อึ้ง! ร.ร.จัดหนัก ทวงค่าเทอมโหด ส่งจม.-เรียกพบ-ประจาน“ไม่จ่าย-ไม่จบ”

23 มกราคม 2562 | อ่านแล้ว 403 ครั้ง    


เรียนฟรีไม่มีจริง ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ สำรวจพบโรงเรียนทวงค่าเทอมโหด เริ่มตั้งแต่ระดับเบา ส่งจม.เตือน–โทรศัพท์ทวงถาม เขียนชื่อประจานหน้าห้อง หนักสุด “ไม่จ่าย-ไม่จบ” ฝ่าย ผอ.เล่นคำ ไม่ได้เก็บค่าเทอม แต่ขอค่าระดมทรัพยากร สพฐ. ยอมรับของฟรีไม่มีในโลก

 

หนังสือพิมพ์ลูกศิลป์สุ่มสำรวจมาตรการเก็บค่าบำรุงการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ 72 แห่งทั่วประเทศ พบมีพฤติการณ์ทวงค่าบำรุงการศึกษา หรือค่าเทอมกว่า 10 รูปแบบ ได้แก่ ส่งจดหมาย โทรศัพท์ทวงถาม เขียนชื่อบนกระดาน ครูเรียกพบ แนะนำให้ทำหนังสือผ่อนผัน ให้ผ่อนจ่าย ให้ทุนการศึกษา ให้กู้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) กดดันทางอ้อมโดยให้คะแนนเพิ่มเป็นแรงจูงใจให้จ่ายเร็ว และมาตรการขั้นสุดท้าย หากไม่จ่าย ไม่ออกเอกสารจบการศึกษาหรือใบจบ

 

จากแบบสำรวจออนไลน์ของหนังสือพิมพ์ลูกศิลป์ ถามนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา 72 แห่ง ทั่วประเทศ แบ่งเป็น ภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงใหม่ น่าน พะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ภาคกลาง คือ จังหวัดนครสวรรค์ อยุธยา อ่างทอง ภาคใต้ คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง และจังหวัดระนอง รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ และพื้นที่ปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ระหว่างวันที่ 10 กันยายน ถึง 5 พฤศจิกายน 2561 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 296 คน พบว่าทุกโรงเรียนที่สุ่มสำรวจ มีการเรียกเก็บค่าเทอม โดยใช้ชื่อว่าค่าบำรุงศึกษาหรือค่าระดมทรัพยากร

 

นักเรียน-ผู้ปกครอง เผย “ไม่จ่าย-ไม่จบ”

 

ตอนเรียน ม.6 เคยค้างค่าเทอมไว้ โรงเรียนเลยไม่ให้ใบเกรดให้ พอจะไปเรียนต่อก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องออกมาทำงานเป็นสตาฟอีเว้นท์รายวัน กว่าจะหาเงินไปจ่ายได้ก็ผ่านไปแล้ว 4 ปีนางสาวชนกสุดา เหมาะรัต อดีตนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ เล่าประสบการณ์ตรงที่พบมากับตนเอง

 

เช่นเดียวกับ นางสาวนฤพร วิศวะประทีบ ศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมชื่อดังในจังหวัดสมุทรปราการ ยืนยันตรงกันว่า ถ้าใครไม่จ่ายเวลาเรียนจบโรงเรียนจะไม่ออกใบจบให้ และบางห้องถ้าใครจ่ายเร็ว จะได้คะแนนเพิ่มในวิชาที่ครูประจำชั้นสอน

 

ด้านนางอรชร วัจวาทิน ผู้ปกครองของนักเรียนรายหนึ่ง ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ต้องหาเงินกว่าปีละ 2 หมื่นบาท มาจ่าย สำหรับค่าเทอมของลูก 2 คน หากไม่จ่ายลูกก็บอกว่าอายเพื่อน เพราะครูทวงเงินในห้องเรียน

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 บัญญัติให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ขณะที่ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษา พ.ศ. 2554 เปิดช่องให้สถานศึกษาในสังกัด สามารถเก็บเงินบำรุงการศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนนอกหลักสูตรได้ เช่น โครงการพัฒนาทักษะตามความถนัดของนักเรียนนอกเวลาเรียน ค่าจ้างครูชาวต่างประเทศ ค่าตอบแทนวิทยากรภายนอก      ค่าเรียนปรับพื้นฐานความรู้ ภายใต้หลักเกณฑ์และความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน

 

ร.ร.อ้างงบฯไม่พอ-ต้องเก็บเพิ่ม

 

นางเพลินใจ พฤกษชาติรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรนิเวศ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้เงินเฉลี่ยรายหัวได้น้อย จึงต้องเรียกเก็บเงินค่าเทอมจากผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนได้แจ้งกับผู้ปกครองแล้วว่า โรงเรียนมีภาระต้องใช้จ่าย ดังนั้นหากเกิดกรณีนักเรียนค้างค่าเทอมนาน 3 ปี นักเรียนไม่สามารถมาขอใบจบจากทางโรงเรียนได้

 

ในขณะที่นางสาวสาวิตรี แก้วคำรอด เจ้าหน้าที่งานระดมทรัพยากร โรงเรียนไทรน้อย เปิดเผยว่า โรงเรียนจะทำหนังสือแจ้งผู้ปกครองให้ทราบว่าค่าบำรุงการศึกษาเท่าไร กำหนดวันชำระเงิน หากมีนักเรียนรายใดไม่มีเงินมาชำระค่าเทอมในวันที่กำหนด โรงเรียนจะให้มีมาตรการผ่อนผันให้ เช่น การผ่อนจ่าย และหากใกล้สิ้นเทอม นักเรียนยังไม่ชำระก็จะส่งจดหมายแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ  

 

