ที่อยู่แรงงานไทยไม่เป็นไปตามเกณฑ์

18 เมษายน 2561 | อ่านแล้ว 178 ครั้ง    

ที่อยู่แรงงานไทยไม่เป็นไปตามเกณฑ์สวัสดิการ พบห้องพักมีขนาดเล็ก-ไม่แยกห้องอาบน้ำ-ขยะส่งกลิ่นเหม็น 
 

ไม่ว่าจะเป็นที่พักแรงงานย่านศรีย่าน ย่านบางซื่อ หรือที่พักคนงานขนาดเล็กย่านศรีสมาน คนงานอยู่รวมกันอย่างแออัดบนอาคารไม้ 2 ชั้น สร้างเป็นเรือนนอน ผนังทำจากไม้กระดานแผ่นใหญ่ อุดรูรั่วด้วยสังกะสี แบ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมจำนวนกว่า 500 ห้อง ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีห้องแยกสำหรับพื้นที่ส่วนตัว ห้องน้ำใช้รวมชายหญิง ส่วนด้านตู้ยาสามัญมีเพียง 1-2 ตู้ตั้งไว้อยู่ด้านหน้าของแคมป์คนงานและเบอร์ฉุกเฉินที่แปะไว้เพียงไม่กี่จุดในที่พัก 

ในบริเวณแคมป์คนงานยังมีสายไฟห้อยระโยงระยางบางจุด อีกทั้งไม่พบถังดับเพลิงติดไว้ที่ด้านหน้าอาคารมีเพียงบางที่เท่านั้นที่ติดตั้งเอาไว้ รอบ ๆ ที่พักยังมีน้ำขังและกองขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นจำนวนมาก

ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาฉบับที่ 29 ว่าด้วยการเกณฑ์แรงงานหรือแรงงานบังคับ พ.ศ.2473 ซึ่งระบุให้ มีการดำเนินมาตรการที่จำเป็น เพื่อคุ้มครองสุขภาพของแรงงาน โดยให้ดูแลสภาพการสุขาภิบาลของสถานที่ทำงาน

นอกจากนี้ ตามประกาศคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน เรื่องมาตรฐานด้านสวัสดิการแรงงานที่พักอาศัยสำหรับลูกจ้างประเภทกิจการก่อสร้าง ปี 2559 ระบุว่า ที่พักแรงงานต้องมีห้องพักอาศัยที่มีโครงสร้างแข็งแรง พื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตร รวมถึงต้องมีที่ระบายอากาศแบบธรรมชาติ เช่น หน้าต่าง หรือ ประตู อย่างน้อยห้องละ 1 บาน ห้องน้ำแยกชายหญิงชัดเจนสามารถระบายอากาศ มีตู้ยาสามัญประจำบ้านประจำที่พักอาศัยและเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน มีที่เก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าในสภาพปลอดภัย มีอุปกรณ์ดับเพลิงและระบบเตือนภัย นอกจากนี้ ต้องจัดการขยะมูลฝอยให้ถูกสุขลักษณะ ไม่ระบายน้ำให้ก่อความเดือดร้อนกับผู้อื่น

สมทรง วงค์วงค์ แรงงานก่อสร้างชาวจันทบุรี กล่าวว่า ครอบครัวของตนมีทั้งหมด 3 คน ได้เข้ามาอาศัยในบ้านพักแรงงานที่ศรีย่านมากว่า 20 ปี ห้องขนาด 3 x 2.4 เมตร หรือ 7.2 ตารางเมตร ในห้องเต็มไปด้วยที่นอนเท่าจำนวนคนพร้อมข้าวของเครื่องใช้ ทั้งตู้เย็น และของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ รวมถึงส่วนทำครัวที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ส่วนใครไม่มีครอบครัวก็ต้องนอนกับเพื่อนอีก 1 คน

ห้องน้ำแยกเพศชาย-หญิง แต่จะอาบน้ำที่บ่อรวมขนาดใหญ่กลางแจ้ง น้ำในบ่อทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง ผู้ชายนุ่งกางเกงใน ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโจมอกออกมาอาบแรงงานก่อสร้างชาวจันทบุรี กล่าว

ส่วนผู้ดูแลที่พักแรงงานทั้ง 3 ย่าน ระบุตรงกันว่า ประกาศนี้ใช้ไม่ได้ผลกับที่พักแรงงาน เนื่องจากที่พักแต่ละแห่งมีแรงงานอยู่หลายร้อยคน และบ้างอ้างว่าสร้างก่อนประกาศจะมีผลบังคับใช้

