ครูอาสา…แสงสว่างล้ำค่าผู้สร้างคน

7 กุมภาพันธ์ 2556 | อ่านแล้ว 1755 ครั้ง    

ครูคือผู้ให้ความหวัง


ครูผู้ชี้แนวทางการศึกษา


ครูผู้เต็มเปี่ยมด้วยศรัทธา


ครูผู้เสริมปัญญาอันกว้างไกล


ครูผู้ปรารถนาอันบริสุทธิ์


ครูคือผู้จุดประกายแจ่มใส


ครูคือที่พึ่งของดวงใจ


ครูผู้มีแต่ให้ทุกคน


คำว่า  “ครู” ถูกเปรียบเปรยไว้มากมาย




บ้างเปรียบครูเป็นแสงสว่างคอยส่องนำทางศิษย์เพื่อให้ก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสม


บ้างเปรียบครูเป็นพู่กันที่คอยแต่งแต้มสีสันที่มีคุณภาพลงบนแผ่นกระดาษขาวบริสุทธิ์


บ้างก็เปรียบครูว่าเป็นเรือจ้างคอยเคี่ยวเข็ญ ผลักดันเพื่อส่งศิษย์ข้ามไปให้ถึงฝากฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งท้ายที่สุด ครู ก็คือ ปูชนียบุคคล ผู้เปี่ยมล้นค่า ควรแก่การเคารพบูชา


นอกจากความรู้ที่ศิษย์ทั้งหลายจะได้รับจากครูแล้ว ครูยังมอบความปรารถนาดี ความรัก ความห่วงใยเอาใจใส่แก่ศิษย์ เสมอเหมือนพ่อแม่คนที่สอง ทั้งหมดนี้ล้วนถูกกลั่นออกมาจากจิตวิญญาณของความเป็นครูทั้งสิ้น


เด็กในวันนี้คือ อนาคตของชาติในวันข้างหน้า และครูนี่แหละ ผู้ขับเคลื่อนอนาคตของชาติ หากขาดบุคคลผู้ขึ้นชื่อว่าครู ชาติคงขาดการพัฒนาไปสู่ความรุ่งเรืองหรือความรุ่งเรืองอาจถดถอยไม่ทันต่อประชาคมโลกที่ยิ่งจะมีการขับเคลื่อนสู่ความเจริญสูงสุดในเร็ววัน


แต่ “ครู” ไม่จำเป็นต้องเป็นครูในโรงเรียนเสมอ ดังคำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า
ครูที่แท้จริง ทำงานเพื่อช่วยโลก เพื่อยกโลก และเพื่อสร้างโลก


กัญญา  รัตนะรักษ์ หรือ ครูอ้อ หญิงสาววัยกลางคนผู้เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างล้นเหลือแห่งมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ย่านธนบุรี ผู้หวังอยากเห็นเด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเลวร้ายของสังคม ขาดความรักความอบอุ่น  ซึ่งอาจเป็นผลเสียต่อตัวเด็กได้


10 กว่าปีแล้วที่เข้ามาทำหน้าที่ครูอาสา ครูอ้อบอกว่า อาชีพนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นอาชีพที่ด้อยค่า แต่สำหรับครูอ้อ ถือเป็นอาชีพที่สูงส่ง กว่าเราจะทำหน้าที่เพาะบ่มเด็กสักคนให้มีอนาคตที่ดี เป็นคนดีของสังคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าเทียบกับการหัดขับรถหรือหัดทำอาหารให้อร่อยถือว่าง่ายกว่าเยอะ


“เด็กๆ ที่มาอยู่ที่นี่ไม่ได้มีชีวิตที่เพียบพร้อม  ดังนั้น พวกเขาจึงรอคอยผู้ที่จะมาเติมเต็มชีวิตของพวกเขาให้สมบูรณ์” 


เธอบอกว่า เด็กก็เหมือนกับไม้อ่อนที่สามารถลู่ไปตามแรงลมที่พัดมาได้ทุกเมื่อ  ซึ่งหากเราสอนและปลูกฝังสิ่งที่ดีให้กับเขาเสียตั้งแต่แรก  เขาก็จะได้รับตามนั้น  ตรงกันข้ามถ้าไม่มีใครมาคอยบอกคอยสอนว่าทำแบบนั้นดีหรือไม่ดี  เด็กก็อาจจะทำเลียนแบบและจดจำสิ่งไม่ดีเหล่านั้นกลับมา


สิ่งที่ครูอ้อจะคอยพร่ำสอนและเน้นย้ำให้กับเด็ก ๆ อยู่เสมอนั่นคือ  ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ


