โฆษณาขยะ?

16 กุมภาพันธ์ 2556 | อ่านแล้ว 1032 ครั้ง    

โฆษณาขยะ?


ในปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่เคยดูโฆษณา เพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็มีแต่การโฆษณาเยอะแยะมากมาย มองไปทางไหนก็มีแต่แผ่นป้ายโฆษณา

 

การโฆษณานั้น มีจุดมุ่งหมายคือต้องการให้ผู้คนจำนวนมากรู้ถึงประโยชน์หรือคุณค่าของสินค้าที่โฆษณา เรียกได้อย่างง่ายๆ ว่าการโฆษณา เป็นการบอกเพื่อให้ทราบหรือรับรู้ และนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือและซื้อสินค้าในที่สุด

 

การโฆษณาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ครอบงำผู้คนในประเทศเกือบจะทั้งหมด ผ่านช่องทางสื่อมวลชน เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ โดยเฉพาะโทรทัศน์ที่มีประสิทธิภาพสามารถเข้าถึงแทบทุกคนในประเทศ

 

รายงานเม็ดเงินโฆษณาจากบริษัท นีลเส็น จำกัด เปิดเผยตัวเลขในอุตสาหกรรมโฆษณาปีที่ผ่านมา เติบโตขึ้นกว่า 8% รวมเม็ดเงินกว่า 87,438 ล้านบาท จากตัวเลขพบว่า อุตสาหกรรมโฆษณามีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าองค์กรต่างๆ ในประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสารการตลาด ที่เรียกว่าโฆษณามากยิ่งขึ้น

 

เพราะการโฆษณานั้น ยิ่งทำมากเท่าไหร่ ผู้บริโภคมีความถี่ที่ได้รับรู้มากเท่าไหร่ ก็เห็นว่าจะทำให้ยอดขายของสินค้าและบริการนั้นๆ มีกำไรมากขึ้นเท่านั้น

 

เพราะผลพวงจากการโฆษณานั้นมีมูลค่า จึงเห็นได้ว่าไม่ว่าจะองค์กรเล็กหรือใหญ่ ล้วนแต่หันมาทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของการโฆษณาด้วยกันทั้งนั้น

 

จุดที่เราจะมาพิจารณาก็คือ เมื่อหลายองค์กรเล็งเห็นความสำคัญของการโฆษณานั้น ทำให้เกิด เอเยนซี่โฆษณาเล็กๆ เพื่อรับออกแบบโฆษณาและความคิดสร้างสรรค์เป็นจำนวนมาก

 

รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยประสบความสำเร็จอย่างมาก จากการส่งประกวดภาพ หรือหนังโฆษณาจนทำให้ วงการโฆษณาในประเทศไทย ติด 1 ใน 5 ของโลก ในแง่มุมของความคิดสร้างสรรค์

 

จนทำให้การโฆษณาของประเทศไทยเป็นที่นิยม และเป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาแข่งขันกับคู่แข่งได้ในด้านของการตลาด นักการตลาดจึงนำโฆษณามาเป็นเครื่องมือในการบอกกล่าวสรรพคุณของสินค้าและบริการของตน และออกแบบโฆษณาออกมาให้มีความน่าสนใจ ตื่นเต้น และเป็นที่พูดถึงในสังคม

 

และนอกเหนือจากการออกแบบแล้ว นักการตลาดยังเล็งเห็นว่า หากผู้บริโภคได้รับสื่อโฆษณาที่ส่งออกไปมากเท่าไหร่ นั่นจะทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำตราสินค้าได้

และนั่นเป็นจุดที่น่าตั้งคำถามว่า มันส่งผลให้การโฆษณาในประเทศไทยมีมากเกินไปจนเหมือนกับเป็นการยัดเยียดให้กับผู้บริโภคหรือไม่

 