โดย เอื้องคำ วรษามูล เจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยที่พักแรงงาน ย่านศรีสมาน กล่าวว่า ห้องพักที่นี่สร้างมากว่า 2 ปีแล้ว มีขนาดเพียง 2.5 x 2.5 เมตร เท่านั้น เพราะต้องแบ่งห้องพักเป็น 297 ห้อง ให้พอกับแรงงานทั้งหมด 350 คน

ส่วน อดิศักดิ์ โพธิสาร รองผู้จัดการโครงการที่พักแรงงาน ย่านบางซื่อ กล่าวว่า ห้องพักแรงงานที่นี่มีขนาดเพียง 3 x 2.4 เมตร เพราะต้องแบ่งห้องพักเป็น 250 ห้อง ให้เพียงกับแรงงานทั้งหมด 400 คน

“ที่พักแห่งนี้สร้างมาก่อนประกาศจะมีผล อีกทั้งยากต่อการแก้ไขเพราะมีโครงสร้างอาคารที่ทำจากเหล็กและมีพื้นที่จำกัด”

เขาระบุด้วยว่า แยกห้องน้ำชายหญิง แต่แรงงานใช้ร่วมกันเองไม่สามารถห้ามได้ ส่วนที่อาบน้ำ ได้ทำอ่างน้ำขนาดใหญ่ให้อาบกลางแจ้ง ส่วนขยะที่ล้นออกมา เพราะเทศบาลมาเก็บขยะแค่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

ด้าน สมพงศ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวว่า แม้ประกาศฉบับนี้จะมีเจตนาดีเพื่อการแก้ไขคุณภาพชีวิตของแรงงาน แต่การแก้ไขให้เป็นตามมาตรฐานเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากที่พักส่วนใหญ่ทำจากสังกะสี อีกทั้งการที่สวัสดิการแรงงานไม่ดี ทำให้คนไทยไม่เลือกทำอาชีพนี้ แต่เชื่อว่าถึงจะปรับมาตรฐานของที่พักแล้ว ก็ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีก จึงควรให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลแก้ไข

เช่นเดียวกับ นพคุณ พุ่มทองตรู นักกฎหมายด้านแรงงาน สภาทนายความ กล่าวว่า ที่พักแรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้พัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นไปตามมาตรฐาน อีกทั้งแรงงานไทยส่วนใหญ่ไม่ทราบประกาศ แม้มีการรวมกลุ่มแต่ก็ไม่มีใครกล้าร้องเรียนปัญหาภายในที่พัก

“รัฐต้องส่งเสริมสวัสดิการแรงงาน เพิ่มการสุ่มตรวจที่พักแรงงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยกันแก้ไขคุณภาพชีวิตของแรงงาน  และเห็นว่าควรมีพยาบาลประจำเช่นเดียวกับสถานประกอบการ เช่น โรงงาน เพราะหากแรงงานไม่รู้ข้อมูลยาในตู้ปฐมพยาบาลอาจเกิดอันตรายได้” นักกฎหมายด้านแรงงาน กล่าว

ขณะที่ มาโนชญ์ แสงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ยอมรับว่า ไม่สามารถบังคับใช้ประกาศเรื่องมาตรฐานด้านสวัสดิการแรงงานที่พักอาศัยได้ เพราะไม่มีบทลงโทษใด ๆ เป็นเพียงประกาศเพื่อส่งเสริมมาตรฐานสวัสดิการแรงงานเท่านั้น

“กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ และให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ส่งเสริมแนะนำกับแรงงานเรื่องมาตรฐานที่พัก เป็นการกระตุ้นนายจ้างเป็นห่วงแรงงานเรื่องความปลอดภัย สุขภาพ และแก้ไขความแออัดภายในที่พัก โดยนำ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2558 มาเทียบเคียง โดยเชื่อว่าที่พักแรงงานส่วนใหญ่ที่ลงไปส่งเสริมแนะนำได้แก้ไขให้ตรงตามมาตรฐานเกือบทั้งหมดแล้วผู้อำนวยการกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจง



เรื่องและภาพโดย จันทกานต์ จันทร์จำรัสแสง นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 3 รุ่น 9

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)