สื่อกระแสหลัก...สื่อกระแสต่าง

5 กุมภาพันธ์ 2556 | อ่านแล้ว 2263 ครั้ง    

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.bettoffice.com/framing/

 

สื่อกระแสหลัก...สื่อกระแสต่าง / ชวัลนารถ ศรีชวนะ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ปี 2 ศิลปากร

 

การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมขับไล่รัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม (อพส.) นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้ายเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งถูกหยิบยกออกมาพูดเพียงชั่วข้ามคืน

 

ต่างมีความคิดเห็นกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ใคร...ผิดกันแน่ ?

 

เมื่อดูจากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์จากหลากหลายสำนัก พบว่า ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 มีการกำหนดกรอบของเหตุการณ์นี้แตกต่างกัน

 

ดยพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์สื่อกระแสหลักแต่ละฉบับ ที่นำมาเปรียบเทียบเอาไว้นั้น ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า...เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เดียวกัน แต่ทำไม สื่อจึงเลือกที่จะมองและเสนอคนละแบบกัน ?

 

จากการนำเสนอข่าวการปะทะการชุมนุม ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลุ่มผู้ชุมนุม ในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ เมื่อนำทั้งหมดมาเปรียบเทียบกัน ทำให้นักวารสารศาสตร์ นักวิชาการ หรือแม้แต่ผู้อ่าน สามารถมองเห็นแง่มุมการนำเสนอ ที่มีความแตกต่างในการให้น้ำหนักของข่าว ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจน

         

อย่างกรณีการพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ มติชนและ ข่าวสดมีความหมายที่ค่อนข้างจะให้น้ำหนักเชิงลบไปทางฝั่งผู้ชุมนุม

         

ขณะที่หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ กับ เดลินิวส์หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์เก่าแก่อย่าง สยามรัฐหนังสือพิมพ์ในเครือเนชั่นอย่าง คมชัดลึกและ แนวหน้า ที่พาดหัวข่าวแบบเอนเอียง และให้น้ำหนักไปทางกลุ่ม เสธ.อ้ายและโจมตีฝ่ายรัฐว่า มีการใช้ความรุนแรงเข้ามาปะทะกับม็อบ พร้อมกับชูวาทกรรมในทางเชิดชูว่า ไม่ยอมให้ใครมาตาย

 

 

แต่พาดหัวข่าวที่ถือว่ามีกระชากอารมณ์ที่สุด และมีจุดยืนที่ค่อนข้างชัดเจน คงหนีไม่พ้นกรณีการพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ที่พาดหัวข่าวด้วยประโยคสั้นๆ แต่บ่งบอกถึงการประณาม โดยใช้คำว่า ทรราชพาดพิงไปถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการปะทะกับผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคง

         

จากดีกรีการพาดหัวข่าวอันร้อนแรงของ ไทยโพสต์ที่ลดระดับลงมา (นิดนึง) กับสำนักพิมพ์ บ้านเมืองกับพาดหัวข่าว ตร.ใช้แก๊สน้ำตาถล่มม็อบ หลังปะทะเดือดซึ่งได้กล่าวถึงมาตรการในการปะทะกับผู้ชุมนุม โดยใช้แก็สน้ำตาในการสลายม็อบ หลังจากที่มีการปะทะกันเกิดขึ้น

 

ในขณะเดียวกัน...การพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ ที่มีสุ้มเสียงการสนับสนุนให้ออกมารวมตัวกันชุมนุมอีกครั้งนั้น จะปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์และ กรุงเทพธุรกิจซึ่งกล่าวในทำนองที่แม้จะมีการยอมแพ้จนประกาศยกเลิกการชุมนุมไปแล้ว แต่ถึงกระนั้น การชุมนุมอาจจะยังมีต่อในครั้งหน้าก็เป็นได้                                                                                

 

จากการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์แต่ละสำนักข่าวนั้น...ค่อนข้างที่จะเทไปทางฝ่ายของแกนนำแช่แข็งอย่าง เสธ.อ้ายกับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่สนับสนุนการแช่แข็ง มากกว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งโดนพาดพิงถึงการทำงานเกินกว่าเหตุอย่างชัดเจน

 

การพาดหัวข่าวที่ให้มุมมองแตกต่างกันนั้นในทฤษฎีด้านสื่อมวลชนทฤษฎีหนึ่งมีการพูดถึงเรื่องนี้ซึ่งเรียกว่า การกำหนดกรอบ (Framing)” ว่าเป็นเรื่องของการสร้างกรอบให้กับเหตุการณ์ใดๆ เพื่อให้ผู้รับสารทำความเข้าใจ และรับรู้ ตามกรอบที่ถูกสร้างขึ้น

 

โดยสื่อกำหนดเนื้อหาและวิธีการนำเสนอว่า หัวข้อนั้น ผู้อ่าน หรือผู้รับสารควรสนใจประเด็นไหน อย่างไร และควรจะจดจำมันอย่างไร

 

ความเป็นกลางในการทำงานข่าวของนักวารสารศาสตร์นั้น...ทุกวันนี้ แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจว่าเป็นไปตามความหมายของความเป็นกลางแบบง่ายๆ เลยว่า ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง  

 

แต่ในความเป็นจริง การเสนอข่าวโดยเฉพาะพาดหัวข่าว มีการสร้างความหมายให้กับปรากฏการณ์แบบหนึ่งแบบใดเสมอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล จุดยืนทางการเมือง การสร้างความหวือหวาเพื่อการขายกลุ่มผู้อ่านของตนเอง

 

พาดหัวข่าวจึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนพรหมแดนแห่งการแย่งชิงการสร้างนิยามความหมายให้กับเรื่องใดๆ ที่ดุเดือด โดยเฉพาะในเรื่องการเมืองยุคที่ประชาธิปไตยบ้านเรายังไม่ลงหลักปักฐานดังเช่นทุกวันนี้  

**ขอขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1353818720&grpid=01&catid=01

                 

 



คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)