ทีดีอาร์ไอชี้ ไทยยังมีเทคโนโลยีไม่สูงพอผลักประเทศข้ามกับดักรายได้ปานกลาง แนะเร่งเทรนด์ smart people

6 กรกฎาคม 2562 | อ่านแล้ว 214 ครั้ง    


 

วันนี้ (ก.ค.) รศ.ดร.ยงยุทธ แฉลิมวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายทรัพยากรมนุษย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ-TDRI) บรรยายพิเศษเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมเพื่อพัฒนางานวิจัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในงานประชุมวิชาการระดับชาติ ไอซีทีศิลปากรวิชาการ ประจำปี 2562 ครั้งที่ เนื่องในโอกาสคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ม.ศิลปากร ก่อตั้งครบรอบ 15 ปี ที่หอศิลปวัฒธรรมกรุงเทพมหานคร ว่า ประเทศไทยตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง มีความเหลื่อมล้ำในประเทศสูง จะช่วยได้คือ รัฐบาลต้องมีเงินเพื่อไปจัดสวัสดิการให้ผู้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง อย่างไรก็ดี ไทยก็สะดุดขาตัวเองสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เพราะไม่มีธรรมาภิบาลในหลายsector และหลังจากนั้นเราไม่ฟื้นอีกเลย และโลกก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย 

“ตลอด 55 ปีของการพัฒนา เราล้าหลังประเทศอื่นไป 30-40 ปี ทั้งที่เราพัฒนาพร้อมเขา เช่น เกาหลีใต้ เราอยากจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วแต่เราไปไม่ได้ เราต้องการมีรายได้ต่อหัวต่อคนต่อปี12,500 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เทคโนโลยียังไม่สูงพอที่จะทำให้เป้าหมายดังกล่าวไปถึง”

 

รศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวต่อว่า สิ่งดี ๆ ที่ไทยทำได้สำเร็จในช่วง ศตวรรษที่ผ่านมา คือ เราเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงมาตั้งแต่ปี 2554 เราพ้นจากภาพที่มีคนจนสุดยอดเมื่อปี 2533 ในปี 2560เรามีความเป็นเมือง 51% และอีก 30 ปีข้างหน้าจะสูงถึง 80% เรามีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดี ได้แก่ มีไฟฟ้าเข้าถึง 100% เข้าถึงน้ำสะอาด 98% เข้าเรียนมัธยม 77% มีโทรศัพท์ครอบคลุมทั่วประเทศ มีหนี้สาธารณะต่ำ อัตราเงินเฟ้อค่อนข้างต่ำ เป็นฐานผลิตรถยนต์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากกว่า 35 ล้านคน เป็นประเทศน่าลงทุนลำดับในเอเชีย และลำดับ 26 ในโลก  

“ส่วนปัญหาที่ต้องแก้ไขคือ แม้คนของประเทศจะรู้หนังสือ แต่ต่างจังหวัดยังรู้ต่ำ เรามีดัชนีชี้วัดการพัฒนา ICT ต่ำ ต่างประเทศจึงเลือกไปเวียดนาม เราเป็นสังคมผู้สูงอายุซึ่งต้องอาศัยงบประมาณสูงในการดูแลและเงินตรงนี้มาจากภาษีประชาชน ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (GCI) ยังลดลง ขณะที่ประเทศอื่นในเอเชียและแปซิฟิกส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศที่ผ่านมาทรงตัว เราพึ่งรายได้จากภาคการบริการ พวกท่องเที่ยว แต่การบริโภคของนักท่องเที่ยวเป็นการบริโภคของที่ไทยไม่ได้ผลิตเอง มีรายได้เข้าไทยจริง ๆ ไม่มาก นอกจากนี้ขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาของไทยต่ำไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีที่จะเข้ามาปรับระบบการผลิตให้ดีขึ้น” 

ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายทรัพยากรมนุษย์ ทีดีอาร์ไอร์ กล่าวอีกว่า เป้าหมายของประเทศไทยคือ เป็นประเทศที่มีรายได้สูง เพิ่มผลิตภาพซึ่งมาจากคน โดย GDP ควรอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 5% ถึงจะถึงฝั่ง แต่ที่ผ่านตลอดช่วง ปีมานี้เรามาสุดแค่4% เราต้องการมีรายได้ต่อหัวต่อคนต่อปี 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าเราทำให้ GDP ถึง 5% ได้ เราจะได้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในช่วง 20 ปีข้างหน้านี้ ทั้งนี้ เพื่อหนีกับดักรายได้ปานกลางก็ต้องขับเคลื่อนด้วยความรู้เทคโนโลยี 4.0กล่าวคือ ในส่วนเกษตรต้องเป็นเกษตรกรสมัยใหม่ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบการผลิต ด้านอุตสาหกรรมต้องมีคนที่มีความรู้ advance สูงมาก ในการทำพวกหุ่นยนต์อัตโนมัติ ชิ้นส่วนอากาศยาน เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพลังชีวภาพ ขณะเดียวกันระบบขนส่งต้องมียานยนต์สมัยใหม่ ทั้งหมดคือ smart Thailand 4.0 คือความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย

“ที่ผ่านมา รถ คัน คืนเงินให้ประเทศไทยได้แค่ 10% มากที่สุดคือ 20% เราผลิตเยอะแต่ได้กลับมานิดเดียว ในอนาคตจึงต้องทำน้อย ๆ แต่ได้เยอะ ๆ คือ ใช้เทคโนโลยีช่วยโดยสร้างเทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตรเป็นของเราเองด้วย แต่มันมีความยากอยู่เพราะ 40 ปีของการพัฒนา เราสูญหายไปเพราะไม่ได้เก็บสะสมการวิจัยนวัตกรรม ดังนั้นต้องเริ่มเทรนด์คนบนหลักสูตรใหม่ การเรียนการสอนต้องเปลี่ยนหมดเพื่อนำไปสู่ความสามารถในการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมให้สายพานการผลิตเร็วขึ้น หรือเรียกว่า everything is smart ซึ่งจะเป็นได้ก็ต้องสร้าง smart people ที่มีพหุทักษะ จัดการข้อมูลสารสนเทศได้”  



คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)