อย่าทิ้งกัน...ในวันที่ไม่ (น่า)รักเหมือนเดิม

5 กุมภาพันธ์ 2556 | อ่านแล้ว 5257 ครั้ง    

 

 

ขอบคุณภาพจากwww.facebook.com/พลพรรครักหมารังสิตคลอง12


อย่าทิ้งกัน...ในวันที่ไม่ (น่า) รักเหมือนเดิม

 

เพื่อนสี่ขาแสนรู้อย่างสุนัข นับเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักอันดับต้นๆที่คนส่วนใหญ่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา


แต่เมื่อคราวที่เพื่อนสี่ขาคู่ใจเริ่มแก่ตัวลง โดยที่วันเวลาไม่สามารถคงความน่ารักนั้นไปได้ตลอด การทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใยจึงเป็นสิ่งที่มีให้เห็นกันเป็นนิจในสังคมปัจจุบัน


ณิชกมล เตชะงามสุวรรณ หรือ แจน นักบัญชีสาววัย
35 ปี เธออุทิศตัวเพื่อช่วยเหลือดูแลสุนัขจรจัดที่ถูกทอดทิ้ง โดยเธอจะใช้เวลาว่างจากงานประจำของเธอ คือการเป็นนักบัญชีที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อมาดูแลสนัขจรจัดที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้

คุณแจนเล่าว่า เธอเริ่มต้นการเข้ามาเป็นจิตอาสาดูแลสุนัขจรจัด จากการอ่านกระทู้ในเว็บพันทิป ห้องจตุจักร โดยห้องนี้จะเป็นห้องที่คนเข้ามาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องสัตว์เลี้ยง และมีคนมาโพสต์กระทู้เรื่องสุนัขจรจัดที่บาดเจ็บเนื่องจากโดนรถชนเอาไว้ เธอรู้สึกสงสารจึงเข้าไปดูแลและรักษาพยาบาลสุนัขตัวนั้นจนหายดี


“แจนดูแลเขา ช่วยเขากายภาพบำบัดจนเขาเดินได้ รวมเวลาแล้วก็ประมาณหกเดือน พอเห็นเขาหายเจ็บ แค่เขาเริ่มเดินได้ แจนก็ดีใจมากแล้ว สิ่งแรกที่แจนรู้สึกก็คือ สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดนี้มันคุ้มค่าจริง”


ด้วยจุดเริ่มต้นจากความสงสารสุนัขที่โดนรถชน ทำให้คุณแจนเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เพื่อดูแลสุนัขจรจัดอย่างเต็มตัว โดยการใช้เวลาว่างจากการทำงาน ในวันเสาร์-อาทิตย์ มาดูแลสุนัขจรจัดที่สถานพักพิงสุนัขจรจัด รังสิตคลอง
12 จังหวัดปทุมธานี     


หากใครมีเวลาว่าง อยากให้ลองแวะไปสถานพักพิงสุนัขจรจัด รังสิตคลอง
12 จังหวัดปทุมธานีแห่งนี้ ที่นี่คุณจะได้พบกับเหล่าบรรดาน้องหมาที่ถูกทิ้งให้กลายเป็นสุนัขจรจัดอยู่ประมาณ 300 กว่าตัว บ้างก็อยู่ในกรง บ้างก็เดินกันกระจัดกระจายกันไป


เมื่อเจ้าแสนรู้เห็นผู้คนเข้ามา มันต่างก็ส่งเสียงร้องดังระงมพร้อมกระดิกหางไปมาด้วยความยินดี


น้องหมาเหล่านี้ มีทั้งที่พิการ บาดเจ็บหรือถูกทำร้ายมา ซึ่งคุณแจนเล่าว่า เธอจะเป็นผู้ช่วยดูแลรักษา ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อีกสามคน  


“สุนัขที่อยู่ที่นี่เขาน่าสงสารนะ บางตัวก็พิการเดินไม่ได้ บางตัวก็ตาบอด บางตัวถึงกับโดนน้ำกรดราดมาก็มี ถ้าเขาพูดได้ เค้าคงถามนะว่ามาทำร้ายเขาทำไม แจนว่านะ สุนัขพวกนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก เขาก็แค่อยากมีบ้าน อยากมีที่หลบแดดหลบฝน มีข้าวกินก็เท่านั้น” คุณแจน บอก


โดยภารกิจหลักๆ ที่คุณแจนทำเป็นประจำเมื่อไปเยี่ยมเหล่าบรรดาน้องหมา นั่นก็คือ การให้อาหาร ช่วยอาบน้ำ  ทำความสะอาด และคอยดูแลตัวที่บาดเจ็บเท่าที่จะทำได้ 


