เรื่องเล่าบนผืนน้ำ

24 มกราคม 2560 | อ่านแล้ว 242 ครั้ง    

 ก้นบุหรี่ค่อยๆ ทิ้งตัวลงสู่แม่น้ำ ก่อนจะถูกพัดปลิวไปตามแรงละรอกคลื่นจากเรือแพลำใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะลับสายตาไป..

 

พี่ณียืนอยู่ตรงชานบ้านริมแพหลังเล็กที่ถูกมุงด้วยไม้คล้ายจาก บ้านลอยแพหลังเล็ก 2หลังเป็นสถานที่ที่เราบุกทางขึ้นเขามากว่าชั่วโมง เส้นทางที่เต็มไปด้วยป่าและถนนลูกรังดูแล้วไม่น่าจะมีใครเข้ามาอยู่ได้ลึกถึงเพียงนี้ แต่ก็มีครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวนี้ที่ใช้ชีวิตอยู่บนผืนน้ำขนาดใหญ่บริเวณต้นน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี

 

หญิงสาววัย 30 ต้น ๆ ปะแป้งเป็นวงกลมไว้เต็มสองแก้มดูน่ารัก พร้อมกับการเอ่ยทักทายเราด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่ง ๆ ที่ต้องตั้งใจฟังมากกว่าปกติ เธอเอ่ยขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เราเพราะติดลูกค้าชาวต่างชาติที่หลงเข้ามา ก่อนเชื้อเชิญเราไปยังห้องพัก 4 ห้องที่จองเอาไว้

 

เรือนแพหลังนี้มี 2 หลัง หลังหนึ่งเป็นที่อาศัยของครอบครัวพี่ณีซึ่งประกอบด้วยพ่อ น้องมาส เด็กชายวัย 6 ขวบลูกชายของพี่ณีและพี่ชายที่รู้จักอีกคน

 

ส่วนอีกหลังถูกเปิดเป็นห้องพักสำหรับแขกจำนวน 4 ห้อง เรือนแพแห่งนี้ปลูกติดอยู่กับเกาะเล็ก ๆ ด้านหลัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดูพระอาทิตย์ตกได้สวยงามไม่แพ้ที่ใด

 

ระลอกคลื่นเล็ก ๆ สะท้อนแสงจันทร์จนเห็นเป็นประกายระยับ คล้ายใครบางคนหว่านเพชรเม็ดเล็กไว้ทั่วผืนน้ำ

 

ตะเกียงถูกตั้งไว้ตามพื้นทางเดินคงเป็นแสงสว่างเดียวที่ทำให้เรามองเห็นยามค่ำคืน เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้มีเพียงแผ่นโซลาเซลที่ตั้งอยู่บนหลังคาเพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าเพียง 1000 วัตต์ต่อวัน เพราะฉะนั้นที่นี่จึงต้องประหยัดการใช้ไฟฟ้าทุกวิถีทาง

 

พี่ณีบอกกฎของบ้านแพที่นี่ว่า จะเปิดพัดลมพร้อมกันในเวลา 3 ทุ่ม และจะปิดไฟทุกดวงในเวลา 4 ทุ่ม แต่จะมีตะเกียงตั้งไว้ให้ใช้หากใครต้องการนอนดูดาวนอกบ้าน

 


ลมเย็นพร้อมกลิ่นบางอย่างที่ทำให้ความรู้สึกอิ่มเกิดขึ้นทันที ไม่ใช่การอิ่มท้องแต่เป็นความอิ่มใจที่เนิ่นนานแล้วเหลือเกินที่เราไม่ได้พบ อากาศที่เย็นลงกว่าปกติทำให้ต้องยกมือขึ้นกอดตัวเองไว้ คงเพราะที่นี่ถูกล้อมด้วยหุบเขา เวลากลางวันถึงแม้อุณภูมิข้างนอกจะสูงแค่ไหนแต่ที่นี่ก็ไม่เคยร้อนเพราะลมที่พัดเรื่อยทั้งวัน ไม่ต่างจากแอร์คอนดิชันเนอร์ชั้นดีเลยสักนิด

 

ดาวพร่างเต็มฟ้ามันเป็นภาพที่ทำให้เราถอดใจกลับไปนอนในห้องไม่ได้ คำบอกเล่าถึงบางเรื่องของพี่ณีทำให้เรายังคงนั่งครุ่นคิดอยู่ตรงชานบ้าน ขณะที่สายตายังไม่ละไปจากดาวดวงหนึ่งซึ่งสะท้อนแสงเรืองรองกว่าใคร

 

