เด็กวงโยฯ

22 มีนาคม 2556 | อ่านแล้ว 4513 ครั้ง    

 เด็กวงโยฯ

 

ท่ามกลางห้องเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่ง เสียงอึกทึกโวยวายดังสนั่นห้องในช่วงเวลาเปลี่ยนคาบเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ต่างจับกลุ่มบริเวณหลังห้อง พูดคุยเรื่องละครหลังข่าวเมื่อคืนกันอย่างออกรส บางส่วนเลือกที่จะพูดคุยเรื่องการสอบที่กำลังจะใกล้เข้ามาถึง

 

มีเพียงหนึ่งหรือสองที่นั่งฟังอยู่อย่างเงียบๆ ไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าวเพราะกลับบ้านไปไม่ทันดูหรืออาจยังไม่ได้เริ่มแตะหนังสือก็ตามที พวกเขาคือเด็กที่มีชีวิตแตกต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างสิ้นเชิง

 

เสียงแตรหลากหลายชนิดและกลองใหญ่ดังกระหึ่มแลฟังไม่เป็นทำนองอยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน จนคนบริเวณนั้นชินตาและชินหูไปเสียแล้ว

 

เสียงมันดังมาก แต่พวกเขาดูตั้งใจซ้อมกันดี แต่ก็มีคนบ่นๆอยู่บ้างเพราะเด็กๆ เค้าซ้อมกันดึกป้านวล คนขายอาหารตามสั่งหน้าโรงเรียนวัย 47 ปีกล่าว

 

ใช่แล้ว! เสียงเหล่านี้คือเสียงของเครื่องดนตรีวงโยธวาทิตที่บรรเลงเพลงชาติทุกเช้าและออกไปแสดงยังที่ต่างๆ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียนแห่งนี้  ถ้าถามคนทั่วไปจะบอกได้เพียงว่านี่คือวงที่มีเครื่องเป่าหลายเครื่อง มีกลองประกอบจังหวะเสียงดังและมีคอนดัคเตอร์เคาะเพื่อบอกอะไรสักอย่างแก่นักดนตรี

 

แต่ใครจะรู้เล่าว่าเครื่องดนตรีเหล่านั้นมีความสำคัญต่อทั้งวงอย่างไร และพวกเขาเหล่านั้นผ่านอะไรมาบ้างจึงจะมีฝีมือขนาดนี้

 

เมื่อนาฬิกาดังบอกเวลาเลิกเรียน เด็กที่มีตารางการฝึกซ้อมต่างถือเครื่องดนตรีประจำตัวออกมาหรือจะเรียกว่าแบกก็คงไม่ผิด เพราะขนาดเครื่องที่ใหญ่แลดูหนักเกินกว่าที่เด็กตัวเล็กๆ จะถือได้พร้อมสแตนด์และโน้ตเพลงเล่มหนา ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปคนละมุมสนามและส่วนต่างๆ รอบบริเวณโรงเรียนตามแต่ประเภทของเครื่องดนตรี
ใต้ต้นไม้บ้าง โต๊ะม้าหินริมสนามบ้าง

 

ไม่เว้นแม้กระทั่งแท่นเวทีหน้าเสาธงซึ่งเป็นศูนย์กลางของโรงเรียน จากนั้นเสียงดนตรีที่ไม่ได้มาจากการสั่งของคอนดัคเตอร์ก็ออกมาวาดลวดลายลอยละล่องไปทั่วสนามฟุตบอลและบริเวณใกล้เคียง

 

หลังจากนั่งดูการซ้อมได้พักใหญ่ เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อิ๋ว สุมิตตรา โตเรืองศรี หนึ่งในสมาชิกวงดุริยางค์และนักเรียนชั้นปีสุดท้ายของโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ เธอบอกเราถึงประโยชน์ของการเล่นดนตรีและการฝึกระเบียบวินัยที่ได้รับในช่วงเวลาเกือบจะครบ 6 ปีที่เล่นดนตรีมา

 

มันทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น มีความสามารถที่คนอื่นไม่มี สุมิตตรา สาวร่างใหญ่เล่นแซ็กโซโฟนกล่าว

 

