หนังตะลุงเวลาเปลี่ยน ใจไม่เปลี่ยน

25 พฤศจิกายน 2560 | อ่านแล้ว 86 ครั้ง    

“เรารู้จักหนังตะลุงมากแค่ไหน”

 

หนังตะลุง ฉันได้ยินคำนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร จนวันหนึ่งฉันโตขึ้นเป็นนักศึกษา ได้ไปชมพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงลุงสุชาติ ทรัพย์สิน จึงรู้ว่าหนังตะลุงมีความหมายกับชาวปักษ์ใต้มากเพียงใด

 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จากความคิดของชายคนหนึ่งที่อยากเผยแพร่การแสดงหนังตะลุงไปให้ชาวต่างชาติและต้องการให้คนรุ่นหลังรักและหวงแหนหนังตะลุง ผู้ชายคนนั้น คือ คุณลุงสุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดงหนังตะลุง

 

พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง ตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองนครศรีธรรมราชเดินทางจากถนนศรีธรรมโศกมหาราช แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนจัดแสดงตัวละครกับเครื่องดนตรีหนังตะลุง และ พิพิธภัณฑ์เฉลิมราช

 

ส่วนแรกเมื่อเดินเข้าไปเลี้ยวไปด้านซ้าย เป็นบ้านเรือนไทยเก่า 2 ชั้น ฉันเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ที่ด้านซ้ายมีห้องเปิดกว้าง พอเดินเข้าไป ก็พบว่าแต่ละด้านของห้อง ประดับไปด้วยตัวละครหนังตะลุงจากหลากหลายประเทศ ทั้งอินเดีย อินโดนิเซีย และตุรกี นอกจากนั้นยังมีเครื่องดนตรีที่ผุพังแล้วตั้งอยู่ และแผ่นไม้ไผ่ที่ใช้เป็นจอในการแสดง

 

ระหว่างที่ฉันกำลังเดินจากส่วนจัดแสดงตัวละครไปยังพิพิธภัณฑ์เฉลิมราช ฉันเห็นคุณลุงท่านหนึ่งกำลังระบายสีแผ่นหนังอยู่ ฉันจึงเดินเข้าไปพูดคุยกับเขา ว่าเขาใข้สีแบบไหนในการระบายหนัง คุณลุงตอบว่า ใช้หวายมามัดให้แน่นจุ่มสีผสมอาหารผสมกับเหล้าขาวค่อยๆทาลงบนหนัง แล้วหลังจากนั้นค่อยเคลือบเงาและติดไม้ต่อไป แล้วฉันก็ได้พบว่าคุณลุงคนนั้น คือ นายวาที ทรัพย์สิน ลูกชายของศิลปินแห่งชาตินั่นเอง

 

แต่ละด้านของห้องประดับไปด้วยตัวละคร เครื่องดนตรี และแผ่นไม้ไผ่ที่ใช้เป็นจอแสดง

ฉันเห็นฝั่งตรงข้ามมีหนังตะลุงวางอยู่บนโต๊ะไม้เก่า ๆ ตัวหนึ่ง ฉันจึงลองยกขึ้นมาเล่นดู รู้สึกว่าหนังตะลุงมีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนกับการแสดงประเภทอื่น ๆ คือ การละเล่นนี้ไม่ใช่ใคร ๆ ก็เล่นได้ แต่ต้องเป็นผู้ชำนาญและอยู่ในวงการนี้มานาน

 

ฉันเหลือบไปเห็นโรงแสดงหนังตะลุง ด้านหน้าเป็นฉากแสดง โดยการเอาผ้าขาวม้ามาขึงไว้ เมื่อมองผ้าขาวนั้น ก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังตระเตรียมตัวละครหนังตะลุงก่อนที่การแสดงจะเริ่มขึ้น ส่วนเบื้องหน้าชาวบ้านต่างปูเสื่อ บ้างก็ปูผ้า หรือแม้แต่ปูหนังสือพิมพ์ เสียงของคนคอนคุยกันเจื้อยแจ้ว ถามสารทุกข์สุกดิบกัน มาทำความรู้จักกันจากการแสดงหนังตะลุง


-

หนังตะลุงกำลังจะเริ่มแล้ว ขอให้ทุกคนมาจับจองที่กันได้เลยครับ

-


สิ้นเสียงพิธีกร นักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงพร้อมกับเสียงร้องก้องกังวาน ทั้งยังสะท้อนสภาพสังคม วัฒนธรรม รวมถึงข้อมูลข่าวสาร เพราะ การแสดงพื้นบ้านนี้เปรียบเสมือนอินเทอร์เน็ต 4G ในปัจจุบัน ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต่างนำข้อมูลจากการชมมาพูดคุยกันในชีวิตประจำวัน

