เตือนภัยผู้บริโภค ระวังน้ำแข็งไม่สะอาดตั้งแต่ออกจากแม่พิมพ์

29 มีนาคม 2561 | อ่านแล้ว 291 ครั้ง    

พบแม่พิมพ์ผลิตน้ำแข็งสนิมเกาะ ซ้ำคนงานเดินย่ำลากกระสอบใช้ซ้ำไปตามพื้น เผย 1 ใน 3 ของผู้ผลิตไม่ผ่านจีเอ็มพี งง!เจ้าหน้าที่โทรแจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าตรวจ-ไม่เคยลงโทษเด็ดขาด

 

ไม่ว่าจะเป็นโรงงานน้ำแข็งชานเมืองกรุงเทพฯ ย่านตลิ่งชัน บางบอน บางแค และเขตอื่นอีก 6 แห่ง พบว่า น้ำแข็งถูกหล่อด้วยแม่พิมพ์ที่มีสนิมเกาะ น้ำเกลือในบ่อแช่น้ำแข็งซองเป็นสีน้ำตาล อีกทั้งคนงานยังเดินย่ำบนฝาบ่อน้ำแข็ง และลากน้ำแข็งไปตามพื้นโดยใช้กระสอบพลาสติกใบเดิม โดยน้ำแข็งเหล่านี้คนงานต่างเร่งบรรจุกระสอบขนขึ้นรถกระบะเปิดท้ายเพื่อส่งไปตามร้านค้าในชุมชน

 

แม้ว่าประกาศกระทรวงกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) ปี 2543 และ (ฉบับที่ 239) ปี 2544 ระบุให้ผู้ผลิตเหล่านี้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและความปลอดภัยสม่ำเสมอ (จีเอ็มพี) ที่ให้ควบคุมคุณภาพตั้งแต่คัดเลือกวัตถุดิบจนถึงการขนส่งให้สะอาด ไม่มีสิ่งปฏิกูล และไม่มีสารที่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค เช่น แบคทีเรีย จุลินทรีย์ สนิม เป็นต้น

แต่รายงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ปี 2559 เผยว่า มีโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการทำน้ำแข็ง ไม่ผ่านเกณฑ์จีเอ็มพีดังกล่าว 827 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 44.1 จากทั้งหมด 1,876 แห่ง

เช่นเดียวกับ รายงานของที่ตรวจคุณภาพน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและน้ำแข็งทั่วประเทศ ฉบับล่าสุดปี 2555-2558 ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พบน้ำแข็งไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 1,471 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 37.7 จากทั้งหมด 3,902 ตัวอย่าง
 

รายงานฉบับนี้ ระบุสาเหตุหลักของน้ำแข็งที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจาก 1) ค่าความเป็นกรดด่าง (พีเอช) สูงกว่า 8.5 หรือต่ำกว่า 6.5 ตามกฎหมายกำหนด 2) คุณภาพน้ำดิบ และ 3) กรรมวิธีการผลิต ทั้งยังตรวจพบเชื้อโคลิฟอร์ม เชื้ออีโคไล และจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอุจจาระร่วง จากการหมุนเวียนนำมาใช้ซ้ำภาชนะบรรจุ

ผู้จัดการฝ่ายควบคุมการผลิตโรงงานน้ำแข็งย่านตลิ่งชันรายหนึ่ง ยอมรับว่า ขั้นตอนการผลิตบางจุดไม่ถูกต้องตามเกณฑ์จีเอ็มพี เช่น แม่พิมพ์น้ำแข็งซองเป็นสนิม การรื้อถอนอาคารสถานที่ จากสภาพโรงงานที่ใช้งานมาหลายสิบปี แต่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการ

ได้รับการอนุโลมจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพเพราะเห็นความพยายามปรับปรุง โดยมีการแจ้งล่วงหน้าวันเวลาเข้าตรวจเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวผู้จัดการฝ่ายควบคุมการผลิตโรงงานน้ำแข็งรายเดิมกล่าว

 

