กลิ่นอายประวัติศาสตร์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

2 พฤศจิกายน 2560 | อ่านแล้ว 165 ครั้ง    

เพลิดเพลินกับความงามของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ

เสียงคลื่นกระทบชายฝั่ง กอปรกับเสียงบรรเลงดนตรีไทยอันไพเราะซึ่งดังมาจากท้องพระโรง พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นจุดเด่นที่ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือผู้ที่มาเยี่ยมชมต่างสัมผัส ได้ถึงกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งได้รับการอนุรักษ์โดย มูลนิธิพระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน

พระราชวังริมทะเลที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว จากคำแนะนำของแพทย์หลวง ออกแบบโดย นายมารีโอ ตามัญโญ สถาปนิกชาวอิตาลี

หมู่พระที่นั่งสร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ท้องพระโรง เขตที่ประทับฝ่ายหน้า และเขตที่ประทับฝ่ายใน มีชื่อเรียกว่า พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระที่นั่งสมุทพิมาน และพระที่นั่งพิศาลสาคร ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เต็มไปด้วยพรรณไม้เล็กใหญ่

อีกทั้งยังมีสวนหลวงที่ได้รับการออกแบบให้ เข้ากับบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๖ และสวนป่าชายหาดที่กำลังได้รับการรื้อฟื้นวิจัยโดยคณะ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม

บรรยากาศบริเวณทางเข้า

บรรยากาศบริเวณทางเข้า

พระราชนิเวศน์มฤคทายวันแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ และตำนานต่าง ๆ มากมาย

ทันทีที่ได้เข้าไปในพระราชนิเวศน์แห่งนี้ จะพบว่าเจ้าหน้าที่ของที่นี่แต่งกายแบบโบราณ ฝ่ายชายนุ่งโจงกระเบน ฝ่ายหญิงจะมีทั้งนุ่งโจงและผ้าซิ่น โดยปกติแล้วจะนุ่งห่มสีตามวัน แต่เนื่องด้วยช่วงนี้เป็นช่วงไว้ทุกข์จึงแต่งกายด้วยโทนสีดำหรือโทนสีสุภาพเพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความเคารพต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระราชวังแห่งนี้เคยถูกทิ้งร้างจนทรุดโทรม ปัจจุบันจึงมีการบูรณะและอนุรักษ์ตามหลักวิชาการ ในด้านสถาปัตยกรรมมีการศึกษาวิจัยเรื่องสีดั้งเดิมของตัวอาคาร พบว่าสีที่แท้จริงนั้นไม่ตรงกับสีที่เคยบูรณะไว้ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยจึงได้ทำการขูดสีจากใต้หลังคาหรือบริเวณที่ไม่โดนแดดโดนฝนเพื่อค้นหาสีที่แท้จริง และนำมาบูรณะต่อไป

อีกด้านหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อศึกษาเกี่ยวกับภูมิทัศน์ดั้งเดิม ประกอบด้วยแนวถนนสมัยรัชกาลที่ ๖

 

สีที่ได้มาจากการขูดบริเวณใต้หลังคาของอาคาร

สีที่ได้มาจากการขูดบริเวณใต้หลังคาของอาคาร

 

นายเอิบเปรม วัชรางกูร ที่ปรึกษาด้านโบราณคดี ประจำมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เล่าเกี่ยวกับการขุดค้นทางโบราณคดีว่า หลังจากดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์รอบพระราชวัง ได้พบแนวคันขอบถนนเก่า จึงดำเนินการขุดตรวจสอบทางโบราณคดี หาตำแหน่ง ความลึก ลักษณะและวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง

โดยอาศัยข้อมูลจากเอกสารจดหมายเหตุ  หนังสือตอบโต้ระหว่างวิศวกร นายชาร์ลส์ เบอเกอแลง นายช่างผู้กำหนดแนวถนนต่าง ๆ เมื่อแรกสร้าง กับ เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับดูแลการก่อสร้าง


การขุดตรวจสอบทางโบราณคดีดำเนินมาเป็นระยะเวลากว่า ๘ เดือนแล้ว คณะนักโบราณคดีพบแนวคันขอบถนน หินบดอัดขนาดต่าง ๆ ที่เรียงกันเป็นพื้นผิวถนน ซึ่งสันนิษฐานว่าบดอัดพร้อมทรายหยาบแนวถนนดั้งเดิม

