ไร่เกษมสุข ถิ่นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย

21 ตุลาคม 2561 | อ่านแล้ว 844 ครั้ง    

ไร่เกษมสุข

เมื่อป้าพูดชื่อสถานที่นี้ขึ้นมา ฉันก็เกิดข้อสงสัยทันทีว่า คือ คือที่แห่งไหน? แต่ยังไม่ทันจะได้ถามออกไป ป้าก็เล่าต่อให้ฟังว่า ไร่เกษมสุข เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติแห่งใหม่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่กลับมีนักท่องเที่ยวไปกันอย่างคับคั่ง และที่สำคัญมีพื้นที่เพียงแค่ 17 ไร่

ตอนนั้นภายในใจฉันคิดว่า อะไรคือความพิเศษที่ทำให้มีผู้คนไปเยือนเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงอึดใจฉันจึงเอ่ยปากออกไปว่า งั้นออกเดินทางกันเถอะ

รถเคลื่อนไปเรื่อย ๆ เข้าสู่เส้นตัวเมืองอำเภอทุ่งใหญ่ บนถนนเกษมสุข จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝั่งซ้ายมือจะสังเกตเห็นซอยเล็ก ๆ พร้อมป้ายบอกทางให้เลี้ยวเข้าสู่ไร่เกษมสุข

ไม่นานก็ถึงที่หมาย ก้าวแรกที่ลงจากรถ ฉันสัมผัสถึงความเย็นฉ่ำที่นาน ๆ ครั้งจะได้สัมผัส ต้นกำเนิดมาจากลม ลมที่ฉันได้ยินเสียงพัดตกกระทบกับทุ่งนาที่เขียวชอุ่ม ฉันอดใจไหวที่จะสูดหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด  

เมื่อมองไปรอบ ๆ จะเห็นสะพานไม้ไผ่ทอดยาวท่ามกลางทุ่งนาที่เชื่อมโยงพื้นที่แต่ละส่วน ระหว่างที่ฉันกำลังจะเก็บบันทึกภาพถ่ายความทรงจำ สายตาของฉันก็ต้องไปสะดุดกับ ผู้ชายผิวคล้ำคนหนึ่ง ที่เอวสะพายข้องใส่ปลา และกำลังจับเบ็ดตกปลา ฉันจึงเดินเข้าไปพูดคุย

สุรพล หรือ ลุงพล เล่าว่า ตนเองมีหน้าที่ดูแลรอบ ๆ สวน เมื่อมีเวลาว่างก็จะมาตกปลาที่นี่เป็นประจำ โดยจะ ใช้แมงเม่าเป็นเหยื่อ ซึ่งจะได้ปลากลับไปทุกที และตกได้ส่วนใหญ่จะเป็นปลาหมอนาและปลาช่อน

เมื่อคุยกับลุงเสร็จ ฉันจึงเดินไปถึงสุดปลายสะพาน ฉันพบกับบ้านไม้สองหลัง เป็นบ้านสองชั้น โดยโครงสร้างมีความทันสมัยแต่กลมกลืนกับบรรยากาศรอบ ๆ  เป็นแหล่งค้างคืนของนักเดินทาง หากฉันได้ตื่นเช้าและเดินบนสะพานที่นี่ คงจะเหมือนกับฉันเดินอยู่บนท้องฟ้าที่มีหมอกสีขาวเปรียบเสมือนเมฆ มองลงมายังแปลงนาเขียวขจีที่เปรียบเสมือนพื้นหญ้า มันช่างเป็นมโนภาพที่แสนมหัศจรรย์

จากที่คิดฝันอยู่สักพัก ฉันจึงเดินสำรวจพื้นที่ จนรู้สึกว่าเสื้อที่ใส่อยู่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แสงแดดที่เริ่มจ้ามากขึ้น แผดเผาผิวหนัง ถึงเวลาที่ฉันต้องเข้าในที่ร่ม ไม่เช่นนั้นได้เป็นลมไปเสียก่อนแน่  ฉันเดินมายังจุดเริ่มต้นเดิม ที่ ๆ เป็นต้นสะพาน จะมีกระท่อมหลังหนึ่งภายในจะเป็นร้านขายเครื่องดื่ม ฉันทิ้งตัวลงบนเบาะนั่ง ที่เป็นโซนพักผ่อนสำหรับจิบชาและกาแฟ ถ้ามองวิวจากจุดนี้จะเห็นพื้นที่ของไร่เกษมสุขเกือบทั้งหมด

