เสียงถึงว่าที่ผู้ว่ากทม. ตอนที่ 2 …พื้นที่สีเขียวกับปอดคนกรุง

11 กุมภาพันธ์ 2556 | อ่านแล้ว 4730 ครั้ง    

เสียงถึงว่าที่ผู้ว่ากทม. ตอนที่ 2 พื้นที่สีเขียวกับปอดคนกรุง

เมื่อเร็วๆนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจเรื่อง “พื้นที่สีเขียว” ในเมืองใหญ่ต่างๆ ซึ่งพบว่ากรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ สิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวในเมืองประมาณ
66 ตารางเมตรต่อคน


ขณะที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูง แต่ก็มีพื้นที่สีเขียวประมาณ
38 ตาราเมตรต่อคน


หรือกรุงโตเกียวในประเทศญี่ปุ่นที่ยอมรับว่ามีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองก็มีพื้นที่สีเขียว
12 ตารางเมตรต่อคน


แต่กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทย กลับมีพื้นที่สีเขียวเพียง
3 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งต่ำกว่าที่องค์กรอนามัยโลกได้กำหนดไว้ที่ 9 ตารางเมตรต่อคน  


ปัญหาดังกล่าวเกิดจากจำนวนประชากรที่เข้ามาทำงานเพื่อหาโอกาสในการทำมาหากินเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น


พื้นที่ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯก็ถูกนำมาทำเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน สถานประกอบการอยู่อย่างแออัด


ผู้บริหารกรุงเทพมหานครที่ผ่านๆมา แม้จะดูเสมือนว่าให้ความสนใจในการทำให้ผู้คนที่เข้ามาอาศัยในเมืองนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้มากนัก


อย่างกรณีนี้ก็ส่งผลให้ปัญหามลพิษทางอากาศกลายเป็นปัญหาคุกคามคุณภาพชีวิตของประชากรเมืองกรุง


ข้อมูลจากสำนักการแพทย์กรุงเทพมหานครปี
2548-2554 พบว่า คนกรุงเทพฯมีปัญหาด้านสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจไม่ว่าจะเป็นโรคหอบหืด หรือภูมิแพ้สูงขึ้นทุกปีโดยเฉลี่ยปีละประมาณ 20,000 – 30,000 คน


สาเหตุปัญหาด้านสุขภาพนี้ก็เป็นผลมาจากมลพิษทางอากาศซึ่งมาจากท่อไอเสียของผู้ใช้รถยนต์ทุกๆคันไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้อยู่เดิมหรือผู้ใช้รายใหม่


นอกจากความรู้ทั่วไปที่ว่าท่อไอเสียจะปล่อยก๊าซคาบอร์นมอนนอกไซด์ที่เป็นมลพิษแล้ว ยังมีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน
10ไมครอน ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยสำคัญให้เกิดโรคทางเดินหายใจ


และคนนั่งรถเมล์ต้องสูดกันอยู่ทุกๆวัน

 

การขาดแคลนพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยกรองอากาศเสียไม่เพียงทำให้เกิดปัญหาด้านมลพิษ หรือด้านสุขภาพเท่านั้น


แต่ยังหมายถึงการที่สภาพอากาศในกรุงเทพมหานครมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ปีละ
4-5 องศาเซลเซียส จนกรุงเทพมหานครมีสภาพกลายเป็นเกาะร้อน


แผนแม่บทที่ว่าด้วยการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนของกรุงเทพมหานครเมื่อปี
2550-2555 โดยให้มีการปลูกต้นไม้เพิ่มในเขตพื้นที่กลับไม่ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ ทำให้การปลูกต้นไม้ของกรุงเทพมหานครไม่เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ


ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ
IUCN มองว่ากรุงเทพมหานครมักอ้างว่า กรุงเทพมีต้นไม้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่กลับไม่สามารถลดมลพิษทางอากาศได้ ก็เป็นผลมาจากกรุงเทพมหานครจัดปลูกต้นไม้ประดับมากกว่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ หรือจัดสวนสาธารณะกระจายทั่วกรุงเพื่อฟอกอากาศอย่างแท้จริง


เห็นได้ว่าโดยการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครยังคงเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและตรงจุด เป็นผลให้ปัญหายิ่งพอกพูนสาหัสขึ้นทุกวัน  


อีกปัญหาหนึ่งที่คนอาจมองข้ามไปคือการตัดต้นไม้จากการไฟฟ้านครหลวงเพื่อรักษาความปลอดภัยไม่ให้กิ่งก้านของต้นไม้ไม่ให้ไปโดนสายไฟ


แต่สายไฟที่ระโยงระยางอยู่บนเสาไฟนั้นก็เป็นปัญหาความสุ่มเสี่ยงความปลอดภัยและทัศนียภาพ


แม้บรรดาผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายคนที่กำลังแข่งขันกันหาเสียงเรียกคะแนนในขณะนี้ต่างหยิบยกเรื่องพื้นที่สีเขียวขึ้นเป็นประเด็นหนึ่งในการหาเสียง


หลายคนพูดถึงมาตรฐานเมืองน่าอยู่ว่า ควรมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย
30 ตารางเมตรต่อคน


อย่างไรก็ดี บรรดาปัญหาต่างๆที่กล่าวไปนั้นต่างเชื่อมโยงกัน


การจะดำเนินการแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งเพียงปัญหาเดียวโดยไม่มองให้รอบด้านจึงไม่ได้


เมื่อแก้ปัญหาหนึ่งไป ปัญหาใหม่ที่เชื่อมโยงกันก็จะตามมา การแก้ปัญหานี้จึงควรเป็นไปอย่างมีระบบมีการวางแผน


ทำอย่างไรจะสร้างเงื่อนไขเพื่อให้ลดการใช้รถยนต์


กทม.ร่วมกับตำรวจสามารถเข้มงวดเรื่องพื้นที่จอดรถได้หรือไม่


การเพิ่มสวนสาธารณะตามพื้นที่ต่างๆโดยใช้การปรับพื้นที่โดยไม่ต้องเวนคืน


การปลูกต้นไม้ใหญ่บริเวณทางเท้าหรือเกาะกลางถนนที่คำนึงไปถึงพื้นที่ใช้สอยและความปลอดภัยเกี่ยวกับสายไฟ


การคำนึงถึงความปลอดภัยในเวลากลางคืนที่เกิดจากการเปิดสวนสาธารณะแต่ไฟส่องสว่างกลับไม่เพียงพอจนอาจนำมาซึ่งอาชญากรรมต่างๆ  


จะทำให้ผู้คนที่มาอยู่ร่วมกันในเมืองใหญ่ อยู่แบบยอมรับกันได้ ไม่ชี้นิ้วโทษกัน ไม่ผลักไล่ไสสงกันอย่างไร


ดังนั้นว่าที่ผู้บริหารกรุงเทพฯควรแสดงวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และแผนแม่บทอย่างจริงจัง ที่สามารปฏิบัติได้จริง และเกิดประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ของคนกรุง  


เพราะประชาชนต้องได้รับการประกันถึงคุณภาพชีวิตที่ดี


อนาคตกรุงเทพที่มีต้นไม้เขียวขจีคงเป็นจริงได้หากกรุงเทพมหานครจะเริ่มแก้ปัญหาอย่างจริงจังเสียที


ไม่เช่นนั้นเลือกเข้ามาแล้วแต่ทำให้เห็นจริงไม่ได้ คนเขาก็จะไม่เลือกอีก  



เรื่องโดย น.ส.ปิยดา สาครินทร์ ไอซีทีนิเทศศาสตร์ ศิลปากร ปี 2

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)