เสียงของคนจนและคนรากหญ้า

5 กุมภาพันธ์ 2561 | อ่านแล้ว 188 ครั้ง    

ปัจจุบันข่าวสารไหลผ่านตัวเราไปอย่างรวดเร็ว สำนักข่าวต่าง ๆ เสนอข่าวนับสิบ ทว่าจริง ๆ แล้วมีกี่ข่าวที่เป็นข่าวสะท้อนปัญหาจริง ๆ ของสังคม ของโลก...

 

ข่าวเหล่านี้ใช่ว่าไม่มีเลย หากแต่มีน้อยและมักมีเนื้อหาจริงจัง เป็นทางการ และเนื้อหาต่อข่าวเยอะ ไม่อยู่ในรสนิยมคนทั่วไปที่หันไปเสพข่าวที่สั้น ไม่เยอะก็จบเรื่องหรือจบตอน


ข่าวใหญ่ของประเทศไทยในวันนี้คืออะไร ? ข่าวยิ่งลักษณ์อยู่ดูไบ หรือ ข่าวชาวบ้านอีสาน ร้องผลกระทบนโยบายทวงคืนป่า ข่าวทุกข่าวมีความสำคัญของตัวมันเอง ไม่ใช่ว่าข่าวนี้ข่าวนั้นไม่ควรทำไม่ควรนำเสนอ การที่ข่าวนั้นออกมาต้องผ่านเลือกจากคุณค่าข่าวตามหลักวารสารศาสตร์แล้วว่ามันมีความสำคัญจริงจึงได้นำเสนอ แต่การทำข่าวที่ดีต้องทำให้ปัญหานั้นสะท้อนออกมาจนผู้นำทั้งหลายตะหนักและเข้าไปแก้ไขปัญหา


ข่าวยิ่งลักษณ์อยู่ดูไบ ก็มีความสำคัญของตัวข่าว เพราะยิ่งลักษณ์เป็นบุคคลที่ทุกคนรู้จัก เคยเป็นนากรัฐมนตรีเป็นนักการเมือง มีความสัมพันธ์กับทักษิณชินวัตร และเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจกันมาก ทำให้เร่องนี้มีนักวิชาการมาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลากหลายมุม เสนอข่าวในหน้าหนึ่ง แน่นอนว่าข่าวนี้สำคัญแน่ ๆ ควรนำเสนอและควรได้รับความสนใจอย่างยิ่ง แล้วข่าวชาวบ้านเดือดร้อนเพราะการทวงคืนผืนป่า ไม่สำคัญหรือ?


ทวงคืนผืนป่าชัยภูมิผ่านมุมมองสื่อ

ทวงคืนผืนป่าชัยภูมิ : รัฐบาลทหารระรานชาวบ้าน? พาดหัวรายงานพิเศษจากสำนักข่าวบีบีซี รายงานถึงผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทวงคืนผืนป่า ของนโยบาย "ทวงคืนผืนป่า" ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าหลังจากพื้นที่ป่าลดลงอย่างน่าตกใจ แต่ชาวบ้านที่บอกว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ตรงนั้นและทำเกษตรมาก่อนที่รัฐประกาศเขตพื้นที่อุทยาน ต้องเดือดร้อนและถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยาน

หากมีการติดตามเหตุการณ์นี้จะพบว่า แต่ละสำนักข่าวจะนำเสนอคนมุมคนละด้านกัน สำนักข่าวบีบีซี จะนำเสนอในมุมที่ประชาชนเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิก "นโยบายทวงคืนผืนป่า" ทั่วประเทศ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ และ โพสต์ทูเดย์ ไทยพีบีเอส นำเสนอข่าว ‘พีมูฟ’ หรือขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เรียกร้องให้รัฐยุติดำเนินคดีชาวบ้านกรณีทวงคืนผืนป่า และเหตุการณ์เป็นข่าวขึ้นได้ก็เพราะมีการรวมกลุ่มและยืนคำร้องถึงรัฐตัวแทนจากภาคประชาชนเอง

