ไร่ใยวิเศษ เกษตรที่มีความสุขจากการพอเพียง

13 ธันวาคม 2561 | อ่านแล้ว 447 ครั้ง    

 

ทุ่งนาอันแสนสงบเคลือบไปด้วยแสงแดดในยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพร้อมกับลมโชยอ่อน ๆ

           บรรยากาศยามเย็นในฝันของใครหลาย ๆ คนคือที่นาของ ของป้าภาพ หรือ นางสุภาพ ใยโนนตาด ข้าราชการจังหวัดชัยภูมิ วัย 58 ปี และ ลุงโมทย์ หรือที่ผู้คนท้องถิ่นรู้จักกันในนาม อาจารย์ปราโมทย์ ใยโนนตาดวัย 60 ปี สองสามีภรรยาผู้ปลุกปั้นผืนนาธรรมดาจนกลายเป็น ไร่ใยวิเศษ ไร่ที่มีการจัดการตามแบบหลักเศรษฐกิจพอเพียงรัชกาลที่ 9

ไร่ใยวิเศษ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 15 ตำบลบ้านเขว้า อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ไร่ใยวิเศษเป็นสวนเกษตรไร้สารเคมีและสารพิษ ตามแนวพระราชดำริวิถีพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9

ป้าภาพเล่าถึงที่มาของใยวิเศษให้ฟังว่า แต่เดิมไร่แห่งนี้เป็นมรดกของครอบครัวที่ได้รับสืบทอดกันมา เมื่อมาถึงรุ่นของตนจึงยึดแนวทางทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ โดยจัดสรรพื้นที่ให้มีความหลากหลาย ผลผลิตนำมาใช้ในครัวเรือน ส่วนที่เหลือจึงจัดจำหน่ายเป็นรายได้เสริมสำหรับครอบครัว เมื่อทำเช่นนั้นแล้วป้าภาพพบว่ามันประสบความสำเร็จ และ เกิดความสุขแบบเรียบง่ายภายในครอบครัว

         ทั้งป้าภาพและลุงโมทย์จึงคิดริเริ่มแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในการเกษตรให้แก่ผู้อื่นด้วยการเปิดไร่ใยวิเศษแห่งนี้ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยมีลุงโมทย์เป็นวิทยากรและผู้ดูแลเพื่อที่จะให้บุคคลภายนอกเข้าไปศึกษาเรียนรู้

 

สำหรับการจัดสรรพื้นที่ไร่นั้น ส่วนใหญ่แบ่งเป็นการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่และเลี้ยงเป็ดไร่  โดยขั้นตอนทุกอย่างภายในไร่เป็นฝีมือของป้าภาพและลุงโมทย์ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าส่วนของการเลี้ยงเป็ดนั้นจะมีมากถึง 95 ตัว

ความพิเศษของเป็ดไร่ใยวิเศษนั้นคือการเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ โดยแบ่งสรรพื้นที่ขุดบ่อน้ำใส่นาประมาน 4 ไร่ เพื่อปล่อยให้เป็ดลงเล่นน้ำและหากินหอยเชอรี่ทั้งวัน การที่ให้เป็ดลงเล่นน้ำนั้นจะทำให้เป็ดไม่เครียด ได้ออกกำลังกายและมีสุขภาพที่ดี รับประทานหัวอาหารผสมหอยเชอรี่ซึ่งทำให้ไข่เป็ดที่ได้นั้นมีฟองที่โต ไข่แดงใหญ่และสีสวย ซึ่งผลผลิตนั้นได้วันละ 95 – 100 ฟองต่อวันและไข่เป็ดที่เก็บได้ก็จะนำไปคัดแยกขนาดและจัดจำหน่ายต่อไป

 

 

          นอกจากการเลี้ยงเป็ดที่ไร่ใยวิเศษแล้วยังมีการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่อีกด้วย โดยแบ่งเป็นทำนา 2 ครั้งต่อ 1 ปี และเป็นการทำนาปรังแบบบูรณาการตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงคือการผสมผสานกับเทคโนโลยี ใช้เครื่องยนต์สูบน้ำเข้านาโดยมอเตอร์ไฟฟ้า ป้าภาพเล่าว่าเหตุผลที่ไร่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้านั้นจะทำให้ประหยัดน้ำมัน นอกจากนั้นยังมีการใส่ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพแทนปุ๋ยเคมี ซึ่งทำให้ได้ข้าวที่ปลอดสารและเขียนขจีไม่ทำลายผิวดินและไม่สะสมสารเคมี เมื่อได้ผลผลิตจึงแบ่งไว้กินในครัวเรือนส่วนหนึ่ง  จัดจำหน่ายส่วนหนึ่ง และ มีการแปรรูปอีกส่วนหนึ่งด้วย

        เคล็ดลับความอร่อยของข้าวไรซ์เบอรี่ไร่ใยวิเศษคือการร้องเพลงคาราโอเกะกล่อมขวัญข้าว ซึ่งป้าภาพบอกว่าจะให้ข้าวสุขภาพดีและแข็งแรง

อีกกิจกรรมหนึ่งในไร่ใยวิเศษที่เป็นที่นิยมคือ การเป็นศูนย์เรียนรู้การทำน้ำหมักชีวภาพของภาคอีสาน โดยที่น้ำหมักชีวภาพของไร่นั้นเป็นสูตรที่คุณป้าภาพและลุงโมทย์คิดขึ้นมาเอง ผลคือช่วยให้ดินมีสุขภาพดี ดินจะมีความร่วนซุยไม่แข็งซึ่งการที่ดินร่วนซุยนั้นจะทำให้ดินสามารถอุ้มน้ำได้ดีและถ่ายเทอากาศได้สะดวก ทำให้พืชสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างง่ายดาย ช่วยป้องกันสัตว์จำพวกแมลง เพื่อที่จะไม่ให้มาทำให้ผลผลิตเสียหาย และยังเป็นส่วนช่วยในการปรับหน้าดิน ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ดีและมากขึ้น กิจกรรมทุกอย่างที่ยกมานั้นป้าภาพให้ทุกคนที่สนใจได้ร่วมเรียนรู้และลองลงมือทำทุกขั้นตอน โดยป้าภาพและลุงโมทย์จะบรรยายให้ความรู้อยู่ขาง ๆ ตลอดเวลา

          แม้ว่าที่แห่งนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก แต่ไร่ใยวิเศษยังมีอีกหลาย ๆ สิ่งที่เราน่าจะไปสัมผัสสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักวิถีชีวิตแบบชาวไร่ชาวนา ที่ป้าภาพและลุงโมทย์สองสามีภรรยาเจ้าของไร่ใยวิเศษพร้อมต้อนรับด้วยรอยยิ้มเสมอ

 

 

 



เรื่องและภาพโดย นางสาวมนัสพร สัจกุล ไอซีทีนิเทศศาสตร์รุ่น 12

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)