สายลมพัดโชยทำให้เสื้อของฉันเริ่มแห้ง  เอาแรงเฮือกสุดท้ายเดินสำรวจต่อ ฉันเดินมาด้านหน้าของร้านขายเครื่องดื่ม จะเห็นบ้านที่ทำด้วยปูน หลังสีส้ม ๆ มีผู้ชายมีอายุคนหนึ่งยิ้มแย้มอย่างมีความสุข กำลังตักอาหารปลาใส่ถุง ฉันจึงเดินเข้าไปหา ก่อเกิดเป็นบทสนทนาที่ยาวเหยียด

ตาทวี สิขิวัตร หรือ ตาทวี อายุ 72 ปี เจ้าของที่แห่งนี้ ตาทวี เล่าว่า ตาเริ่มทำตั้งแต่ปี 2538 แต่ยังไม่พัฒนา จนหลานของตามาพัฒนาต่อยอด จนมีความเจริญก้าวหน้า ที่มาของชื่อ ไร่เกษมสุข ได้มาจากชื่อภรรยาของตน ส่วนแนวคิดของสะพานไม้ไผ่ข้ามนา ตอนแรกกะทำสนุก ๆ เพื่อไปตกปลา แต่กลับได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

ตาทวี เล่าว่า ไร่เกษมสุข จัดเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจของชุมชน โดยจัดสรรพื้นที่ตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือที่เราคุ้นหูกันว่า เศรษฐกิจพอเพียงโครงการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยไร่แห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 17 ไร่ โดยแบ่งเป็น 30% เป็นพื้นที่นาข้าว 30% เป็นแหล่งน้ำ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับแปลงนา ใช้สำหรับเลี้ยงเป็ดเลี้ยงปลา 30% สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้เศรษฐกิจ และ 10% สุดท้ายเป็นของแหล่งที่อยู่

การปลูกพืชของที่นี่จะเป็นการปลูกพืชผสมผสาน ไม้เชิงเดี่ยว แปลงนาจะแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ส่วนแรกจะปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ เมล็ดข้าวจะสีออกม่วง ๆ ส่วนที่สอง ใช้สำหรับปลูกข้าวสังข์หยด เมล็ดข้าวจะมีสีออกน้ำตาล ๆ ซึ่งข้าวเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ในครัวเรือน และที่แห่งนี้มีเครื่องนวดข้าวและสีข้าวกินเอง ตาทวี เล่า

ความตั้งใจของตาทวีจากที่ฉันได้ฟัง คือ ตาต้องการสร้างพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นพื้นที่บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยให้มาศึกษาดูงานแล้วนำไปพัฒนาต่อยอด

ที่นี่จะไม่มีการเก็บค่าเข้าบริการ ตาทวีบอก

ตาทวีพูดทิ้งท้ายว่า ปีหน้าจะมีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ให้เป็นฐานการเรียนรู้ 3 ฐาน คือ ฐานเรียนรู้การทำนา ฐานการเลี้ยงผึ้งโพรงไทย ฐานปลูกผัก ปลูกมันญี่ปุ่น เป็นแปลงปลูกพืชหมุนเวียน อย่าลืมมาเรียนรู้เผื่อได้นำความรู้ไปใช้

ฉันตอบตกลง

ไม่นานก็ถึงเวลากลับ ปากฉันเอ่ยลาตาทวี แต่ใจยังไม่อยากกลับ

วันนี้ ฉันได้เรียนรู้และได้คำตอบว่าที่แห่งนี้พิเศษเพียงใด สถานที่นี้อุดมไปด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ เย็นสบาย อีกทั้งได้สัมผัสความสดชื่นไม่รู้จบ

บางทีชีวิตอาจต้องการเพียงแค่ความสงบที่หาไม่ได้ในตัวเมือง ที่ไม่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ไปแย่งคนจำนวนมากเพื่อเดินทางไปเรียนหรือทำงาน ตกบ่ายไม่ต้องกินข้าวกล่องหรือร้านอาหารที่คิวยาวเป็นหางว่าว ไม่ต้องนั่งมองฝุ่นควันที่เพิ่งสูดเข้าปอดเมื่อสักครู่นี้

ฉันสามารถหาวิถีชีวิตที่เรียบง่ายได้ที่ ไร่เกษมสุข



เรื่องและภาพโดย เจษฎากร ทองกาศรี ไอซีทีนิเทศศาสตร์รุ่น 12

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)