ทุกคนย่อมรู้ว่า ณ ปัจจุบัน บ้านเมืองเราเต็มไปด้วยแผ่นป้ายโฆษณาในทุกสถานที่ ทุกซอกทุกมุม จนชาวต่างชาติถึงกับต้องเอ่ยปากว่า ประเทศไทยสกปรกแต่ไม่ได้เป็นเพราะขยะนะ แต่เป็นเพราะแผ่นป้ายโฆษณา

 

เพียงแค่เดินออกมาหน้าบ้าน ก็จะพบเห็นแผ่นป้ายโฆษณาจำนวนมาก เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต อาหารเดลิ-เวอร์รี่ต่างๆ หรือแม้กระทั่ง การให้บริการกำจัดปลวกเสียบไว้ที่รั้วหน้าบ้านเสมอจนชินตา

 

การโฆษณาที่มีมากเกินไป บางครั้งเยอะมากจนกระทั่งรู้สึกว่า มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะไม่ต้องรับสื่อโฆษณาคือ การหลับ

 

เมื่อผู้บริโภคได้รับสื่อโฆษณามากเกินไปจนทำให้เกิดความเบื่อหน่ายและรู้สึกเอียนกับโฆษณา ดังนั้น เหล่าบรรดานักการตลาดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับการกระทำของตน เมื่อผู้บริโภคเบื่อหน่ายกับการโฆษณาแบบเดิมๆ นักการตลาดก็มีกลยุทธ์แบบใหม่ เรียกว่า การโฆษณาแฝง เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแนบเนียน

 

แต่นักการตลาดทราบหรือไม่ว่า ในปัจจุบันผู้บริโภคฉลาดขึ้นและไม่ได้หลงกลไปกับกลยุทธ์ของนักการตลาด ทำให้ผู้บริโภคยิ่งเบื่อหน่ายกับการโฆษณาแฝงมากขึ้นไปอีก

 

ผู้บริโภครู้สึกเบื่อหน่ายกับโฆษณาแฝงที่มาตามละครหลังข่าวที่เฝ้าติดตาม จึงลองหันไปดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ เสียเงินค่าที่นั่งเพื่อเข้าไปชมอย่างสบายใจไม่มีการโฆษณาคั่นให้เสียอรรถรสในการชม แต่ก่อนจะได้ดูภาพยนตร์ที่ต้องการ  ก็ต้องเสียเงินเพื่อนั่งดูโฆษณาราวครึ่งชั่วโมงไปโดยปริยาย

 

ผู้บริโภคจำต้องโดนเหล่าบรรดานักการตลาดบังคับให้รับสื่อโฆษณาแบบจำยอม 

 

การสร้างสรรค์โฆษณาของเหล่านักการตลาด ที่ต้องการให้ผู้บริโภคเห็นบ่อยๆ ทำสื่อหลากหลายรูปแบบเพื่อครอบคลุมทุกการมองเห็น เพิ่มการรับรู้ และนำมาซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นของสินค้าและบริการของตนในที่สุด บางครั้งอาจไม่ได้เกิดผลดีเสมอไป

 

แต่นักการตลาดก็ยังพยายามหาวิธีสอดแทรกโฆษณาหลากหลายวิธีการเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสื่อโฆษณาแบบไม่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกระคายเคือง

 

บางทีนักการตลาดอาจจะต้องพิจารณาอีกครั้งว่า ผู้บริโภคชาวไทยสนใจที่จะซื้อสินค้าเมื่อได้รับโปรโมชั่นสุดคุ้มราคาพิเศษ หากนักการตลาดลองลดงบประมาณการทำโฆษณาลง และนำงบนั้นไปเพิ่มปริมาณสินค้าให้มากขึ้นมากกว่าเดิม นั่นก็สามารถเรียกร้องความสนใจของผู้บริโภคได้เช่นกัน

 

และคงไม่ใช่ใช้การโฆษณามาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสะกดจิตให้ซื้อสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียว

 

 



เรื่องโดย ปรียานุช เกียรติศักดิ์ทวี ไอซีที นิเทศศาสตร์ ศิลปากร รุ่น 2

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)