ด้าน สายทิพย์ ธนสมบูรณ์พันธุ์ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตตลิ่งชัน ยอมรับว่าโทรแจ้งการตรวจสอบผู้ผลิตล่วงหน้าจริง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสถานที่ผลิตและเก็บตัวอย่างนำส่งสำนักงานชันสูตรสาธารณสุข กรุงเทพมหานครได้ภายในวันเดียวกัน

 

สรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ หัวหน้ากลุ่มสุขาภิบาลโรงงานและกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พบปัญหาเชื้อโรคปนเปื้อนจากการถุงกระสอบและขั้นตอนการขนส่ง แต่ไม่สามารถจัดการได้ เพราะขั้นตอนดังกล่าวอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ จึงทำได้เพียงให้สำนักงานเขตลงตรวจประจำปีละ 1 ครั้ง และรณรงค์ให้ผู้ผลิตใช้ถุงพลาสติกแทน
 

กำลังร่างกฎหมายเพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้ครอบคลุมการตรวจคุณภาพและควบคุมการผลิตทั้งกระบวนการหัวหน้ากลุ่มสุขาภิบาลฯ กทม. กล่าว
 

สรสิช กล่าวอีกว่า การแจ้งวันตรวจล่วงหน้าไม่ค่อยมีผลต่อการตรวจมากนัก เพราะปัญหาหลายอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ภายในเวลา 1 วัน เช่น การปล่อยน้ำเสีย แต่อาจมีผลต่อเรื่องที่แก้ไขได้ง่าย เช่น การเปลี่ยนน้ำล้างแม่พิมพ์น้ำแข็งซอง การแต่งกายของคนงาน โดยจะลงไปตรวจสอบผู้ผลิตทันทีหากได้รับร้องเรียน โดยให้ผู้ผลิตเข้ามาชี้แจงและตรวจสอบตัวอย่างน้ำ จากนั้นจึงออกคำสั่งให้ปรับปรุง ทั้งนี้ที่ผ่านมาหน่วยงานไม่เคยดำเนินคดีกับผู้ใด 


ญาณพล ขาวพลศรี
นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการพิเศษ สำนักอาหาร อย. ชี้แจงว่า ตั้งแต่ปี 2549 อย.มีหน้าที่เก็บข้อมูลและให้คำปรึกษา โดยถ่ายโอนภารกิจให้กรุงเทพมหานครและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและควบคุม

 

มักพบคุณภาพน้ำของผู้ผลิตหลายราย ต่ำกว่ามาตรฐานน้ำบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ใช้ถุงกระสอบใส่น้ำแข็งใบเดิม ไม่ตรวจวัดคุณภาพน้ำในบ่อที่ใช้ละลายน้ำแข็งให้หลุดจากซอง และไม่ผ่านในหมวดการปฏิบัติของบุคลากร เช่น การสวมรองเท้าแตะ

พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ชี้แจงว่า กรณีสถานที่ผลิตน้ำแข็งไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์จีเอ็มพี จะระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง 10,000 บาท และแจ้งให้งดการผลิต จนกว่าจะปรับปรุงสุขลักษณะ และมีมาตรการเด็ดขาดคือ สั่งพักใช้ใบอนุญาตกรณีผู้ผลิตที่ไม่ปรับปรุงตามคำแนะนำ โดยมีกำหนดครั้งละไม่เกิน 120 วัน
 

ที่ผ่านมา อย. ไม่เคยดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ผลิตที่มีปัญหา เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และในปัจจุบันยังไม่มีมาตรการรับรองความปลอดภัยในการบริโภคน้ำแข็งสำหรับผู้บริโภค มีเพียงข้อแนะนำสำหรับการเลือกซื้อน้ำแข็ง
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนปฏิบัติราชการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2561 กำหนดให้มีโครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทและน้ำแข็งที่ผลิตในเขตกรุงเทพมหานคร งบประมาณ 600,000 บาท เพื่อตอบรับเป้าประสงค์ใหม่ซึ่งให้หน่วยงานต้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพทางห้องปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแข็งที่ผลิตในเขตกรุงเทพมหานคร



เรื่องและภาพโดย ศุภิสรณ์ มาอินทร์ นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 3 รุ่น 9

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)