อรปวีณ์ วงศ์วชิรา: นักศึกษาข่าว ทักษะที่ต้องเปลี่ยนแปลง และมุมมองสังคมไทย

4 กรกฎาคม 2562 | อ่านแล้ว 459 ครั้ง    

 

เมื่อ 8 ปีที่แล้ว นักศึกษาหญิงคนหนึ่งชอบอ่าน ชอบเขียน กำลังเหม่อมองโปรเจคเตอร์ในห้องเรียนวิชาการเขียนข่าว

อยากจะเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่ผลักดันสังคมให้เดินไปข้างหน้า อรปวีณ์ วงศ์วชิรา หรือ มุก ผู้สื่อข่าวโต๊ะสังคม สำนักข่าวไทย อสมท. ศิษย์เก่าคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรุ่นที่ 4

ผู้สื่อข่าวสาว เล่าว่า ช่วงแรกที่เธอตัดสินใจเข้าคณะนี้ เพราะอยากเป็นนักข่าว แต่ไม่ได้คิดว่าจะมีความสามารถมากพอ แต่เมื่อเรียนที่คณะนี้แล้วทำให้เธอได้เข้าไปคุยกับสังคมมากขึ้น ผ่านประเด็นที่อาจารย์ให้คิดจากงานสารคดี ข่าวจากหนังสือพิมพ์ลูกศิลป์

ตอนแรกมุกจะสนใจเพียงประเด็นทางสังคมทั่ว ๆ ไป ทำนองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละวัน

แต่ความสนใจของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อมุกได้คุยเด็กคนหนึ่งที่เห็นพ่อทำร้ายร่างกายแม่ แล้วเด็กคนนั้นกลับเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเจอเด็กที่จังหวัดชลบุรี เราก็เข้าไปคุยกับเขา เขาเล่าว่าตอนอายุ 3-4 ขวบ พ่อเขาเอาชวดเหล้าไปเคาะกับของแข็งให้เป็นปากฉลามแล้วกรีดคอแม่มุกเล่าถึงอดีตที่เคยไปสัมภาษณ์

เธอจึงคิดว่าปัญหาสังคมเกิดจากสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเรา อาจเป็นครอบครัวหรือคนใกล้ชิดซึ่งส่งผลต่อปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง อาชญากรรม เศรษฐกิจหรือสิ่งแวดล้อม ทำให้ตอนนี้เธอเริ่มสนใจประเด็นอื่น ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่ดิน ปัญหาสิทธิเด็กและสตรี

นอกจากที่ได้มีความสนใจเพิ่มมากขึ้น อรปวีณ์ เล่าต่อว่า สิ่งที่ได้จากการเรียนหลักๆ คือ การคิดคอนเทนต์ ส่วนตัวเธอคิดว่าหากมีมุมมองในการนำเสนอที่ดี แต่เขียนคอนเทนต์ได้ไม่ดี ผู้ชมหรือผู้อ่านก็อาจจะสนใจน้อยลง เพราะ คอนเทนต์ที่ดีสำหรับเธอ คือ การนำเสนอเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ร้อยเรียงเรื่องราวให้เป็นเรื่องเดียวกันและนำเสนอให้คนอ่านเข้าใจได้ง่าย

สิ่งที่ได้มาก ๆ จาการเรียนคณะนี้ คือ การคิดคอนเทนต์ ปัจจุบันคอนเทนต์สำคัญมากกว่าการนำเสนอ เรามองว่าการนำเสนอมันดีที่ทำให้คอนเทนต์ของเราขยายไปในวงกว้างหรือมีคนสนใจมากขึ้น สำหรับเราแล้วคอนเทนต์ที่ดี คือ การนำเสนอเรื่องที่คนทั่วไปไม่ได้สนใจ ร้อยเรียงเรื่องราวเป็นเรื่องเดียวให้คนอ่านเข้าใจสิ่งที่เราอยากนำเสนอ เธอเล่า

นักข่าวชอบอยากรู้อยากเห็น นี่คือเป็นสิ่งที่ใครหลายคนคิด แต่ความจริงแล้วนั้นหากนักข่าวไม่รู้ในเรื่องนั้น พวกเขาจะรายงานข่าวได้อย่างไร

เพราะสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งของการเป็นนักข่าว คือ รู้จักเรียนรู้ด้วยตนเองและยอมรับความเปลี่ยนแปลง

ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ.....

มุกเล่าว่า ผู้สื่อข่าวต้องสามารถทำข่าวโต๊ะอื่น ๆ ได้นอกจากโต๊ะที่ตนรับผิดชอบ เพราะ เรื่องต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กัน ปัญหาสังคมที่ไม่ได้รับการแก้ไขมาจากปัญหาการเมืองที่ไม่ได้เปิดโอกาสในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ดังนั้นนักข่าวต้องรู้ให้รอบด้านซึ่งเกิดจากการอ่านและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น เพื่อให้เกิดการเติมเต็มข้อมูลและเข้าใจมุมมองของคนอื่นมากขึ้น

วันหยุดจะเป็นวันที่มีผู้สื่อข่าวน้อยกว่าปกติ ซึ่งนักข่าวทุกคนต้องสื่อข่าวได้ทุกประเภท จากเดิมที่เราอยู่โต๊ะสังคม แต่ถ้ามีข่าวการเมือง สังคม กีฬา อาชญากรรมก็ต้องไปให้ได้และต้องพร้อมทุกสถานการณ์ สิ่งสำคัญ คือ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน มุกกล่าว

