ต้นรัก Next Empire: เริ่มปลูกความสำเร็จจากสิ่งที่ไม่ชอบ

3 กรกฎาคม 2562 | อ่านแล้ว 396 ครั้ง    

 

คนเรามักจะเลือกแต่สิ่งที่ตนเองชอบ และหันหลังให้กับสิ่งที่ตนเองไม่ชอบกันทั้งนั้น แต่อย่าลืมว่าบางครั้งมันก็ไม่สามารถที่จะเลือกได้

ไม่อยากทำงานเบื้องหน้าเลย ชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่า และที่สำคัญเราเป็นคนพูดไม่เก่งด้วย การเป็นพิธีกรจึงไม่ใช่ทางสุด ๆ ต้นรัก ชญานิศ จำปีรัตน์ ตำแหน่ง Content Writer เว็บไซต์ Next Empire เอ่ยขึ้น

ไอ้ความไม่ชอบต่าง ๆ ของเธอแท้จริงแล้วไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนทำงาน มันน่าจะเริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ….

ต้นรัก เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกที่มาเรียนคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) สาขานิเทศศาสตร์ เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ (JR) เพราะมีความคิดที่อยากจะเป็นนักเขียน และฝันว่าสักวันต้องมีหนังสือเป็นของตนเอง

ทว่าเมื่อเข้ามาเป็นนักศึกษาและเรียน เนื้อหาดันเน้นไปทางข่าวและสารคดี

เราแทบไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือ สารคดีเลย เพราะสนใจแต่หนังสือนิยายและวรรณกรรมแปล เธอเล่าเสียงเข้ม

          ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจเลยว่าอะไรคือการหาประเด็น? อะไรคือการเขียนพาดหัว? ทำไมต้องเขียนข่าว?คำถามมากมายลอยฟุ้งเต็มอากาศ

เรียนข่าวงั้นหรอ เริ่มนับเลขตั้งแต่ศูนย์เลยแล้วกันเธอว่า

ค่อย ๆ ถัก ค่อย ๆ ทอ จนปี 1 และปี 2 ผ่านไป เข้าสู่ปี 3….

ตอนเรียนข่าวขั้นสูงเป็นความทรงจำที่ไม่เคยลืม อาจารย์จะให้ทำข่าวเดี่ยวหนึ่งชิ้น ข่าวกลุ่มหนึ่งชิ้น ประเด็นต้องตอบโจทย์ในเรื่องของสิทธิต่าง ๆ ของผู้คน มองให้เป็นระบบเงื่อนไขที่ทำให้เกิดปัญหาที่ลิดรอนสิทธินั้น ๆ ขึ้น เรียกได้ว่าทำข่าวเหมือนเป็นนักข่าวมืออาชีพในโลกของการทำงานจริงก็ว่าได้

ประเด็นไก่กาอาราเล่ก็อย่ามาแหยมน่ะสิผู้เขียนแอบคิดในใจ

ดังนั้นจะต้องหาข้อมูลในการทำข่าวแบบเจาะลึกอย่างครอบคลุม สำหรับต้นรักการทำข่าวกลุ่มก็ดูจะมีปัญหาเพราะต้องฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันหลายคน กว่าจะสรุปออกมาต้องใช้เวลา ในบางการประชุมต้องระวังความคิดที่ใส่อารมณ์ซึ่งกันและกันด้วย

ทว่าก็ไม่ได้สร้างความยากลำบากให้กับเธอเท่าข่าวเดี่ยว

หนึ่งในงานที่ยากมาก ๆ ในชีวิตของตนเอง คือ การทำข่าวคนเดียว ด้วยเพราะข้อมูลจำเป็นที่จะต้องหาข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่ง และมักจะชอบเกิดปัญหาอยู่ตลอดเวลา

ทำไมทำข่าวจะชอบหาแหล่งข่าวไม่ได้ ทำไมแหล่งข่าวถึงตอบไม่ตรงประเด็นต้นรักบ่นอุบอิบ

ดังนั้นต้องคอยรับมือกับสถานการณ์ เธอต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเตรียมสำรองไว้อยู่ตลอดเวลา

ความหน็ดเหนื่อยอันดับที่ 2 เมื่อทำงานคนเดียวจะมีความรู้สึกขาดความกล้าในการเข้าหาผู้คน ไม่กล้าพูดคุยหรือสอบถามแหล่งข่าว

ตอนนั้นเกิดภาวะกดดันมาก ๆ งานมีเดดไลน์ที่ชัดเจน ไม่ทันก็ลบคะแนน หักไปเรื่อย ๆ ถ้าหมดก็จะตก F ทันทีเธอว่า

ต้นรักเล่าต่อว่า ดังนั้นเราจึงต้องคุย รวบรวมความกล้าเท่าที่หามาได้ เพราะถ้ามัวแต่ปฏิเสธที่จะทำมันเพราะความไม่ชอบ ไม่ถนัด เราว่าไม่มีทางเลยที่งานจะเสร็จทันเวลา