มันสอนให้เรามีระเบียบมากขึ้นด้วย คือเราไม่ได้เล่นแค่ดนตรี แต่เราอยู่วงโยธวาทิต มันต้องอาศัยความสามัคคีจากคนในวงทั้งหมด 70 กว่าคน การมาซ้อมให้ตรงเวลาก็เป็นวินัยอย่างหนึ่งที่เราได้ฝึกจากการอยู่วงโยฯนี่แหละค่ะเธอกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นเธอยังบอกอีกว่ากว่าจะได้มาเริ่มเล่นและฝึกจนเย็นย่ำขนาดนี้ได้ เธอก็เคยผ่านอุปสรรค ดังเช่น พ่อแม่มาแล้ว

 

คือก่อนเข้ามารู้อยู่แล้วค่ะว่าต้องซ้อมดึก และเราจะไม่มีเวลาไปวิ่งเล่นเหมือนคนอื่น ที่สำคัญคือตอนแรกแม่จะไม่ยอมให้เข้าวงโยฯเพราะมันต้องซ้อมจนดึกนี่แหละ เธอบอกว่าการฝึกซ้อมในหนึ่งวันหลังเลิกเรียนเป็นภารกิจปรกติไปเสียแล้วและเธอยังกล่าวอย่างขันๆ ว่า ใจเราคิดแต่เรื่องการซ้อมอย่างเดียว ขนาดนั่งเรียนยังฮัมเป็นโน้ตเพลงออกมา และถ้าเย็นวันไหนโดดไปทำอย่างอื่นจะรู้สึกผิดทันที



อาจกล่าวได้ว่าวงโยธวาทิตเป็นสังคมย่อมๆ สังคมหนึ่งเลยก็ว่าได้ มีคนมากมาย
มีวิถีชีวิตเช่นนี้ พวกเขาอยู่ด้วยกันและสนิทกันทั้งวง ถ้าไม่ได้เข้ามานั่งดูและสัมผัสชีวิตเด็กเหล่านี้ เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขาใช้ชีวิตและบริหารเวลาการเรียนไปพร้อมๆ
กับการซ้อมดนตรีที่ทรหดนี้ได้อย่างไร

 

เมื่อการซ้อมแยกเสร็จสิ้นตามเวลาที่กำหนด ย่างเข้าช่วงเวลาย่ำค่ำจวนจะ 6 โมง เหล่านักดนตรีทั้งหลายก็มารวมตัวกันบริเวณเสาธง ยืนเป็นรูปครึ่งวงกลมโดยเรียงตามเครื่องดนตรี คือ เครื่องเป่าในตระกูลเครื่องลมไม้วุดวิน (woodwind) เครื่องลมทองเหลือง (high brass) และ (low brass) ตามลำดับ ส่วนวงรอบนอกแถวถัดไปจะเป็นเครื่องกระทบ ด้านหน้าแต่ละเครื่องจะมีสแตนด์วางกระดาษที่มีโน้ตเพลงเรียงรายอยู่มากกว่าห้าร้อยตัว สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าถ้าไม่ได้ศึกษาเรียนรู้จริงๆ จะไม่มีทางเข้าใจได้ว่ามันสื่อถึงอะไร

 

เมื่อทั้งวงพร้อม นักดนตรีทุกคนยืนอยู่ในท่านิ่งเตรียมพร้อม เครื่องดนตรีอยู่ในระดับอก และมองตรง ทุกอย่างนิ่ง และเงียบเชียบ เมื่อคอนดัคเตอร์เริ่มโบกมือขึ้นลงอย่างพริ้วไหว เสียงเพลงที่ฟังไม่เป็นเพลงในตอนแรก ถูกประสานเรียงร้อยตามโน้ตดนตรีของแต่ละเครื่อง ออกมาโลดเล่นเข้าจังหวะกันเป็นอย่างดี มีบางท่อนที่ฮึกเหิมและดังจนถึงกับขนลุก แสดงถึงพลังที่พวกเขาพร้อมที่จะแสดงออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงความพร้อมเพรียง

 

อิ๋วบอกว่าการที่นิ่งยืนตรงก่อนที่จะเริ่มเล่นพร้อมกันทั้งวงนั้น คือการทำสมาธิ รวบรวมสิ่งที่ซ้อมมาทั้งหมด ทั้งการเป่าและเทคนิคต่างๆ ที่ได้จากครูผู้สอน และพี่ๆ ที่มาฝึกซ้อมสอนมา ถ้าคิดว่าการเป่าได้คือการเล่นดนตรีเป็น มันไม่ใช่ คุณจะต้องเรียนรู้เทคนิคและรู้ว่าเล่นออกมายังไงถึงจะดี

 

