Digital Journalist is Happy

1 กรกฎาคม 2562 | อ่านแล้ว 506 ครั้ง    

 

“เคยมีคนบอกไว้ว่า ถ้าผู้คนเสพข่าวผ่านตู้เย็น นักข่าวก็ต้องทำข่าวใส่ตู้เย็น อะไรก็ได้ ถ้าทำให้คนเห็นข่าวเราก็ทำ” เค้ก อินทร์แก้ว โอภานุเคราะห์กุล ตำแหน่ง Digital Journalist หรือเรียกง่าย ๆ ว่านักข่าวออนไลน์ ประจำ Workpoint news ข่าวเวิร์คพอยท์ เจ้าของประโยคข้างต้นเอ่ยขึ้น

ยุคออนไลน์ที่ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายอย่างไร้พรมแดน ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มทยอยปรับตัวและย้ายเข้าไปอยู่ในระบบออนไลน์

ไม่เว้นแม้กระทั่งงานข่าวสาร

เค้กรู้สึกว่านอกจากเป็นนักข่าวแล้วเธอยังเป็นคนทำคอนเทนต์ (Content) ที่จะอยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ โดยดูจากเนื้อหาที่มีว่าเหมาะจะเป็นวีดีโอ กราฟิก หรือบทความ เพื่อให้คนดูคนอ่านเข้าใจง่ายและได้ประโยชน์สูงสุด

ด้วยเธอเชื่อว่า การทำงานสื่อสารมีคอนเทนต์ที่ดี แต่ถ้าไม่มีคนเห็นก็ไม่มีประโยชน์

นักข่าวออนไลน์ผู้นี้สนใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้คน สุขภาพ เด็ก การศึกษา และหากเกิดปัญหาขึ้นกับส่วนนี้ เธอมองว่านี่เป็นประเด็นที่ต้องได้รับการนำเสนอเพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้คนมีอยู่แล้ว และทุกคนต้องได้รับสิทธิ์นั้น

เรามองทุกอย่างเป็นภาพรวมที่ต่อกัน ถ้าเราอยู่ในสังคมนี้แล้วอยากให้สังคมดีขึ้น ก็หมายความว่าคนรอบ ๆ ตัวเราก็ต้องดีขึ้นด้วย ถ้าคิดว่าฉันอยากใช้ชีวิตในเมืองที่น่าอยู่มีเพื่อนร่วมสังคมดี มีการพัฒนาใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา คนรอบตัวเราเป็นคนน่ารักมีการศึกษา ถ้าเราไม่ผลักดันเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานพวกนี้ให้พัฒนาไปด้วยกัน แล้วเราจะหวังอะไรแบบนี้จากสังคมได้อย่างไรเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

ในการทำข่าวแต่ละครั้งเค้กจะหยิบประเด็นที่อยู่ในความสนใจของตนเองและสังคม ซึ่งจะเชื่อมโยงกับข่าวและเรื่องสำคัญในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ในฐานะคนทำสื่อ ต้องคิดด้วยว่าข่าวในเรื่องเดียวกันนี้จะเล่ามุมมองไหนให้แตกต่างออกไป เพื่อให้ผู้คนรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัว

ยกตัวอย่างการนำเสนอข่าวสิทธิของผู้พิการ จะต้องนำเสนอ ให้เห็นว่าถ้าคุณเป็นเพื่อนกับคนพิการ เรื่องนี้มันเป็นปัญหาของเพื่อนคุณ เขาถึงจะเห็นด้วยเปิดใจยอมรับและเห็นด้วย และอย่างน้อยเขาก็เป็นอีกเสียงที่ส่งออกมาว่าปัญหานี้ควรได้รับการแก้ไข 

 

เรามองว่าหน้าที่ของสื่อมวลชน คือจะเล่าปัญหาให้ผู้คนเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่ง แต่ให้เขาเห็นว่ามันเป็นปัญหาส่วนรวมและต้องได้รับการแก้ไขแล้วสังคมต้องเดินไปด้วยกัน

 

หนึ่งในข่าวที่เธอทำแล้วชอบคือเรื่อง เด็กท้องต้องได้เรียนซึ่งเธอถือว่าได้บอกเล่าเรื่องราวกับสังคม แต่สิ่งที่ทำให้เธอดีใจยิ่งกว่าก็คือกฎกระทรวงศึกษาธิการฉบับใหม่ที่เพิ่งออกมา ได้เจาะจงว่า โรงเรียนห้ามให้เด็กออก เธอเล่าต่อว่าก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นผลมาจากงานเธอเพราะก็มีคนเรียกร้องเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เกิดขึ้น

 

เธอกล่าวต่อว่า มันถูกแชร์ต่อ มีคนพูดถึง และเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็ทำให้เด็กที่สู้และอยากเรียนต่อ มีเครื่องมือในการต่อรอง ที่จะบอกว่ามีกฎหมายรองรับและเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของเด็กที่จะได้เรียน ถึงจะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้มากน้อยแค่ไหนแต่ก็ดีใจที่ได้ทำเรื่องนี้

 

ฝึกฝน..จนเจอวิถีทาง

เค้กจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขานิเทศศาสตร์ เอกวารสารศาสตร์ ซึ่งที่นี่ได้ทำให้เธอได้ฝึกฝนการเขียนข่าว การทำนิตยสาร และฝึกทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการทำงานด้านสื่อสารมวลชน อีกทั้งทำให้เธอได้มีโอกาสทำงานในสิ่งที่เธอสนใจและได้รับความรู้ใหม่อยู่เรื่อย ๆ