ขณะที่ สำนักข่าวไทยรัฐ นำเสนอข้อมูลจากฝั่งรัฐ ซึ่งบอกว่า รัฐจะดำเนินการเฉพาะกลุ่มนายทุน-ผู้มีอิทธิพลเท่านั้น และจะเร่งแก้ไขปัญหาชาวบ้านเดือดร้อน จากนโยบายทวงคืนผืนป่า และยืนยันว่าชาวบ้านไม่ได้รับผลกระทบ สื่อกระแสหลักที่มีผู้คนติดตามเป็นอันดับแรก ๆ ของประเทศ กลับนำเสนอเสียงจากฝั่งรัฐ แต่ลืมเสนอเสียงของภาคประชาชน หากสื่อที่มีผู้คนสนใจมาก ๆ นำเสนอเสียงจากภาคประชาชนและทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่เห็น จะเป็นการช่วยผลักดันให้รัฐหันมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง


ไม่ผิดที่สื่อจะเสนอข้อเท็จจริงที่ขึ้น ในเหตุการณ์หรือเรื่องนั้น ๆ รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา แต่นี่เป็นการรายงานข่าวที่ไม่ตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย ว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้? หากเกิดการตั้งคำถามขึ้นและมุ่งมั่นจะหาคำตอบจากสิ่งที่ถาม ก็จะพบว่าปัญหานั้น ๆ มันมีเงื่อนของมันที่ทำให้เกิด อย่างการรายงานข่าวนโยบายผืนป่า ของรัฐบาล ที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เรื่องนี้อยู่ในหน้าของสกู๊ปหรือรายงานพิเศษ แต่ก็เป็นการตั้งคำถามว่า อย่างไรคือ "ยากไร้" ทำไมการทวงคืนผืนป่าที่บอกว่าการดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ประชาชนกลับเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการนโยบายนี้


บางสื่อกลับเลือกรายงานเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป

สื่อมีหน้าที่รับใช้ประชาชนแต่ประชาชนกลับต้องดิ้นรนด้วยตัวเองเพื่อให้เสียงเล็ก ๆ ส่งไปถึงผู้นำ ด้วยการรวมกลุ่มยื่นหนังสือเรียกร้อง หลังจากนั้นสื่อถึงเข้าไปทำข่าวนำเสนอปัญหา และบางสื่อกลับเลือกรายงานเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป หากสื่อมุ่งมั่นเข้าไปหาข่าวแล้วเราเชื่อว่าปัญหาอาจได้รับการแก้ไข เพราะถ้าสื่อเจาะลึกและตั้งคำถามกับปัญหาที่เกิดขึ้น สื่อจะช่วยกดดันให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไข


ข่าวเจาะลึกที่สะท้อนปัญหาและแนวทางแก้ไขของปัญหาที่เกิดขึ้น มักใช้เวลาในการทำนาน ข่าวประเภทนี้จึงย้ายไปอยู่ในรายงานพิเศษแทน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าสื่อมีหลายแบบ การมองมุมของปัญหาที่ต่างกันทำให้สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาต่างกัน สื่อหนึ่งเสนอมุมมองจากฝ่ายรัฐ อีกสื่อหนึ่งเสนอเสียงและปัญหาของภาคประชาชนที่บอกว่าตนเดือนร้อนเพราะรัฐบาล หากสื่อช่วยกันเสนอข่าวที่ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน คนยากไร้ และถามถึงแนวทางแก้ไขจากรัฐแล้ว ความเดือดร้อนของประชาชนจะถูกช่วยเหลือและแก้ไข


สำหรับนโยบายทวงคืนผืนป่า จริงอยู่ว่าเป็นการอนุรักษ์ป่าให้กลับสู่สภาพที่ดีขึ้น มีพื้นที่ป่ามากขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาประชาชนบุกรุกพื้นที่ป่าแทน สุดท้ายแล้วคนจนก็เป็นผู้กระทำผิด เป็นผู้บุกรุกป่า มากกว่ากลุ่มนายทุนที่เข้าไปตัดไม้ หรือบริษัทเอกชนที่เข้าไปทำรีสอร์ท  ประชาชน คนยากจน ยากไร้ หรือความรู้น้อย จะเป็นผู้ผิดเสมอไป หากสื่อไม่ช่วยเสนอเสียงเล็ก ๆ ให้ส่งไปถึงผู้นำประเทศทั้งหลาย คนเหล่านี้คงเป็นคนผิดต่อไป

 

อ่านเพิ่มเติม: ทวงคืนผืนป่าชัยภูมิ: รัฐบาลทหารระรานชาวบ้าน? บีบีซีไทย



เรื่องโดย ศิวรินทร์ จันทร์คงวงษ์

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)