ทุกคนที่เดินผ่านต่างหยุดยืนและชมการแสดงอย่างไม่เป็นทางการจากวงโยธวาทิตกลุ่มนี้

 

ในกลุ่มผู้ชมเหล่านั้น เราได้พูดคุยกับนักศึกษาสาวคนหนึ่ง ที่เป็นผู้ฝึกซ้อมน้องๆที่เล่นเครื่องดนตรีเดียวกับเธอ

 

คนที่เริ่มเล่นได้คือต้องเป็นคนที่ชอบจริงๆ เพราะแค่การเริ่มเป่าให้เสียงออกมาดีก็ยากแล้ว ณัฐ นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง อดีตเด็กวงโยธวาทิต 6 ปีคนหนึ่งกล่าว

 

ถ้าเป็นคนอื่นจะบอกว่าอยู่วงโยฯเท่ คือเล่นดนตรีเป็นก็เก่งแล้ว แต่มันไม่ใช่
แค่นั้นเพราะเราผ่านการฝึกมามาก มันเหนื่อยมากกว่าจะได้แบบนี้
เธอยังบอกอีกว่าการที่ได้บอกคนอื่นว่าเป็นเด็กวงโยฯเป็นเรื่องที่ภูมิใจมาก

 

ณัฐเล่าว่าเธอสมัครเข้าวงโยฯตั้งแต่ม.1และเล่นมาตลอด ผ่านการประกวดกับทางโรงเรียนได้รางวัลมามากมายไม่เว้นแม้กระทั่งที่1 ของสตรีทพาเหรดนานาชาติ 2010

 

ณ ปัจจุบันเธอผ่านจุดนั้นมาแล้ว เธอบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อย มากกว่าที่เด็กมัธยมคนนึงคิดว่าตนเองจะทำได้ขนาดนั้น แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่มีความทรงจำที่ล้ำค่าขนาดนั้น เธอกล่าวพร้อมกับเปิดรูปบางส่วนให้เราดู



ความทรงจำบางส่วนที่ถูกถ่ายทอดออกมาทางคำพูด รูปถ่าย แววตาเป็นประกายและการเล่าอย่างมีความสุขของเธอนั้น ทำให้เราอดไม่ได้ที่อยากจะขอเปิดดูวีดีโอเทปการแข่งขันวงโยธวาทิต เพื่อซึมซับความรู้สึกบางอย่างที่สร้างความสุขให้เธอได้ถึงเพียงนี้กันเลยทีเดียว

 

เมื่อสิ้นสุดการแสดงที่ไม่เป็นทางการแล้ว เสียงปรบมือดังขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ทำให้เราได้เห็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าอันเหน็ดเหนื่อยของเด็กๆ จนอดที่จะยิ้มตามไม่ได้

 

หลังจากแยกย้ายกันไปเก็บและทำความสะอาดเครื่องดนตรี ทุกคนกลับมาเข้าแถวรวมตัวที่เสาธงบริเวณเดิม การสรุปผลการซ้อมในวันนี้และนัดแนะการซ้อมในวันต่อไป กลายเป็นชีวิตประจำวันของทุกคนไปเสียแล้ว เราเดินแยกย้ายออกไปพร้อมทุกคน เสียงหัวเราะพูดคุยดังไม่ขาดสาย แม้ท้องฟ้าจะถูกปกคลุมด้วยความมืดแล้วก็ตามที ราวกับความสุขของทุกคนคือการอยู่รวมกันและเล่นดนตรีด้วยกันนั่นเอง

 

 

 



กฤษณะ ปัญญาเลิศ.เครื่องดนตรีในวงโยธวาทิต. [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://www.kongmusic.in.th/instruments.php . สืบค้น 18 กันยายน 2555. ณัฐ (ไม่เปิดเผยชื่อสกุล). ผู้ฝึกสอน. สัมภาษณ์, 16 กันยายน 2555. นางสาวสุมิตตรา โตเรืองศรี.นักดนตรีวงโยธวาทิต. สัมภาษณ์, 16 กันยายน 2555. ป้านวล.แม่ค้าขายอาหารตามสั่ง. สัมภาษณ์, 16 กันยายน 2555. : โดยกัณฐชา ภู่วัฒนะนันทกุล นักศึกษาไอซีทีนิเทศศาสตร์ ศิลปากร ปี1

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร โทร. 0-3259-4033 (วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี) | 0-2233-4995 (กรุงเทพฯ)