ในที่สุดเธอก็ผ่านมาได้ และทำมันออกมาได้ดีเลยทีเดียว

เมื่อเข้าสู่ชีวิตในการทำงาน ต้นรักได้เลือกเข้าสมัครงานในบริษัท Like Me ตำแหน่งนักเขียน ด้วยบริษัทนี้มีความเข้ากับโลกสมัยใหม่ และทำคอนเทนต์ในเรื่องของเทคโนโลยี การศึกษา สื่อ ฯลฯ

เข้าสู่โลกของการทำงานทำให้เธอรู้ว่า มันช่างต่างจากตอนที่เรียนเป็นอย่างมาก

ทั้งงานที่หนักกว่า เหนื่อยกว่า กดดันมากกว่า และต้องมีความรับผิดชอบสูงเธอบรรยาย

ต้นรักยอมรับว่า ตอนเรียนไม่ว่าจะเป็นงาน การบ้าน โปรเจค อะไรต่าง ๆ สามารถที่จะปรึกษาขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ได้ หรือบางทีอาจผ่อนผันหรือเลื่อนงานที่ส่งได้อีกหากมีกรณีอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างเวลาไม่พอ ติดงานอื่น มีธุระที่จำเป็นต้องทำ ฯลฯ หรือถึงแม้จะมีเดดไลน์ตายตัว เราทำส่งไม่ทัน ไม่ได้คะแนนในส่วนนั้น แต่ส่วนอื่น ๆ ก็ยังมาแบ่งได้ หรือตกจริง ๆ ก็เรียนซ้ำใหม่

แต่มันย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ตอนนี้ทำงานก็ต้องเรียนรู้และเดินต่อไป

เพราะไม่ชอบเลยทำเป็น

ต้นรัก เล่าว่า ความรู้และการฝึกฝนต่าง ๆ ทั้งจากการทำงาน และอุปสรรคจากการเรียน สามารถนำประสบการณ์ทั้งหมดมาใช้ประโยชน์และสร้างตนเองจนมีวันนี้

ตั้งแต่ความรู้ในการจับหรือหาประเด็น แม้บริษัทนี้จะเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยี การพัฒนาโลกในด้านต่าง ๆ ตนไม่เคยได้เรียนเรื่องนี้โดยตรงเลย แต่ด้วยทักษะที่ว่าส่งผลให้มีการทำงานแบบรู้จุดประสงค์ มีขั้นตอนการวางแผน การหาข้อมูลต่าง ๆ และยังช่วยในเรื่องของวิธีคิด วิธีเขียนเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้สื่อออกมาตามจุดมุ่งหมาย

ด้านของการทำงานร่วมกับคนอื่น ได้รับประสบการณ์ในการรับมือกับคนอื่น ๆ มาเต็ม ๆ ทำให้สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ของคนในทีมได้ ทั้งนี้ในเรื่องของการแสดงความเห็นต่าง ๆ ในกลุ่มที่ได้จากตอนเรียน มาใช้ในการทำงานจริงก็จะเป็นเรื่องของการหัดยอมรับฟัง  คนที่เขาเก่งกว่า และรู้จักหัดยอดรับไอเดียจากคนที่มีประสบการณ์มากกว่า คอยเก็บเกี่ยวเพื่อนำพัฒนาตนเองในเรื่องความคิด ทักษะการทำงานต่าง ๆ  

 อีกสิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จริง ๆ คืออุปสรรคจากการทำงานในช่วงที่เรียน ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคในการทำงานเดี่ยวที่เราจำเป็นต้องเข้าหาผู้คน ต้องพูดคุยกับแหล่งข่าว นั่นจึงทำให้เรามีความกล้าที่จะถาม กล้าที่จะเรียนรู้ ทั้งยังสร้างคอนเน็คชั่นต่าง ๆ สร้างสัมพันธ์กับคนอื่นที่จำเป็นต่อการทำงานอีกด้วย

เราบอกข้างต้นว่าไม่อยากทำงานพิธีกร เพราะมันคือความไม่ชอบของเรา แต่เมื่อเลือกไม่ได้ก็ต้องลองทำ ตอนนี้เราทำมันออกมาได้หลายเดือนแล้ว ผลตอบรับก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็ต้องฝึกฝนต่อไป ต้นรักเล่า

เธอทิ้งท้ายสั้น ๆ ว่า เราไม่ได้บอกให้ทำใจให้ชอบ จะเกลียด จะไม่ชอบก็เอาเลย แต่ถ้ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรเก็บสิ่งที่ไม่ชอบมาพัฒนาตนเอง อย่างน้อยที่สุดถ้ามีใครถามเราวันนี้ว่า ทำอะไรเป็นบ้าง? คำตอบที่ว่าเป็นพิธีกรจะโผล่ขึ้นมา



เรื่องเเละภาพโดย ชนินทร์ สกุลกานต์กีรติ เอกการสื่อสารมวลชน รุ่น 11

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)