ต้นเหตุบ.ทัวร์ไทยเที่ยวไทยโกงซ้ำซาก!

27 มีนาคม 2561 | อ่านแล้ว 294 ครั้ง    

พบภาครัฐไม่กำกับ - ปัดความรับผิดชอบ แก้ปัญหาแค่ปลายเหตุ ต้นเหตุบริษัททัวร์งานไทยเที่ยวไทยโกงซ้ำซาก สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวชี้ทำผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น กระทบเศรษฐกิจ

 

โทรไปยืนยันวันเดินทาง ไม่มีใครรับสาย รู้ตัวอีกทีปิดออฟฟิศหนีไปแล้ว แจ้งตำรวจท่องเที่ยวก็ถูกโยนไป สคบ.ภาคใต้เพราะเป็นท้องที่เกิดเหตุ ลงทุนเดินทางไปตามเรื่องกลับได้รับคำตอบว่า จะทำหน้าที่ไห้ดีที่สุด แต่อย่าคาดหวังมาก

 

นางสาวสุขดีพร ภมรภักดีพิสุทธิ พนักงานบริษัท วัย 44 ปี ซื้อแพ็กเกจทัวร์ในงานไทยเที่ยวไทย จัดขึ้น ณ ไบเทค บางนา เมื่อปี 2557 เพราะคิดว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน น่าจะไว้ใจได้ แต่ 3 ปีมาแล้วที่เธอจ่ายเงิน 10,000 บาท ไปอย่างสูญเปล่า โดยไม่ได้รับคำตอบจากภาครัฐ

 

ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557-2560 มีผู้ร้องทุกข์ผ่านกระดานสนทนาเว็บไซต์พันทิป และเตือนภัยเรื่องบริษัททัวร์ในงานไทยเที่ยวไทยโกง 117 กระทู้

 

ขณะเดียวกันมีการตั้งกลุ่มรวมพลคนโดนโกงจากงานท่องเที่ยวไทยทางเฟซบุ๊กเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีจำนวนสมาชิก 3,522 คน

 

ข้อมูลจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ปี 2559-2560 มีผู้ร้องเรียน 301 เรื่อง แบ่งเป็น ชำระค่าบริการแต่ไม่สามารถเดินทางได้เพราะบริษัทผิดสัญญา 109 เรื่อง และผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่โฆษณาไว้ 192 เรื่อง

 

ขณะที่ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า ปี 2560 รับเรื่องร้องทุกข์จากการท่องเที่ยวและการเดินทาง 350 เรื่อง โดยอยู่ระหว่างดำเนินการ 196 เรื่อง และยุติไปแล้ว 154 เรื่อง

 

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามคอลเซ็นเตอร์ 1672 ของททท. ถึงผู้จัดงานไทยเที่ยวไทย ได้รับคำตอบว่า งานดังกล่าวมีบริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นผู้จัด แต่บังเอิญชื่องานคล้ายกับททท. คนจึงเข้าใจผิดคิดว่า ททท.จัดงาน

 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบหนังสือบริคณห์สนธิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด มีนายกฤตย์ พัตรปาล และนางพัชรินทร์ พัตรปาล เป็นกรรมการผู้จัดการ จดทะเบียนประกอบกิจการแสดงทางธุรกิจ และการแสดงสินค้า เมื่อปี 2544 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท   

 

นางสาวปิยะพร ยุติธรรม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ในการเช่าบูธออกร้าน บริษัททัวร์จะต้องยื่นใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และหนังสือรับรองการจัดตั้งเป็นรูปแบบบริษัท

 

เมื่อถามว่า มีการร้องเรียนบริษัททัวร์ในงานเบี้ยวผู้บริโภคตลอด นางสาวปิยะพร กล่าวว่าเราตรวจสอบให้รัดกุมตั้งแต่ต้น แต่ที่ยังมีบริษัททัวร์ไม่มีคุณภาพเล็ดลอด ต้องไปถามภาครัฐที่ออกใบอนุญาตว่า ได้ตรวจสอบหรือไม่ เพราะเราส่งรายชื่อบริษัททัวร์ที่จะออกบูธทั้งหมดให้กรมการท่องเที่ยวตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