เธอเล่าว่า การฝึกฝนของเธอในช่วงเรียนมาจากการทำงานตามที่อาจารย์มอบหมาย เมื่อได้งานมาเธอจะคิดก่อนว่าจะเล่าเรื่องอะไร แต่ส่วนมากจะคิดไม่ออกจึงทำให้เธอต้องหาข้อมูล โดยได้จากการอ่านหนังสือ การสัมภาษณ์และจากค้นหาจากอินเตอร์เน็ต และเมื่อรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็จะสามารถเรียงลำดับและเล่าเรื่องออกมาได้ ซึ่งตอนเรียนเธอได้ฝึกเขียนข่าวเขียน เขียนบทสัมภาษณ์ เขียนสารคดี

เราสามารถเอามาใช้ในตอนทำงานได้หมดเลย การหาข้อมูลและคิดว่าจะเล่าเรื่องออกมาอย่างไร เพราะเรามองว่ารูปแบบการเล่าเรื่องมันเป็นปลายทาง ดังนั้นการหาข้อมูลจึงเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งตอนเรียนก็เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อทำเรื่อย ๆ ก็จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆเธอว่า

นอกจากทักษะการหาข้อมูลและเล่าเรื่องราวแล้ว เค้กพูดถึงงานที่เธอทำว่า ในการทำงานด้านนี้จะต้องเป็นผู้ที่มีความสงสัยใคร่รู้ตลอดเวลาเพราะการสงสัยจะทำให้เราอยากรู้และอยากหาข้อมูลเพิ่ม โดยทักษะที่ว่ามานี้ เธอก็ใช้ตอนเรียนจนมาถึงตอนด้วยทำงานด้วย เพราะมันทำให้สามารถคิดประเด็นได้ต่างจากคนอื่น ทำให้เราเห็นในมุมอื่น ๆ ในข้อมูลชุดเดียวกันและจะไม่เล่าซ้ำ

 

ไม่จำเป็นว่าต้องสงสัยตลอด แต่เวลาที่มีอะไรปะทะกับเราก็จะเกิดคำถามว่า ทำไมถึงเกิดขึ้น ถ้าเรามีความสงสัย แล้วหาข้อมูลมาวิเคราะห์ หาสาเหตุและผลกระทบเราก็จะรู้ว่าเรื่อง ๆ นั้นเป็นอย่างไร เพราะทุกเรื่องที่เกิดมีที่มาที่ไปและมันมีเรื่องราว

 

เค้กเล่าว่าก่อนหน้านี้เคยทำนิตยสารแฟชั่นมาก่อนแต่ไม่มีความสุข มันไม่ใช่ตัวเธอ เพราะเธอเป็นคนที่มีความสุขกับการอยู่กับข้อมูล เมื่อถามว่ามองตัวเองว่าเป็นอย่างไรทำไมถึงชอบข้อมูล เธอหัวเราะร่าเริงและตอบว่า ชอบข้อมูลเพราะมันเป็นเรา โดยนิสัยพื้นฐานเราชอบอ่านหนังสือ เริ่มอ่านตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนแม่ชอบจะซื้อหนังสือมา มีก็อ่านไม่มีก็ไม่อ่าน แต่พอขึ้นมัธยมก็เริ่มหาหนังสืออ่านด้วยตัวเอง อยากซื้อเล่มนั้นเล่มนี้มาอ่าน

เธอยังบอกอีกว่าการอ่านก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าย้อนเวลากลับไปได้เธอจะกลับไปบอกตัวเองว่า อ่านหนังสือให้เยอะกว่านี้นะเพราะยิ่งอ่านเยอะรู้เยอะก็จะยิ่งทำให้มีวัตถุดิบในการเขียนมากขึ้น โดยเรื่องที่เธออ่านจะแตกต่างไปตามความสนใจในแต่ละช่วง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความเป็นไปของโลก

หลายคนคิดว่าใช้ชีวิตปกติทุกวันไปก็พอแล้ว แต่พอรู้ตัวอีกทีโลกมันไปไกลมากแล้ว แล้วคุณจะตามทันได้ยังไง การได้รู้อะไรใหม่ ๆ มันก็ช่วยเราในการคิดอะไรใหม่ ๆ ด้วย เราชอบและสนุกที่ได้รู้เรื่องราวและได้เล่ามันออกมา แต่การที่ทำให้ผู้คนได้ประโยชน์มันเป็นผลพลอยได้ซึ่งเราก็ดีใจ และสำหรับใครที่ชอบสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน คณะสื่อสารมวลชนก็เป็นทางหนึ่งที่สามารถนำไปสู่การทำสิ่งเหล่านี้ได้


ทุกครั้งที่เค้กพูดถึงงานที่เธอทำ เธอมีหน้าตาที่ยิ้มแย้มและดูมีความสุขอยู่เสมอ เคล็ดไม่ลับในการทำงานของเธอก็คือการได้ทำงานที่ชอบตอบความต้องการรู้ของตัวเอง เราสนุกกับการทำงานมันเป็นธรรมชาติของตัวเรา แต่สิทธิขั้นพื้นฐานคือสิ่งที่เรายึดในการทำงาน และที่สำคัญคือได้สร้างประโยชน์ให้กับผู้คน ทำให้ผู้คนไปหาคำตอบเรื่องนั้นต่อ เธอก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

เธอทิ้งท้ายเรื่องความก้าวหน้าของหน้าที่การงานว่า ต้องการเป็นเพียงคนแรกที่ผู้คนนึกถึงในด้านการทำงานที่มีคุณภาพเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว



เรื่องเเละภาพโดย ปวีณา ชูรัตน์ เอกการสื่อสารมวลชน รุ่น 11

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)