อ้างอิงจากเอกสารจดหมายเหตุ เรื่อง ‘งบประมาณการทำถนนที่มฤคทายวัน’ เป็นถนนหินเรียงและบดอัดเรียบ มีความกว้าง 4 เมตร ทิศทางจากประตูเสด็จฯ โค้งเข้าหาและลาดขึ้นทางเข้าพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ผ่านทางขึ้นโรงละคร อ้อมไปด้านหลังแล้ววนกลับ เป็นวงรอบ การขุดตรวจสอบทำให้พบด้วยว่าลักษณะการก่อสร้างถนนไม่ได้ตรงกับหลักฐานเอกสารที่อ้างอิงเสมอไป ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการปรับแก้แผนหน้างาน

คณะนักโบราณคดีที่กำลังขุดหาแนวถนน

นักโบราณคดีอาวุโสเล่าด้วยว่าในอนาคตมีแผนจะขุดสำรวจหารางรถไฟขบวนเฉพาะกิจซึ่งปัจจุบันไม่เหลือซากแล้ว รวมไปถึงเรือนขุนนางอื่น ๆ รอบนอกเขตพระราชนิเวศน์ฯ ต่อไป โดยอ้างอิงจากแผนผังสมัยก่อน ภาพถ่ายทางอากาศ และการทำงานร่วมกับนักธรณีฟิสิกส์

การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตและช่วยกันอนุรักษ์สืบต่อไป

นอกจากด้านโบราณคดี ที่นี่ยังมีนโยบายอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านดนตรีไทยเดิม มีการบรรเลงดนตรีไทยทุกวัน โดยคณะนักดนตรีประจำพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ จะมีเด็กเล็กไปจนถึงเด็กโต  เข้ามาเรียนดนตรีไทยในพระราชวังแห่งนี้ หากใครสนใจอยากจะเรียนก็สามารถไปสมัครกันได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน ขอแค่มีใจรักในดนตรีไทยและมีความตั้งใจที่จะเรียนก็เพียงพอ


ผู้คนที่มาขับร้องและเล่นดนตรีไทยในพระราชวัง

หากถามว่าทำไมพระราชนิเวศน์มฤคทายวันถึงเป็นสถานที่ที่เราควรจะไป คำตอบ คือ เพราะที่นี่เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ศึกษาประวัติศาสตร์ชั้นดี เป็นสถานที่ที่มีความสงบ งดงาม และเพราะที่นี่มีกลิ่นอายของความเป็นไทยในสมัยก่อน ต่อให้ในปัจจุบันเราจะสามารถหาหรือทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ในเมือง แต่เราก็ไม่สามารถหาสถานที่ที่มีกลิ่นอายอดีตในสมัยรัชกาลที่ ๖ ในหลาย ๆ ด้านได้ เท่าที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวันแห่งนี

ผู้เยี่ยมชมไม่ควรพลาดแวะร้านขายของที่ระลึก

ตั้งอยู่หน้าประตูทางเข้า ถัดจากที่ตรวจบัตรเข้าชม ภายในร้านมีของที่ระลึกมากมาย ออกแบบมาจากลวดลายสถาปัตยกรรม และตราสัญลักษณ์ประจำพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เช่น สร้อยคอ หรือต่างหูที่มีต้นแบบมาจากลายฉลุหน้าต่างของอาคาร เป็นต้น

ทางเข้าด้านหน้าร้านจะมีขนมและน้ำดื่มหลากหลายชนิดให้ได้เลือกสรร ส่วนใหญ่จะเป็นน้ำ สมุนไพรไทย เช่น น้ำมะขาม มะตูม น้ำตะไคร้ ชาหอมหมื่นลี้ น้ำมะยม ด้วยรสชาติที่กลมกล่อมผสมกับรส เปรี้ยวของมะยมทำให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่นี่เป็นอย่างมาก ส่วนขนมก็จะเป็นขนมขบ เคี้ยวเอาไว้รับประทานคู่กับเครื่องดื่มเพลิน ๆ 



ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ที่โพสต์ของเรา



เรื่องโดย จิศาณี ชุมพรัตน์ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ปี 1 รุ่น 11

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)