เช่นเดียวกับ นายนราพร หนูเผือก อาจารย์ที่ปรึกษาโรงเรียนวัดดุสิตาราม กล่าวว่า หากใครไม่พร้อมจ่ายให้เขียนใบผ่อนผัน หลังจากประชุมผู้ปกครอง โดยสามารถกำหนดวันจ่ายได้เอง พรอ้มกับจำนวนเงินในการแบ่งจ่ายแต่งวด ซึ่งปีการศึกษาล่าสุดมีผู้ขอผ่อนผัน 100 กว่าคน


นายรังสิมันต์ ยาละ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย กล่าวว่า เหตุที่ต้องเรียกเก็บค่าบำรุงการศึกษา เพราะงบประมาณที่รัฐสนับสนุนให้ไม่เพียงพอ หากอยากได้รับการศึกษาที่ดีขึ้น นักเรียนในฐานะเป็นผู้ใช้บริการจึงต้องร่วมจ่าย แต่ทางโรงเรียนก็มีนโยบายในการช่วยนักเรียนยากจน และค้างค่าเทอม ด้วยการให้ทุนการศึกษา ให้ผ่อนผัน และมีให้กู้ยืม กยศ. ในระดับมัธยมปลาย

 

นายกฤษฎิ์ฏิพล ศิริวรขันธุ์  รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม กล่าวว่า หากต้องการให้โรงเรียนพัฒนา จะต้องมีการเก็บค่าระดมทรัพยากรเพิ่ม เพราะงบที่รัฐให้มาไม่เพียงพอ ซึ่งแต่ละปีจะมีเด็กร้อยละ 30–40 ที่ขอผ่อนผัน เพราะผู้ปกครองฐานะยากจน  

 

สพฐ.ได้รับจัดสรรงบอุดหนุนเรียนฟรี 7%

 

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวไทยพับลิก้า รายงานว่า ปี 2561 กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณมากอันดับที่ 1 คือ กระทรวงศึกษาธิการ 510,961.81 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.6 ของงบประมาณทั้งหมด หากเปรียบเทียบกับปีก่อนลดลง 3,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2561 รัฐจัดเงินสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 36,230 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.1 จากงบประมาณทั้งหมดที่กระทรวงได้รับจัดสรร แบ่งเป็นเงินอุดหนุนรายหัวต่อปีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3,500 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 3,800 บาท ต่อปี ขณะที่จำนวนนักเรียนปีการศึกษา 2561 มี 6,945,488 คน แบ่งเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา 2,805,053 คน

 

เล่นคำ“ค่าระดมทรัพยากร” ไม่ใช่ค่าเทอม

 

นายพินิจ เพ็ชรดารา อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวถึงประเด็นการเรียกเก็บค่าบำรุงการศึกษาว่า โรงเรียนไม่มีการเรียกเก็บค่าเทอม แต่ขอเก็บค่าระดมทรัพยากรในค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าห้องเรียนปรับอากาศ หรือค่าจ้างครูชาวต่างชาติ 

 

“ไม่มีการเก็บค่าเทอมเพราะเป็นนโยบายเรียนฟรี และโรงเรียนไม่บังคับในเรื่องการจ่ายค่าระดมทรัพยากร เพราะต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน  หากผู้ปกครองคนใดไม่ประสงค์จะจ่ายค่าระดมทรัพยากร สามารถขอยกเว้นไม่จ่ายได้ ซึ่งแต่ละเทอมมีผู้ปกครองขอไม่จ่าค่าระดมทรัพยากรประมาณ 10 คน ขณะที่โรงเรียนให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กยากจน 50-60 ทุนต่อปี” นายพินิจกล่าว

 

สพฐ.ยอมรับ “เรียนฟรีไม่มีจริง”

 

นายกิตติ สุทธิจิตไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า จำนวนเงินที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผู้ปกครองต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมด้านการเรียนการสอนในแต่ละภาคเรียน อยากชี้แจงว่า ของฟรีไม่มีในโลก เรียนฟรีไม่มีจริง แต่นโยบายเรียนฟรีที่ออกมานั้น รัฐบาลจะจัดงบประมาณสนับสนุนเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง หากมีการเรียกเก็บจะไม่เกิน  1,500 บาท ถ้ามากกว่านั้นต้องเป็นความสมัครใจของผู้ปกครอง ส่วนเรื่องการไม่ให้นักเรียนเข้าสอบ หรือไม่ออกใบจบให้หากค้างค่าบำรุงการศึกษานั้น โดยส่วนตัวไม่ทราบ เพราะหลักการเมื่อเรียนจบก็ต้องได้ใบจบ ส่วนเงินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนักเรียนยากจนสามารถขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนได้ เมื่อนักเรียนเรียนจบ โรงเรียนไม่สามารถปฏิเสธไม่ออกใบจบได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง ขอให้ร้องเรียนมายังสพฐ.พร้อมให้การช่วยเหลือ 

 

ด้านนายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการแนะแนว สพฐ. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองต้องเข้ารับฟังการประชุมและตกลงให้ตรงกันเรื่องการจ่ายเงินสนับสนุนหรือเงินบำรุงการศึกษาหลักสูตรพิเศษต่างๆ เมื่อโรงเรียนทวงถาม หากไม่มีเงิน หรือผู้ปกครองไม่ประสงค์จะจ่าย ต้องให้แจ้งโรงเรียนทราบเพื่อทำการตัดชื่อนักเรียนออกและไม่ให้เข้าเรียนในรายวิชานั้น ๆ เช่น วิชาคอมพิวเตอร์ หรือภาษาอังกฤษที่ครูชาวต่างชาติ



เรื่องและภาพโดย นักศึกษาวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้นปีที่ 3 รุ่น 10

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)