เธอมองว่า การเรียนรู้ด้วยตนเอง ทั้งการหาข้อมูลจากสิ่งที่เราได้รับมอบหมาย เพื่อที่จะสามารถรายงานออกมาด้วยความเข้าใจมากกว่าท่องจำและสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดในการรายงานข่าวได้ รวมถึงการหาประสบการณ์ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย การพูดคุยกับคนอื่นให้มากขึ้นจากการเข้าค่าย ซึ่งอาจจะเริ่มจากสิ่งที่เราสนใจก่อน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองจากคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา แล้วประสบการณ์นี้จะหล่อหลอมให้เราเป็นเรา

สมัยที่นักข่าวสาวคนนี้เรียนในมหาวิทยาลัย เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสั่งงานของอาจารย์ ในเรื่องของการอ่านและทำความเข้าใจประเด็นต่าง ๆ ทำให้เมื่อทำงานจริงเธอก็รู้ว่าเธอต้องทำอะไรบ้าง เธอคิดว่าโลกของการทำงานก็คือโลกของการเรียน เพราะทักษะต่าง ๆ เหล่านี้มหาวิทยาลัยได้สอนเธอมาอยู่แล้ว

การเตรียมตัวให้พร้อมทุกสถานการณ์ เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร เพราะเราต้องเตรียมพร้อมกับการสั่งงานทุกอย่าง ถึงแม้ระยะเวลาในการเตรียมตัวในการทำงานจะน้อยกว่าตอนเรียน แต่เราก็ต้องพร้อมทุกสถานการณ์ อ่านมาก่อน ทำความเข้าใจมาก่อน ซึ่งอันนี้เป็นทักษะที่มหาลัยสอนนักข่าวสาวคนเดิมกล่าว

วันนี้เธอเป็นนักข่าวซึ่งจะต้องตามประเด็นในสิ่งที่บรรณาธิการข่าวกำหนด รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มประเด็นระหว่างการทำงาน อีกทั้งอาจมีการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในทันที ทักษะที่มหาวิทยาลัยสอนเรื่องการเตรียมตัวให้พร้อมทุกสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการทำข่าว

 “เวรวันนี้เราไม่รู้ชะตากรรม เราได้รับหมายนี้แล้ว แต่ถ้าเกิดบรรณาธิการข่าวประจำวัน เขาอยากจะสานประเด็นอื่นที่เราจะต้องโยกไป เราอาจจะต้องไปเลยทันที ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยกล่าว

นอกจากนี้ความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ผู้อ่านนิยมอ่านในรูปแบบออนไลน์ก็ส่งผลต่อตัวนักข่าวเช่นกัน มุกเล่าว่า เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปนักข่าวต้องสามารถทำเนื้อหาให้สามารถเผยแพร่ได้ในทุกแพลตฟอร์ม

สมมติมองย้อนกลับไป 4-5 ปีก่อน หนังสือพิมพ์ได้รับความนิยม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นดิจิติลมากกว่าแบบทีวีดิจิตอล เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย คือ เราต้องสามารถผลิตเนื้อหาได้ในทุกแพลตฟอร์มเพราะสื่อก็คือการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ผ่านช่องทางการสื่อสารช่องทางใดช่องทางหนึ่งเธอเล่า

เมื่อถามมุมมองของเธอต่อสังคมไทยในปัจจุบัน มุกบอกว่า เธอยังเห็นแสงสว่างในความมืด เพราะคิดว่ายังมีคนที่อยากจะพัฒนาแต่ยังติดเงื่อนไขเรื่องปัญหาการเมืองและวัฒนธรรมของคนรุ่นเก่าซึ่งส่งผลต่อความคิดของคนทั่วไป

เราก็ยังคิดว่ายังมีคนที่อยากจะพัฒนา แต่ยังติดกักดับปัญหาการเมืองหรือวัฒนธรรมของคนรุ่นเก่า อย่างเช่น คนร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่คนใช้ โดยที่ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น เป็นการตัดสินด้วยคน ๆ หนึ่งที่คิดว่าตัวเองผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แล้วคิดว่าวิธีนี้น่าจะเหมาะสม แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ มุกเล่า

เธอคิดว่า หากจะแก้ไขปัญหาของสังคมไทย ต้องเริ่มจากตัวเองก่อนที่อยากจะพัฒนา แต่บางครั้งตัวเรายังติดกับกรอบความเชื่อเดิม ๆ ที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตามตัวเธอเองก็เชื่อว่าหากศึกษามากขึ้น จะทำให้สังคมไทยดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นเพียงก้าวเดียวก็ตาม

ในฐานะที่เธอเป็นนักข่าว เธอคิดว่าปัญหาเรื่องกรอบความเชื่อนั้นเป็นปัญหาของสังคมไทย เพราะ เธอจะได้ทำข่าวแบบเดิม เนื้อหาเดิมตลอด ทั้งปัญหาอาชญากรรม เช่น ครูตีหรือข่มขืนเด็ก กรณีฆ่าข่มขืน หรือ ปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องการรุกร้ำพื้นที่ป่า

ถึงแม้จุดเริ่มต้นการเป็นนักข่าวของ มุก อรปวีณ์ วงศ์วชิรา จะเป็นเพียงการสนใจเรื่องปัญหาสังคม แต่วันนี้เธอคือนักข่าวที่เข้าใจว่า ปัญหาสังคมหมายถึงอะไร ซึ่งก็คือการพูดคุยกับคนและสังคม ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเองและรู้อย่างรอบด้านพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์



เรื่องเเละภาพโดย ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์ เอกการสื่อสารมวลชน รุ่น 11

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)