“ตอนนี้มีคนไทยในออสเตรเลีย เขารู้เรื่องสุนัขจรจัดมาจากเฟสบุ๊คที่แจนตั้งขึ้น เค้าก็พยายามช่วยเหลือ ด้วยการบริจาคยารักษาโรคสำหรับสุนัขมาจากออสเตรีย ซึ่งเขาก็ยังช่วยบริจาคอยู่สม่ำเสมอ  ซึ่งแจนถือว่าเพียงแค่นี้ก็ดีมากๆแล้ว แจนอยากให้ทุกคนช่วยกัน ใครมีกำลังทรัพย์พอจะช่วยก็ช่วย แต่ถ้าใครไม่มี ก็ช่วยเป็นแรง ช่วยกันแบ่งเวลาซักคนละเล็กคนละน้อย มาคอยดูแลเค้าบ้าง เล่นกับเค้าบ้าง แค่นี้ก็จะช่วยให้เค้ามีความสุขมากขึ้นได้ ในชีวิตเค้า เค้าก็คงต้องการแค่นี้เอง”
 


ทุกวันนี้ที่สถานพักพิงสุนัขจรจัด สุนัขเหล่านี้จะได้กินข้าวเพียงวันละมื้อเท่านั้น เนื่องจากอาหารมีปริมาณไม่เพียงพอกับจำนวนสุนัขทั้งหมด เสาร์-อาทิตย์คุณแจนจะนำอาหารที่เธอซื้อเองบ้าง และรับบริจาคมาบ้างมาให้สุนัขเหล่านี้ และเธอก็จะมาช่วยอาบน้ำ ตัดขน และดูแลสุนัขที่ป่วย เธอบอกว่าสิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงเท่านี้ แต่เธอก็อยากทำมันไปเรื่อยๆ เพราะสงสารสุนัขที่ถูกทิ้งเหล่านี้นั่นเอง

 

“ตั้งแต่แจนเข้ามาดูแลสุนัขจรจัดพวกนี้นะ แจนมีแต่เสีย เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา เสียความรู้สึกด้วยเวลาเห็นเข้าโนทำร้ายมา แต่สิ่งที่ทำให้แจนทำตรงนี้อยู่ได้ก็คือแจนเห็นพวกเค้ามีความสุขขึ้น เวลาแจนไปหา พวกเค้าจะรับรู้ได้ พวกเค้าดีใจเวลาเห็นแจน แค่เห็นเค้ามีความสุขตามสมควรกับชีวิตเค้า เท่านั้นแจนก็พอแล้ว” คุณแจนเล่าด้วยแววตาเป็นประกาย


“สุนัขเป็นเพื่อนเรา มีจิตใจมีความรู้สึก เราเลี้ยงเค้าแล้ว ก็ควรดูแลเค้าไปให้ตลอด ไม่ใช่ว่าพอเค้าไม่สวยไม่น่ารักแล้ว เราก็ทิ้ง ปล่อยให้เป็นภาระของสังคม แจนว่ามันไม่ถูกต้อง เราควรช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่กำจัด”


ทุกวันนี้ยังขาดอาสาสมัครที่จะมาช่วยดูแลสุนัขจรจัดเหล่านี้อีกมาก คุณแจนอยากให้ทุกคนในสังคมช่วยกัน ร่วมมือกัน ดูแลสุนัขจรจัดเหล่านี้ เธอบอกว่าสุนัขจรจัดเหล่านี้ เราสามารถช่วยกันทำให้เป็นสุนัขชุมชนได้ด้วยการช่วยกันดูแล ให้ที่พักพิงและอาหารแก่เค้าบ้าง ถ้าทุกฝ่ายช่วยกัน ร่วมมือร่วมใจกัน ปัญหาสุนัขจรจัดก็คงสามารถแก้ไขไปได้โดยไม่ยากนัก


การทอดทิ้งเพื่อนที่ซื่อสัตย์ยามที่เค้าไม่น่ารัก น่าเอ็นดูแล้ว คงเป็นสิ่งที่โหดร้ายทารุณเกินไป ดังนั้นการจะเลี้ยงสุนัขซักตัวหนึ่ง เราคงควรต้องคิดไว้เสมอว่า
 ถ้าเราคิดจะเลี้ยงเค้าแล้ว ก็ควรเลี้ยงไปตลอดทั้งชีวิตของเค้า เพื่อที่จะไม่เป็นการทำร้ายสุนัขเหล่านี้ และไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่สังคม 



เรื่องโดย ญาดา หริรักษาพิทักษ์ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ศิลปากร ปี 4

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)