บ้านโทรมไม่เอื้อผู้สูงวัย

30 มีนาคม 2562 | อ่านแล้ว 340 ครั้ง    

 

อีก 6 ปีไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ แต่ผู้สูงวัยยังอยู่ในบ้านทรุดโทรมไม่เอื้อดำรงชีพ แม้รัฐแจกงบซ่อมบ้าน 2 หมื่น แต่ปรับปรุงได้ไม่เกิน 30 หลังต่อปีต่อจังหวัด

 

“ถ้าคืนไหนฝนตก น้ำจะท่วมบ้านเต็มไปหมด เพราะหลังคาสังกะสีรั่ว จะพยุงหลานอีก 2 คน ย้ายไปนอนหลบฝนที่มุมอื่นก็ทำไม่ได้ บ้านมันแคบ มีอยู่ชั้นเดียว ต้องทนนอนกันอยู่อย่างนั้นจนกว่าฝนจะหยุด”

 

กว่า 20 ปี ที่นางเจือ สิงห์รัมย์ วัย 67 ปี ชาว จ.นครราชสีมา กับหลานอีก 2 คน ต้องทนนอนอยู่ในบ้านสภาพชำรุด เพราะรายได้จากการเก็บผักไปขายไม่เพียงพอต่อการจ่ายเงินซ่อม จนเมื่อ 2 ปีก่อน เธอได้ของบประมาณจากโครงการปรับสภาพแวดล้อมผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา (พมจ.นครราชสีมา) เพื่อนำมาซ่อมแซมบ้าน แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ได้เพียงเงินช่วยเหลือมา 2,000 บาท

 


ประเทศไทยจะเข้าสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ คือมีผู้สูงอายุร้อยละ
20 ของประชากรทั้งหมดในอีก 6 ปีข้างหน้า ทำให้เมื่อปี 2559 กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความสั่นคงของมนุษย์ (พม.) เริ่มโครงการปรับสภาพแวดล้อมผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย หรือที่เรียกว่า งบซ่อมแซมบ้านหลังละ 20,000 บาท เพื่อรองรับและช่วยเหลือผู้สูงอายุที่จะมีมากขึ้นตามหลักการออกแบบเพื่อมวลชน ปีที่ผ่านมายังมีกรอบยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดให้รัฐต้องจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับผู้สูงวัย พร้อมทั้งจัดหลักประกันทางสังคมที่สอดคล้องกับความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต และวางหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ (ดูรายละเอียดในอินโฟกราฟิก) โดยกรมฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการนี้ จำนวน 59,265,000 บาท สำหรับ 76 จังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร หรือเฉลี่ยพื้นที่ละประมาณ 500,000-700,000 บาท

 

อย่างไรก็ดี เมื่อสอบถามผู้สูงอายุหลายรายในกรุงเทพฯ และ จ.นครราชสีมา พื้นที่ที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่มากที่สุดของประเทศ ทุกคนให้ข้อมูลใกล้เคียงกันว่า เมื่อ 1–2 ปีที่ผ่านมา ได้ยื่นเรื่องของบซ่อมแซมบ้านกับ พมจ. แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ

 

นางสาวจรรยารักษ์ บุณยานุเคราะห์ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ได้รับมอบหมายจากนางอนงนาฎ คุณวิเศษ หัวหน้ากลุ่นโยบายและวิชาการ พมจ. นครราชสีมา ให้ชี้แจงแทน กล่าวว่า งบประมาณที่ได้มาแต่ละปีเพียงพอซ่อมบ้านได้ 10-30 หลังเท่านั้น ทำให้มีผู้สูงอายุที่ยากไร้จำนวนมากต้องรองบประมาณในปีถัดไป

 

นางอันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า รัฐควรยกเลิกโครงการนี้ และสร้างบ้านเอื้ออาทรสำหรับผู้สูงอายุแทน เพราะนอกจากช่วยลดงบประมาณแล้ว ยังร่นเวลาให้ผู้สูงไม่ต้องรอการเบิกงบจ่ายงบนาน ๆ รวมถึงทำให้ผู้สูงอายุได้อยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างปลอดภัย และยั่งยืนมากกว่า

 

นางตะติยา ไกรศรศรี ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ พม. ชี้แจงว่า กรมฯ ได้ของบประมาณโครงการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเพิ่มขึ้น แต่ถูกสำนักงบประมาณตัดงบและแบ่งเงินไปใช้ในโครงการอื่น อย่างไรก็ดีได้ส่งหนังสือเชิญชวนให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมบริจาคสิ่งของและเงิน เพื่อช่วยผู้สูงอายุยากไร้ที่เหลือ ให้ได้มีโอกาสปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้ได้มากยิ่งขึ้น ขณะนี้กำลังรอการตอบรับจากทางภาคเอกชนอยู่ ส่วนเรื่องการสร้างบ้านเอื้ออาทรสำหรับผู้สูงอายุ ทางกรมฯ ไม่ได้มีภารกิจเกี่ยวข้องในการดูแลในการสร้างบ้าน แต่เป็นหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ หนึ่งในหน่วยงานย่อยของ พม. ซึ่งในอนาคตทางการเคะแห่งชาติอาจดำเนินการโครงการนี้



เรื่องและภาพโดย สมจินตนา นุ่นปาน นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 3 รุ่น 10

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)