 

ผ้าสีขาวเริ่มสว่างขึ้น เงามืดเริ่มเด่นชัด เป็นสัญญาณว่าการแสดงได้เริ่มขึ้นแล้ว ตัวละครที่แสดงไม่ได้มีสีฉูดฉาดมากนัก แต่กลับสื่อบุคลิกลักษณะของตัวละครได้เป็นอย่างดี เวลาผ่านไปไม่นาน เงามืดนั้นค่อยๆหายไป ผ้าสีขาวผืนนั้นเหลือแต่ความสว่างของแสงไฟ ชาวบ้านเริ่มเก็บเสื่อที่ปูไว้และพาลูกหลานเดินทางกลับบ้าน

 

ภาพเงาพระบรมฉายาลักษณ์ของทั้งสองพระองค์ ที่อยู่หลังผ้าขาวม้าในพิพิธภัณฑ์เฉลิมราช

ตอนนี้ ฉันมองไปรอบ ๆ ตัว เห็นเพียงโรงหนังตะลุงและเก้าอี้ไม้ที่เรียงกันไม่กี่แถวเท่านั้น แต่ยังคงบ่งบอกว่าหนังตะลุงก็ยังครองใจผู้ชม ด้วยตัวละครที่เริ่มแต่งแต้มสีสัน ทำให้มีเสน่ห์และเพิ่มอรรถรสในการชมมากขึ้น นอกจากนี้เนื้อหาที่เปลี่ยนไปจากนิทานพื้นบ้าน เป็นบทละครโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ ยังสร้างสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เช่นเดิม

 

การแสดงหนังตะลุงสมัยก่อนแตกต่างจากปัจจุบันมาก บทความวิจัยของคุณจรูญ ยูงทอง ได้กล่าวไว้ว่า ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คนเริ่มชมหนังตะลุงน้อยลง นายหนังหรือผู้ควบคุมการแสดงต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกาลเวลา ทั้งเนื้อเรื่อง เครื่องดนตรี แม้แต่คติความเชื่อเดิมของหนังตะลุง

 

หลังจากที่ฉันชื่นชมโรงแสดงหนังตะลุงอยู่พักใหญ่ ฉันก็เดินเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์เฉลิมราช  ด้านบนเป็นภาพเงาของพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล ทั้งสองพระองค์ทรงยืนเคียงข้าง เพื่อเป็นการบันทึกความทรงจำ ครั้งที่ทั้งสองพระองค์เสด็จนคร และ ศิลปินแห่งชาติท่านนี้เคยถวายงานแก่ทั้งสองพระองค์

 

ด้านข้างมีข้อมูลและรายละเอียดประวัติของหนังตะลุง อีกทั้งเครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดงหนังตะลุง และ ตัวตลกของหนังตะลุงจัดแสดงไว้ ให้นักท่องเที่ยวได้อ่านกันอีกด้วย

 

ฉันเดินลงบันไดไม้ที่มองแล้วคงมีอายุมากกว่ากันหลายปี ด้านล่างเป็นส่วนขายของที่ระลึก ประกอบไปด้วย ตัวหนังรูปแบบต่าง ๆ เสื้อสกรีนลายหนังตะลุง

 


ฉันถ่ายรูปด้านหน้าพิพิธภัณฑ์หนังตะลุงลุงสุชาติ ทรัพย์สิน เพื่อเป็นภาพความทรงจำว่าครั้งหนึ่งฉันได้เดินทางมาที่นี่ พร้อมกับความรู้และภาพประทับใจอีกมากมาย


ขณะที่โลกภายนอกกำลังวุ่นวาย ทุกคนต่างมีชีวิตที่เร่งรีบ แต่ทว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งรอคอยการแสดงหนังตะลุงมารวมตัวกัน ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องดนตรีไทยพร้อมกับเสียงขับร้อง เงาสีดำที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาหลังผ้าสีขาวผืนใหญ่ ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี แสงของดวงจันที่เริ่มสว่างขึ้น เหมือนกับหนังตะลุงที่ครองใจคนใต้มานาน และ เริ่มผลัดเปลี่ยนให้คนรุ่นหลังมาแสดงฝีไม้ลายมือดั่งแสงของดวงจันทร์มาแต่งแต้มบนท้องฟ้า



พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง ลุงสุชาติ  ทรัพย์สิน

บ้านเลขที่ 6 .ศรีธรรมโศก 3 .ศรีธรรมโศก ต.ในเมือง .เมือง  จ.นครศรีธรรมราช

 

เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 08.00 . – 18.00 .

โทร.075-346-394 หรือ 075-346-515-6



เรื่องโดย ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ปี 1 รุ่น 11

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)