 

นายธนวัฒน์ ทองเพิ่ม อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ในทางกฎหมาย หากเกิดปัญหาบริษัทผู้จัดงานจะต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนกรมการท่องเที่ยวจะกำกับ ตรวจสอบ มิเช่นนั้นนักท่องเที่ยวจะขาดความเชื่อมั่น กระทบเศรษฐกิจ

 

การส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบการทำงานของบริษัททัวร์เป็นการแก้ไขปัญหาส่วนหนึ่ง แต่ควรมีการร่วมมือกันระหว่างกรมฯ และททท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ด้าน นางสาวสุดาพร แก้ววิเชียร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารและฝ่ายมัคคุเทศน์ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจท่องเที่ยวมากว่า 38 ปี กล่าวว่า รัฐต้องตรวจสอบคุณสมบัติบริษัททัวร์ที่ซื้อบูธให้ดีก่อน เช่น มีที่ตั้งสำนักงานเป็นหลักแหล่ง สามารถตามตัวได้ ไม่ใช่เลื่อนลอยมีเพียงเบอร์โทรศัพท์ และอีเมลล์ มิเช่นนั้น หากเกิดปัญหา คนไม่พึ่งบริษัททัวร์ก็จะกระทบกันทั้งหมด

 

นายองอาจ สุรรณเมศ นักพัฒนาการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยว ชี้แจงว่า กรมฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานไทยเที่ยวไทย เพียงแต่ร่วมมือกับบริษัทผู้จัดงานในการประชาสัมพันธ์ และตรวจสอบบริษัททัวร์ที่ออกร้านเท่านั้นว่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ และในวันงานจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเดินตรวจสอบ

 

นายองอาจ กล่าวต่อว่า เมื่อร้องเรียนมา กรมฯ จะเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจง หากไม่มาก็จะพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ที่ผ่านมาถอนไปแล้ว 55 บริษัท อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวสามารถรับค่าชดเชยจากกองทุนคุ้มครองธุรกิจนำเที่ยวได้ อัตราการชดเชยจะต้องไม่เกินหลักประกันที่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยววางไว้

 

ด้านนายวุฒิชัย อารักษ์โพชฌงค์ หัวหน้าสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า แม้ภาครัฐจะบอกว่า เป็นการจัดงานของเอกชน แต่ในทางปฎิบัติภาครัฐควรที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นหนึ่งในภารกิจของหน่วยงานที่จะต้องดูแล  ทั้งนี้ ความล่าช้าในการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบใบประกอบการจนถึงการตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุแล้ว เอื้อให้เกิดการโกงกันอยู่

 

“ที่ยังให้มีการจัดงานทั้ง ๆ ที่มีการโกงทุกปี อาจจะเกี่ยวข้องกับระบบอุปถัมภ์ มีเส้นสายภายใน พูดอย่างง่าย ๆ ก็คือ ไม่ว่าอย่างไรภาครัฐก็ได้หน้าจากกิจกรรมนี้อยู่แล้ว การแก้ไข ภาครัฐต้องเป็นผู้นำ ป้องกัน และป้องปราม ร่วมกับสมาคมการท่องเที่ยว เอกชน และประชาชนนายวุฒิชัย กล่าว

  

ผู้สื่อข่าวติดต่อขอสัมภาษณ์นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ซึ่งมอบหมายให้ นายนภดล อาวุธกรรมปรีชา รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยว เป็นผู้ตอบแทน

 

นายนภดล ชี้แจงว่า กรมฯ ได้ขอให้ผู้จัดงานเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ได้ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองและตรวจสอบคุณสมบัติบริษัทท่องเที่ยว  เพื่อคัดกรองบริษัทที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค ตรวจสอบการออกบูธในงานท่องเที่ยว ด้วยการให้ส่งรายชื่อเข้ามาที่กรมการท่องเที่ยว แล้วดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจในวันที่จัดงาน เป็นต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว 



เรื่องและภาพโดย โสฬวรรณ สุวรรณโชติ นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 3 รุ่น 9

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)