ไทยไร้แผนดูแลผู้สูงวัยอัลไซเมอร์

31 มีนาคม 2562 | อ่านแล้ว 320 ครั้ง    

 

 

ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว แต่ยังไร้แผนดูแลผู้สูงวัยเป็นอัลไซเมอร์ สถิติหายออกจากบ้านพุ่ง เฉลี่ยวันละคน พม. ยอมรับเป็นปัญหาแต่ยังไร้นโยบายแก้ไข เตรียมพัฒนาสายรัดข้อมือช่วยคนหาย

 

ปู่ของดิฉันอยากออกจากบ้านไปพบผู้คน แต่พอท่านออกจากบ้านได้ 2 ก้าว ก็ลืมแล้ว เคยหายออกจากบ้านนานกว่า 20 ชั่วโมง คนในบ้านอยู่ที่ทำงานพอทราบเรื่องก็หากันจ้าละหวั่น พอไปตามหาจนเจอก็พบตำรวจและชาวบ้านรุมถามกันใหญ่โต” 

 

นางสาวไตรฉัตร แหลมทอง อาชีพทำธุรกิจส่วนตัวในกรุงเทพฯ ต้องใส่กุญแจบ้านไม่ให้คุณปู่วัย 86 ปี เปิดประตูออกไปไหนได้เอง และต้องจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุเฉพาะทาง เดือนละ 30,000 บาท ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากคุณปู่ของเธอมีภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์มากว่า 20 ปี ต้องอยู่แต่ในบ้านไม่พบเจอผู้คน

 

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้วจากรายงานของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเผยจำนวนผู้สูงอายุประเทศไทยล่าสุดปี 2560 มีจำนวน 10,225,322 คน คิดเป็นร้อยละ 15.45 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ

 

ขณะเดียวกันมีข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ล่าสุดปี 2558 ว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ประมาณ 600,000 คน และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,117,000 คน ในปี 2573 ส่วนสถิติแจ้งคนหายปี 2561 (มกราคม-ตุลาคม) จากมูลนิธิกระจกเงา ระบุว่า มีผู้สูงอายุหายออกจากบ้าน 313 คน ในจำนวนนี้มีภาวะสมองเสื่อม 118 คน หรือเฉลี่ยวันละ 1 คน อย่างไรก็ดี เมื่อสืบค้นเอกสารยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2580) และแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ (2545-2564) ของ พม. ไม่พบนโยบายที่จะช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์

 

นางนรินทร์รัตน์ แก้วลา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ภาครัฐยังไม่มีระบบดูแลติดตามผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม ลูกหลานภายในบ้านก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง สถานบริการสาธารณสุขแต่ละพื้นที่น่าจะจัดให้ขึ้นทะเบียน เพราะหากพบผู้สูงอายุที่เป็นอัลไซเมอร์แล้วกลับบ้านไม่ได้ ก็จะมีที่อยู่ในระบบเพื่อส่งถึงบ้านได้

 

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการและรองประธานกรรมการสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีด้านการแพทย์ผู้สูงอายุในประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยติดตามผู้ป่วยอัลไซเมอร์ออกจากบ้าน ขณะที่สหรัฐอเมริกามีเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุหลากหลายมาก เช่น สร้างบ้านที่มีเซนเซอร์ หากผู้สูงอายุออกจากบ้านจะมีเสียงเตือน หรือเมื่อเดินออกนอกพื้นที่ทำให้ผู้สูงอายุหยุดเดินและไม่ออกจากบ้าน  นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาที่สามารถติดตาม ประเมินสุขภาพเบื้องต้น และโทรศัพท์หาโรงพยาบาลหรือญาติใน 5 เบอร์แรกได้ เพื่อป้องกันผู้สูงอายุหายออกจากบ้านได้ และสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

 

 “รัฐควรจะมีนโยบายมารองรับ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเข้ามาช่วยผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และอาจหายไปเลย ขณะเดียวกันราคาของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยเหลือต้องไม่แพง เพื่อที่ทุกคนจะเข้าถึงได้นายปิยะบุตรกล่าว

 

นางสาวกนกวรรณ เหลืองมงคลเลิศ ผู้อำนวยการกลุ่มระบบการดูแลและเฝ้าระวังทางสังคมผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ พม. ชี้แจงว่า รัฐยังไม่มีนโยบายดูแลผู้สูงอายุที่เป็นอัลไซเมอร์ และ พม. เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา แต่ขณะนี้มีเพียงการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในชุมชน ในรูปแบบโรงเรียนผู้สงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรม มีอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุมาเฝ้าดูแลและสำรวจผู้สูงอายุที่มีอาการหลงลืม นอกจากนี้มีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและฝึกอาชีพของผู้สูงอายุ เพื่อให้ความรู้และเฝ้าระวังภายในชุมชน

 

นางสาวกนกวรรณ กล่าวอีกว่า การติดตามผู้สูญหายเป็นเรื่องยาก มูลนิธิกระจกเงามีสถิติผู้สูงอายุสูญหายเฉลี่ยปีละ 400 คน กรมฯ จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิฯ และบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการความร่วมมือเฝ้าระวังการหลงหายของผู้สูงอายุและผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยใช้เทคโนโลยีสายรัดข้อมือและระบบแจ้งเบาะแสผ่านแอพพลิเคชั่น ‘Thai missing’ เพื่อสแกนหาข้อมูลและพาส่งกลับได้ และในอนาคตจะพัฒนาเป็นนโยบายของรัฐต่อไป



เรื่องและภาพโดย สายสิริ อ่อนมณี นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 3 รุ่น 10

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)