“อำเภอศรีสวัสดิ์เก่ากลายเป็นเมืองบาดาลไปแล้ว”

 

ตามคำบอกเล่าของพี่ณีอำเภอศรีสวัสดิ์ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นที่ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพราะเดิมอำเภอศรีสวัสดิ์เก่าเป็นพื้นที่บริเวณที่กั้นเขื่อนศรีนครินทร์ในปัจจุบัน เนื่องจากแต่เดิมจะถูกน้ำท่วมบ่อย และไม่รู้จะแก้อย่างไรจนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มายังพื้นที่และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยขนของชาวบ้านออกจากพื้นที่เดิมและสร้างเขื่อนไว้ให้คนที่นี่ได้ใช้สอยน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วม พอมีน้ำใช้ไม่ขาดคนที่นี่จึงทำอาชีพปลูกข้าว ข้าวโพดหรือพืชที่ต้องใช้น้ำเยอะ ๆ และทำกระชังปลาบ้างแต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือการดูแลต้นน้ำ

 

พี่ณีบอกว่า ที่เรือนแพจะใช้วิธีในการแยกเศษอาหารก่อนล้างจาน และจะมีเครื่องกรองน้ำมันเพื่อไม่ให้น้ำในเขื่อนสกปรก เมื่อเศษอาหารและเศษน้ำมันเต็มถังก็ต้องหามขึ้นไปทิ้งบนเกาะหลังแพ โดยเศษอาหารจะขุดหลุมฝังไว้ ขณะน้ำมันจะระเหยไปกับแสงอาทิตย์ตามธรรมชาติ

 

“เราอยู่ต้นน้ำเพราะฉะนั้นการจะทำอะไรต้องนึกถึงแม่น้ำเป็นหลัก”

 

คำพูดของพี่ณีทำให้เราเห็นถึงหัวใจของคนที่นี่ได้มากขึ้น ก่อนเราจะถามถึงคน ๆ หนึ่งซึ่งทำให้เธอได้แต่ยิ้มและตอบเราด้วยเสียงสั่นเครือ

 

“นึกถึงอยู่ตลอด ยังคงอยากให้ท่านอยู่เป็นกำลังใจให้กับพวกเราไปนานๆ”

 

หยาดน้ำที่เกาะพราวรอบดวงตาสะท้อนเข้ากับแสงตะเกียงที่สะบัดไหวตามกระแสลม ทำให้เราได้แต่ส่งยิ้มอย่างเข้าใจในความรู้สึกของหญิงสาวตรงหน้า

 

ลมที่แรงขึ้นจากเมื่อช่วงหัวค่ำทำให้เราตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปตามทางเพื่อกลับห้องนอน หากแต่ความรู้สึกบางอย่างยังคงไหลวนอยู่รอบตัว

 

เพราะสำหรับคนที่นี่แล้ว สิ่งที่ได้รับมันยิ่งใหญ่จนตรึงอยู่ในความรู้สึกพวกเขาเสมอ ไม่ต่างจากดาวดวงนั้นที่ยังส่งแสงอยู่เนือง ๆ แม้ในบางคราจะไม่เห็นแต่ก็ยังรับรู้ได้ว่ามันยังคงมีอยู่ตลอดไป

-

ก้นบุหรี่ค่อยๆ ทิ้งตัวลงสู่แม่น้ำ ก่อนจะถูกพัดปลิวไปตามแรงละรอกคลื่นจากเรือแพลำใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะลับสายตาไป..

 -

เราเบือนหน้าหนีภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก ทั้งโกรธ เสียใจและแย่เกินกว่าจะหาคำพูดไหนมาบรรยาย เสียงผู้คนบนแพใหญ่ที่บรรทุกรถเพื่อตรงไปยังเกาะอีกเกาะแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่ม มันไม่ชัดเจนเท่ากับการกระทำเหล่านั้น..

 

เราเลือกที่จะลุกขึ้นเพื่อหนีสิ่งที่จะเกิดต่อไป ยามที่ก้าวตรงไปยังที่นั่งอีกฝั่งแพเป็นเวลาเดียวกับที่ก้นบุหรี่อีกหลายอันถูกโยนลงไปยังผืนน้ำที่เต้นระบำอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ตอนเที่ยง

 

พี่ณีอาจรู้สึกเสียใจถ้ารู้ว่าก้นบุหรี่เหล่านั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของผืนน้ำแห่งนี้ไปแล้ว แต่เหนือสิ่งอื่นใดเรานึกโกรธตัวเองที่ไม่กล้าพอจะทำในสิ่งที่ควรทำ.

 



คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)