“ตลาดกิมหยง” ย่านการค้า ผู้ไม่เคยยอมแพ้

15 กุมภาพันธ์ 2556 | อ่านแล้ว 1367 ครั้ง    

“ตลาดกิมหยง” ย่านการค้า ผู้ไม่เคยยอมแพ้

 

“นกน้ำเพลินตา สมิหลาเพลินใจ เมืองใหญ่สองทะเล เสน่ห์สะพานติณฯ ถิ่นธุรกิจแดนใต้”

 

เป็นคำขวัญประจำจังหวัดสงขลา ที่บ่งบอกถึงความโดดเด่นภายในจังหวัดได้เป็นอย่างดี 

 

และคำว่า “ถิ่นธุรกิจแดนใต้...” ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองหาดใหญ่ เมืองแห่งการค้าขาย

 

“ตลาดกิมหยง” ในเมืองหาดใหญ่ เป็นสถานที่ซึ่งนำเสนอความเป็นตัวตนของเมืองนี้ เพราะเป็นจุดนัดพบของสินค้าหลากหลาย มีให้เลือกหนาตาในราคาย่อมเยา

 

เดินไปทางไหนต่างก็เต็มไปด้วยสินค้าที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและมุสลิมอิสลามพากันนำเสนอขายเพื่อเรียกลูกค้า

 

 

ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของที่ต้องนำไปแปรรูปเพื่อการกินหรือแกะทานได้ในทันที  

 

นอกจากนี้ยังมีของเล่น เสื้อผ้า รวมถึงผลไม้หลากชนิดหลายที่มา รวมอยู่ในบรรจุภัณฑ์สีสันดูแปลกตา หีบห่อแทบไม่มีภาษาไทย

 

แม้จะเดินชมเลือกซื้อเท่าไหร่ก็เดินไม่ทั่ว

 

อย่างไรก็ดี ข่าวสารที่เรารับรู้คือเมืองหาดใหญ่ถูกจัดเป็นหนึ่งพื้นที่ความเสี่ยงด้านความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้

 

สถิติที่ผ่านมาพบว่า มีการวางระเบิดสนามบินหาดใหญ่เมื่อ ปี 2547 วางระเบิดหน้าศูนย์การค้าโอเดียน ห้างบิ๊กซี หน้าร้านนิวเชอรี่ ปี 2549 วางระเบิดหน้า ศาลเจ้าท่งเซียเซ้งตึ๊ง ตลาดกิมหยง หน้าบิ๊กซี โรงแรมเจบี โรงแรมการ์เด้นท์โฮม โรงแรมมายเฮาส์ปี 2550 และล่าสุดปี 2555 เกิดเหตุระเบิดที่โรมแรมลีการ์เด้นท์

 

การรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลให้การตัดสินใจไปท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ต้องล้มเลิกลงอย่างที่เคยเป็น ระบบเศรษฐกิจของมหานครแห่งนี้ย่อมหยุดชะงัก หรือลดน้อยลงไป

 

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในเรื่องอุทกภัยที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำอีกด้วย เนื่องจากหาดใหญ่มีลักษณะเป็นเมืองรูปทรงแอ่งกระทะ

 

คนที่นี่รู้ดีว่า ถ้าฝนตกหนักติดต่อกันหลายๆ วัน ก็จะทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงได้ง่าย อย่างที่พบเห็นข่าวเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เป็นประจำ

 

...หากลองคิดเล่นๆ ว่าเปรียบนครหาดใหญ่และตลาดกิมหยงเป็นคน คงเป็นคนที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน

 

ล้มลุกคลุกฝุ่นมาก็มาก

 

เนื้อตัวตามร่างกายมีร่องรอยบาดแผลแห่งความทรงจำ

 

แต่นัยน์ตายังคงฉายแววนักสู้ชีวิต

 

แม้จะล้มสักกี่ครั้ง ก็ยังพร้อมเผชิญกับวันรุ่งขึ้นได้อย่างกล้าหาญ

 

มีครบทุกรสชาติในชีวิต  

 

ผู้เขียนอยู่จังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียงได้กลับไปเยือน ตลาดกิมหยง ณ นครหาดใหญ่ อีกครั้ง แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานหลายปีแล้วก็ตาม สถานที่แห่งนี้กลับยังเหมือนวันวานในความทรงจำเมื่อเยาว์วัย

 

หากแต่ผู้คนดูบางตาลงมาก

 

อาจจะด้วยภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ จนดูเป็นความน่ากลัว ไม่น่ามาเยือน

 

แต่เมื่อลงไปเดินสำรวจดูก็พบว่า ผู้คนที่นี่ยังมีสีหน้า แววตา และรอยยิ้มที่เป็นมิตรเช่นเดิม ...อาจจะดูมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

 

 

ความกลมกลืนในฐานะที่เป็นมนุษย์มีชีวิต เลือดเนื้อ จิตใจเหมือนๆกัน ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนายังคงปรากฏ และดูสุขสงบ ราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายใดมาก่อน

 

เมื่อลองคิดๆดูก็พบว่า บางครั้งการบริโภคข่าวสารจากสื่อมากเกินไป อาจยิ่งสร้างจินตภาพความโหดร้ายในความคิดของเราเอง

 

หรือสื่อเองสร้างความหมายของความเป็นจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่มากเกินกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดจนผลิตซ้ำอย่างถี่ยิบในแง่มุมแบบ “สงคราม” ที่เกิดขึ้นจนทำให้ผู้รับข่าวสารเกิดความหวาดกลัว หวาดระแวง มองโลกในแง่ร้าย

 

คล้ายกับการได้ยินหรือรับฟังเรื่องร้ายๆ ของใครสักคนทุกๆวันว่า เขาเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ ไม่ดีแบบนั้น ไม่ดีแบบนี้ โดยผ่านจากบุคคลอื่นแบบปากต่อปาก  โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา

 

สร้างภาพจินตนาการกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาและคิดว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริง โดยที่ยังไม่มีโอกาสรู้จัก และทำความรู้จัก

 

เฉกเช่นเดียวกันกับตลาดกิมหยง ในวันนี้ที่ยังรอโอกาส ให้ใครอีกหลายคนเปิดใจ ลองสัมผัสด้วยตัวเอง

 

เพื่อเป็นกำลังใจให้ย่านเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้แห่งนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

 

 



เรื่องโดย ชลกาญจน์ ศิริบรรณพิทักษ์ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ศิลปากร รุ่น 1

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)