิต กล่าว 

 

สามารถย้อนอ่านตอนที่ 1 : ทะเลเมืองเพชรฯ วิกฤต! แหล่งหอยแครงธรรมชาติใหญ่สุดในประเทศไร้เงาหอยมา 2 ปี 
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=466#.WIrsLVyQ9iY

ตอนที่ 2 : ส่องเพื่อนบ้าน มาเลเซียก็เจอปัญหาหอยแครงลดลง!
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=467#.WIc6SvmLTIU



เรื่องและภาพโดย นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 2 รุ่น 9

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)