Backpack Journalist งานที่เป็นมากกว่างาน

5 กรกฎาคม 2562 | อ่านแล้ว 374 ครั้ง    

 

การทำงานทุกงาน เป็นเหตุให้เราต้องพบปะผู้คนมากมาย แต่จะมีงานสักกี่งาน ที่ทำให้เราได้มากกว่าเจอผู้คน แต่ได้ทำความรู้จักถึงเบื้องลึกและความรู้สึกของคน ๆ นั้น เหมือนได้ เพื่อนใหม่ทุกครั้งที่ออกไปทำงาน

1 ในงานนั้น คือ การเป็นนักข่าวที่ Backpack Journalist

แน่นอนว่าตามชื่อข้างต้น ลักษณะของงานจะเป็นไปในทำนองที่ผู้สื่อข่าวต้องลงพื้นที่ไปอยู่ ไปดู ไปคลุกคลีกับแหล่งข่าวของตน เพื่อนำเสนอประเด็นในมุมมองที่แตกต่างไม่มีใครเคยเห็นแต่ใกล้ชิดให้สังคมได้รับรู้

กาญจนา  ปลอดกรรม หรือ กาก้า เป็นหนึ่งในทีมผู้ผลิตรายการ Backpack Journalist ทางช่อง ThaiPBS

ในการทำงาน Backpack Journalist เราจำเป็นต้องทำเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่หาประเด็น เขียนบท ถ่ายงาน ยันตัดต่อ งานกว่า 80 เปอร์เซ็น ต้องมาจากตัวเราเองทั้งหมด จะมีคนมาช่วยได้ในส่วนหนึ่งของงานเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วทุกอย่างเกิดจากตัวเราทั้งหมดเธอเอ่ยขึ้น

มันอาจจะแตกต่างจากการทำงานด้านการสื่อสารมวลชนสมัยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยการทำข่าวแบบนั้น จะมีการแบ่งหน้าที่เป็นช่างภาพ ผู้ช่วยช่างภาพ นักข่าว ซึ่งแต่ละตำแหน่งก็ทำงานในหน้าที่ของตนเพียงเท่านั้น นักข่าวก็รายงานข่าว คุยกับแหล่งข่าว ช่างภาพและผู้ช่วยช่างภาพก็จะมีหน้าที่กำกับภาพนั้นให้ออกมาได้เป็นข่าวที่สมบูรณ์

ที่สุดแล้ว งาน Backpack Journalist จะไม่สามารถสำเร็จได้หากเราไม่มองหา ประเด็นที่เราจะสื่อออกไปให้สังคมได้รับรู้ ในส่วนของการหาประเด็น จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะมันจะครอบคลุมการทำงานของเราทั้งงาน และแน่นอนว่า มันคือจุดเริ่มต้นในการทำงานทั้งหมดของเราเช่นกัน

ในการหาประเด็น เราต้องมองมุมใหม่ มีหลักอยู่สามอย่าง คือ ประเด็นใหม่ สังคมอยากรู้ และ สังคมควรรู้เธอกล่าว

กาก้ายกตัวอย่างเช่น รายงานข่าวอุบัติเหตุรถชน ก็รายงานเจาะลึกถึงสิ่งที่สังคมควรจะรู้ อย่างการควบคุมการจราจรในปัจจุบัน หรือการควบคุมสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น สังคมก็จะสามารถสร้างความเข้าใจใหม่ ๆ แก่เรื่องราวเหล่านี้ได้

ซึ่งแน่นอน ในการหาประเด็นแบบที่ว่านั้น จำเป็นต้องผสานกับความอยากรู้ อยากเห็น ตั้งคำถามกับสิ่งที่เราพบเจอตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ อย่างไรมันมักจะมีจุดที่เชื่อมโยงกันอยู่เสมอ เพียงแค่เราจะหาจุดเชื่อมโยงนั้นเจอหรือไม่

การหาประเด็นในข้างต้นเธอยอมรับว่าได้วิธีคิดมาจากการเรียนในช่วงมหาวิทยาลัย โดยที่กาก้าเป็นศิษย์เก่าคณะเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ICT) เอกวารสารและหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