น้องนุ๊ก เด็กหญิงตัวน้อยน่าตาน่ารักจิ้มลิ้มแห่งมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน กล่าวออกมาด้วยดวงตาเป็นประกายไร้เดียงสาถึงความรู้สึกว่า ผูกพันกับที่นี่มาก คุณครูทุกคนใจดี คอยบอกคอยสอน คอยให้ความรู้มากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการทำความดี การให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว รักเพื่อน  แล้วยังได้เรียนรู้ธรรมะอีกด้วย


“หนูชอบที่นี่มากค่ะ หนูได้มาเล่นกับเพื่อนทุกวันเลย ได้เรียนหนังสือ ได้กินขนมอร่อยๆ มีชุดนักเรียนใส่”


หนูอยากบอกกับคุณครูทุกคนว่า หนูรักคุณครูมาก ๆ ค่ะ...คำพูดประโยคสุดท้ายที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกเบื้องลึกของน้องนุ๊ก ขณะกำลังนั่งหยอกล้อกับเพื่อนข้าง ๆ  ทำเอาครูอ้อซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลออกไปมากนักถึงกับน้ำตาซึม


เด็ก ๆ จำนวนมากที่มาอยู่รวมกันที่นี่ ล้วนมาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน แต่ละคนมีพื้นฐานการดำเนินชีวิต มีนิสัยใจคอไม่เหมือนกัน เด็กบางคนกำพร้าพ่อแม่ บางคนมาจากครอบครัวแตกแยก บางคนเป็นเด็กด้อยโอกาส พ่อแม่ยากจนไม่มีเงินส่งเสียเลี้ยงดู

แต่พวกเขาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เพราะ ครูทุกคนจะสอนให้เด็ก ๆ รักกันแบบพี่แบบน้อง รู้จักการเสียสละ ช่วยเหลือ การให้อภัยซึ่งกันและกัน


ทุกวันนี้ครูอ้อก็ยังคงทำหน้าที่ของตนเองต่อไปด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และคาดหวังว่าจะได้เห็นเด็กๆ เหล่านี้ ที่แม้จะมีความเป็นอยู่ไม่สมบูรณ์แบบเหมือนเด็กคนอื่นๆ เติบโตขึ้นมาเป็นความหวังและเป็นเยาวชนที่ดีของสังคม ของประเทศชาติต่อไปในวันข้างหน้า   


เธอบอกว่า ถือเป็นสิ่งตอบแทนและเกียรติยศอันมีค่าสูงสุดที่จะได้รับจากการทำหน้าที่เป็น
ครู

ยิ้มในแววตา สื่อภาษาที่แสนจริงใจ
เสียงหัวเราะลูกใคร ช่างสดใสและไร้เดียงสา
ศิษย์นั้นเป็นดั่งผ้าขาว ที่ครูคอยเฝ้าห่วงหา
แต่งแต้มเติมเต็มปัญญา ให้สวยดังฝัน

เหมือนการสร้างบ้าน ที่ต้องวางรากฐานดีดี
ปลูกฝังให้รู้ให้มี ความคิดสวยงามสร้างสรรค์
เหนื่อยยากลำบากแค่ไหน ไม่เคยสิ้นสุดความฝัน
แกร่งกล้ามานาน ด้วยจิตวิญญาณของครู

สิ่งที่ครูนั้นใฝ่ฝัน ไม่ใช่รางวัลยิ่งใหญ่เลิศหรู
ภาคภูมิใจ เกียรติยศของชีวิตครู
ไม่มีสิ่งใดสุขใจ เท่ากับได้ประคองอุ้มชู
ทุ่มเทใจให้ศิษย์ได้มีความรู้ ให้เป็นคนดี

นับวันเดือนปี ที่ครูนี้เฝ้าเจียระไน
เพชรเม็ดน้อยประกาย ด้วยความรู้ที่ครูให้นี้
เมื่อถึงวันศิษย์จากไป หัวใจก็ห่วงอยู่ดี
ล้ำไกลเกินหน้าที่ แห่งชีวิตครู

สิ่งที่ครูนั้นใฝ่ฝัน ไม่ใช่รางวัลยิ่งใหญ่เลิศหรู
ภาคภูมิใจ เกียรติยศของชีวิตครู
ไม่มีสิ่งใดสุขใจ เท่ากับได้ประคองอุ้มชู
ทุ่มเทใจให้ศิษย์ได้มีความรู้ ให้เป็นคนดี

สิ่งที่ครูนั้นใฝ่ฝัน ไม่ใช่รางวัลยิ่งใหญ่เลิศหรู
ภาคภูมิใจ เกียรติยศของชีวิตครู
ไม่มีสิ่งใดสุขใจ เท่ากับได้ประคองอุ้มชู
ทุ่มเทใจให้ศิษย์ได้มีความรู้ ให้เป็นคนดี

ทุ่มเทใจให้ศิษย์ได้มีความรู้ คู่กับความดี



เรื่องโดย ณัฏฐ์นรี กระกรกุล ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ศิลปากร รุ่น 1

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)