ซีรีส์ระบบนิเวศชายฝั่งเพชรบุรี ตอนที่ 6 : ขยะทะเล.. กับผลร้ายที่ตามมา

28 มกราคม 2560 | อ่านแล้ว 276 ครั้ง    

 

ขวดน้ำพลาสติกเป็นกระสอบ ๆ ที่วางอยู่ริมฝั่งคลอง ชาวประมง จังหวัดเพชรบุรี ได้รวบรวมไว้หลังจากที่ออกเรือกลับมา

 

ประโยชน์ของขวดพวกนี้คือชาวบ้านสามารถนำไปขายต่อได้ คิดเป็นเงินกิโลกรัมละหลายสิบบาท นับเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งให้กับพวกเขา

 

แต่อีกด้านหนึ่ง สะท้อนให้เห็นวิกฤตขยะล้นทะเล ชายฝั่งเพชรบุรี 

 

สถิติของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่องการเก็บขยะของจังหวัดเพชรบุรี ในปี 2558 ระบุว่า จากการที่มีผู้ร่วมเก็บขยะเพียงแค่ 30 คน กลับเก็บขยะชายฝั่งได้ถึงจำนวน 3,154 ชิ้น คิดเป็นน้ำหนัก 408.60 กิโลกรัม

 

นายนิมิต พันชะสูตร ชาวประมงพื้นบ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า ในแต่ละครั้งที่ลากอวนปลา อวนปู ขึ้นมา จะมีขยะติดมาด้วย ราวกับว่าขยะเป็นส่วนหนึ่งของน้ำทะเลเสียอย่างนั้น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ทางการปล่อยน้ำลงมาจากต้นน้ำตอนบน ป้องกันไม่ให้กรุงเทพฯ น้ำท่วม

 

เมื่อปัญหาขยะทะเลเริ่มเป็นปัญหาเรื้อรัง นายวิชัย ทองตัน สมาชิกอบต.แหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี จึงเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมสภาอบต. เพื่อคิดหาทางแก้ไข จนได้นโยบายให้ชาวบ้านช่วยกันดูแลคนละไม้คนมือขึ้น จากเดิมเมื่อขยะติดอวนขึ้นมาก็แค่ทิ้งขยะลงไปที่เดิม แต่เดี๋ยวนี้ชาวบ้านนำขยะกลับมาขาย

 

“ขยะที่ติดอวน หรือขยะที่ลอยแต่ละวัน ๆ เยอะแค่ไหนไม่ได้นับจำนวนหรอก แต่มีเยอะจนเก็บแล้วเอาไปขาย ได้เงินไปเหมารถมาถมที่ดินสองสามคันแล้ว” นายวิชัย ระบุ

 

นอกจากขยะเป็นชิ้นทั่วไปแล้ว คราบน้ำมันเรือที่ไหลออกจากท่อเรือเวลาออกเรือ หรือจอดเรือทิ้งไว้ ก็ถือเป็นขยะทะเลชนิดหนึ่งที่ส่งผลเสียมากเช่นกัน เพราะทำปฏิกิริยากับน้ำ ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลถึงสัตว์น้ำจำพวก ปลา ปลาบางตัวได้รับสารพิษปนเปื้อน ทำให้เมื่อชาวบ้านออกไปจับปลาประกอบอาชีพ แต่ปลาที่จับมานั้นไม่สามารถนำมารับประทาน หรือไม่สามารถนำไปขายได้ ประสบสภาวะขาดทุน





ชาวบ้านในพื้นที่จึงแก้ปัญหาโดย นำถุงพลาสติกครอบปากท่อไว้ ซึ่งน้ำมันที่ได้มาในถุงนั้นสามารถนำไปขายได้ลิตรละ 5 บาท เป็นเงินที่ชาวบ้านสามารถนำไปเลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัวได้อีกวิธีหนึ่ง โดยน้ำมันที่ถูกรับซื้อไปจะถูกนำไปผ่านกระบวนการกลั่นกรองให้เป็นน้ำมันที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

 

อย่างไรก็ดี แม้ชาวประมง จะช่วยกันแก้ปัญหาคนละไม้คนละมือ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

 

แต่ก็ไม่ได้ทำให้วิถีการทำมาหากินของพวกเขา รอดจากความสุ่มเสี่ยง เพราะขยะทะเลยังส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ทะเลอีกมาก

 

ตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ที่ประเทศเยอรมัน พบ วาฬสเปิร์มจำนวน 13 ตัว นอนตายบนชายหาดทางเหนือ โดยพบว่า ในกระเพาะอาหารของวาฬ ใน 13 ตัว เต็มไปด้วยเศษพลาสติก ตาข่ายจับกุ้ง และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากของคนทั่วโลก

 

ในจังหวัดเพชรบุรีเอง ก็มีสัตว์จำพวกวาฬอยู่หลายสายพันธุ์

 

ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดและเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว คือ วาฬบรูด้า

 

หลังจากที่ได้พูดคุยกับชาวประมงรายหนึ่ง ทำให้ทราบว่า อีกหนทางหนึ่งในการหาเลี้ยงชีพของชาวประมงที่ประสบปัญหาสภาวะขาดทุน คือการออกเรือรับนักท่องเที่ยวไปรอดู รอเฝ้าเจ้าวาฬบรูด้านั่นเอง รายได้จากการออกเรือรอบหนึ่งก็ตกประมาณ 5,000 บาท

 

หากขยะทะเลนี้ส่งผลกระทบมาถึงเจ้าวาฬบรูด้าแห่งท้องทะเลเพชรบุรี ถ้าพวกมันตายทีละตัวสองตัวไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดไม่มีวาฬบรูด้าให้ออกเรือไปเฝ้าอีกต่อไป

 

แล้วชาวบ้านที่หันมาทำมาหากินกับเจ้าวาฬบรูด้า จะเหลือทางใดให้ชาวบ้านได้หากินเลี้ยงชีพ และได้รายได้งาม ๆ แบบนี้อีกเล่า 


 

สามารถย้อนอ่านตอนที่ 1 : ทะเลเมืองเพชรฯ วิกฤต! แหล่งหอยแครงธรรมชาติใหญ่สุดในประเทศไร้เงาหอยมา 2 ปี 
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=466#.WIrsLVyQ9iY

ตอนที่ 2 : ส่องเพื่อนบ้าน มาเลเซียก็เจอปัญหาหอยแครงลดลง!
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=467#.WIc6SvmLTIU

ตอนที่ 3 : อ่าวไทยชั้นใน ไร้เงาปลาทู เหตุธาตุอาหารน้อย-น้ำร้อนขึ้น ทำปลาทูชะลอการสืบพันธุ์
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=468#.WIo30PmLTIU

ตอนที่ 4 : โลกระอุ ‘เอลนีโญ’ แผลงฤทธิ์
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=474#.WIo4b_mLTIU

ตอนที่ 5 : ป่าชายเลนเพชรบุรี แหล่งซับของเสีย-อนุบาลสัตว์น้ำ ตายเพียบเหลือแต่ซาก
http://www.ictsilpakorn.com/ictmedia/detail.php?news_id=475#.WIzfevmLTIU

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่โพสต์ของเรา



เรื่องและภาพโดย นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 2 รุ่น 9

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)