กาก้ายังบอกเล่าถึงวิธีคิดอีกหนึ่งอย่างที่ติดมาตอนเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือ แว่น

แว่นเป็นคำเปรียบเทียบถึงมุมมองการมองประเด็นข่าวต่าง ๆ

กาก้าจะมองข่าวไปในมุมของความเท่าเทียมกันของคน ไม่ใช่ความเป็นกลาง แต่เป็นความเท่าเทียม เพราะบางทีแล้ว ความเป็นกลางบางอย่าง ก็ส่งผลให้คนบางกลุ่มไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนทุกคน ตั้งแต่นั้นเธอจึงมองทุกอย่างโดยใช้แว่นดังกล่าวนี้

          ตัดภาพกลับที่การทำงานในปัจจุบัน เมื่อได้ประเด็นที่ดีที่สุดจะเข้าสู่ขั้นตอนของการเริ่มงาน เขียนบทและหาข้อมูลถึงประเด็นนั้น ๆ รวมถึงบุคคลที่เราจะลงไปสัมภาษณ์และดูการใช้ชีวิตของเขา

ในการสัมภาษณ์ อย่ายึดติดสคริปต์มาก จะดูไม่เป็นธรรมชาติ อย่าคิดว่าเขาเป็นแหล่งข่าว คิดว่าเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เราจะไปอยู่ด้วย จริงใจต่อเขา อย่าไปโกหก ไม่งั้นจะอึดอัดและไม่สามารถต่อไปประเด็นอื่นได้เธออธิบาย

แหล่งข่าวไม่ใช่แค่แหล่งข่าว เขาจะกลายเป็นเหมือน เพื่อนคนหนึ่งของเรา เพราะเราต้องลงไปอยู่ด้วย รับรู้ถึงเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของเขา  

เราต้องบอกเล่าเรื่องของเพื่อนคนนั้นจากเสียงที่แผ่วเบาให้ดังมากพอจนสังคมได้ยิน

อย่างไรก็ตามนอกจาก ประเด็น แหล่งข่าว การสื่อสารที่จะทำให้สังคมหันกลับมามอง คือ วิธีการนำเสนอเราต้องร้อยเรียงมันให้ได้ผ่านอารมณ์ด้วยองค์ประกอบอย่างการตัดต่อ มุมกล้อง หรือแม้แต่เสียงการสัมภาษณ์และเพลงประกอบต่าง ๆ ต้องมองให้ออกว่าแบบไหนที่ทำออกแล้วจะดึงดูดให้คนเข้ามากดชม

อย่างน้อย ๆ ก็เรื่องความใกล้ชิดกับผู้คนเธอกล่าว

ส่วนผลหรือ Feedback ที่จะตามมานั้น กาก้าได้บอกไว้ว่า มันจะไม่ได้เห็นผลตอบกลับคืนมาอย่างทันที หากแต่มันจะกลายเป็นกลไกในการชี้นำสังคม เป็นเหมือนปากกระบอกเสียงบ่งบอกให้สังคมได้รับรู้ถึงสิ่งที่เขาควรรู้และต้องรู้ แล้วสังคมก็จะรับรู้และดำเนินไปตามกลไกของมันเอง

สุดท้ายแล้ว หลายคนคงยังสงสัย ว่า หากงาน Backpack Journalist นั้น เราต้องทำคนเดียวทั้งหมดแล้ว เราจะเหนื่อยไหม เราจะแบ่งเวลาอย่างไร กาก้าได้ให้คำตอบแก่เรามาดังนี้

ให้เราคิดว่า งาน คือส่วนหนึ่งของ ชีวิต หากเราทำงานไปเรื่อย ๆ ในหัวของเราจะมองเห็นประเด็นจากทุกอย่างรอบตัว จงคิดว่า งาน และ ชีวิต คือส่วนของกันและกัน ในบางที การทำงานก็เป็นเหมือนการได้พักผ่อน การออกไปเจอผู้คนที่เราไม่รู้จัก การออกไปเจอเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทำให้เราได้เปิดประสบการณ์ มันไม่ใช่งานมันคือการใช้ชีวิต



เรื่องเเละภาพโดย ธรรศ พงษ์ไทยวัฒน์ เอกการสื่อสารมวลชน รุ่น 11

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)